การดำเนินชีวิตคริสเตียน

7. การปล่อยวาง

การปล่อยวางคือการวางปัญหาที่มีอยู่ลงไม่ให้มารบกวนจิตใจ ชีวิตของคนแต่ละคนมีปัญหาต่างๆกัน บางคนมีปัญหาน้อย บางคนมีปัญหามากมายจนไม่รู้จะแก้อย่างไร การรู้จักปล่อยวางจึงเป็นทางแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง ตัวอย่างของการไม่ปล่อยวางมี 3 ลักษณะด้วยกัน ลักษณะที่หนึ่ง เก็บปัญหามากหรือน้อยไม่ยอมปล่อยวาง มีเด็กคนหนึ่งอยากกินขนมแคนดี้ แต่แม่ห้ามไว้ วันหนึ่งเด็กไปพบลูกแคนดี้ในขวดโหลเล็กๆ ขนาดที่เอามือสอดลงไปหยิบได้ ปรากฎว่า เด็กเอามือออกจากขวดโหลไม่ได้ จึงร้องเรียกแม่ให้ช่วย ปรากฎว่าเด็กกำลูกแคนดี้ไว้ไม่ปล่อย แม่จึงต้องบอกให้เด็กเปิดฝ่ามือออก ลูกแคนดี้ตกจากมือ เด็กจึงเอามือออกจากขวดโหลได้ นี่คือตัวอย่างของการไม่ปล่อยวาง เวลาที่มีปัญหา แล้วเราแก้ไม่ได้ แต่ยึดปัญหาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เราก็จะติดอยู่กับปัญหานั้นตลอดไป ในพระธรรมยอห์นบทที่ 2 ได้เล่าถึงงานสมรสที่หมู่บ้านคานาในแคว้นกาลิลี เกิดปัญหาขึ้นคือเหล้าองุ่นหมด มารดาของพระเยซูรู้ปัญหา และไม่รู้จะแก้อย่างไร นางได้นำปัญหานั้นมาให้พระเยซู เพราะรู้ว่าพระองค์แก้ปัญหานี้ได้ พระเยซูตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย ให้เป็นธุระของข้าพเจ้าเถิด” เมื่อเรามีปัญหาเกิดขึ้นแล้วแก้ไม่ได้ ให้เราปล่อยวางลงและให้นำปัญหาไปให้พระเยซูคริสต์ “จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย” (1 เปโตร 5:7) ให้เราปล่อยวางให้พระเจ้าทรงเป็นผู้แก้ปัญหาแก่เรา ลักษณะที่สอง เก็บปัญหาเอาไว้จากปัญหาเล็กๆจนเป็นปัญหาใหญ่เหมือนมะเร็ง คนคนหนึ่งถือขวดโหลเล็กๆด้วยมือข้างขวาซึ่งไม่หนักเลย แต่เมื่อเขาถือสักสิบนาที เขาจะรู้สึกหนักขึ้น ถ้าเขาถือเป็นชั่วโมง จากขวดโหลที่เบาก็จะกลายเป็นของหนักถ้าถือไว้นานเกินไป จะเห็นว่า ปัญหาเล็กๆใดๆก็ตาม ถ้าไม่แก้ไขโดยเร็ว แต่ปล่อยทิ้งไว้ ปัญหาก็จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ปล่อยวางลงโดยเร็ว ปัญหาก็จะหนักขึ้นเรื่อยๆจนแก้ไม่ได้ ตัวอย่างในพระคัมภีร์เดิมได้เล่าถึงกษัตริย์ซาอูลอิจฉาดาวิดที่ชาวอิสราเอลยกย่องว่าดาวิดเก่งกว่ากษัตริย์ซาอูล และพระองค์ได้หาทางฆ่าดาวิด ทั้งๆที่รู้ว่า ดาวิดเป็นเพื่อนกับโยนาธานบุตรชายของกษัตริย์ซาอูลและพระเจ้าได้ปกป้องดูแลดาวิด ถ้ากษัตริย์ซาอูลรู้จักปล่อยวางเลิกอิจฉาดาวิด พระองค์และโยนาธานก็คงไม่ถึงแก่ความตายในสงคราม เพราะดาวิดจะต่อสู้ศัตรูแทนพระองค์ ลักษณะที่สาม เก็บปัญหาไว้เดี๋ยวปล่อยวางบ้างเดี๋ยวไม่ปล่อยวางบ้างจนกลายเป็นปัญหาเรื้ยรัง คนคนหนึ่งถือขวดโหลเอาไว้ เดี๋ยววางลง เดี๋ยวเอาขึ้นมาถือใหม่ วันแล้ววันเล่า จนกลายเป็นนิสัย มีแม่คนหนึ่งกลุ้มใจที่ลูกติดเหล้าเมาทุกวัน แม่คนนี้กลุ้มใจ เธอไปปรึกษากับเพื่อนของเธอ เพื่อนของเธอบอกให้ปล่อยวาง เธอทำได้ อยู่สองสามวัน แล้วเธอก็เก็บความกลุ้มใจไว้อีก เธอก็มาปรึกษากับเพื่อนของเธออีก เพื่อนของเธอก็บอกให้ปล่อยวาง แต่เธอทำไม่ได้ บางวันก็ปล่อยง่า บางวันก็เอาครุ่นคิด แต่แก้ปัญหาเรื่องลูกติดเหล้าไม่ได้ จนตนเองต้องป่วยลงเข้าโรงพยาบาลรักษาอาการโรคจิต นี่คือปํญหาของพ่อแม่ซึ่งรักลูกไม่ว่าลูกจะแก่เท่าใด มีคนมั่งมีคนหนึ่งอายุ 70 ปียังทำงานอยู่เพราะยังต้องเลี้ยงลูกและภรรยา ผมถามว่าคุณมีเงินมากมายทำไมยังต้องทำงาน เขาตอบว่า เขาเอาบำนาญของเขาให้ลูกไปลงทุนจนหมดตัวติดหนี้สินคนอื่น สำหรับคริสเตียน การปล่อยวางมิได้หมายความว่าเราละทิ้งปัญหานั้นเสีย แต่เราเอาปัญหามาฝากไว้กับพระเจ้า ให้เราปล่อยวางให้พระเจ้าทรงเป็นผู้แก้ปัญหาแก่เรา ในพระคัมภีร์มีพระสัญญามากมายที่พระเจ้าสัญญาว่าจะปกปักษ์รักษา แก้ปัญหาแก่เรา “พระเจ้าทรงชูทุกคนที่กำลังจะล้มลง และทรงยกทุกคนที่โน้มตัวลงให้ลุกขึ้น (สดุดี 145:14) เราเป็นลูกของพระเจ้า พระเจ้าพระบิดาทรงจ้องมองเราอยู่เสมอว่า เมื่อใดเราจะทนสู้ได้ พระเจ้าให้สติปัญญาแก่เราให้รู้ว่า การต่อสู้กับปัญหาชีวิตนั้น เราไม่ได้สู้คนเดียว เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งอยู่ในใจของเรา เรามีฑูตสวรรค์ประจำตัวเรา เรามีพระเยซูคริสต์สอดส่องเรา เวลาที่เราเผชิญกับปัญหาอะไร ให้เราอธิษฐานกับพระองค์ แท้ที่จริงในแต่ละวัน เราก็มีปัญหาทุกๆวันให้เราแก้ ให้เราแก้ด้วยความยินดี เพราะนี่คือประสบการณ์ของชีวิต อาจารย์ยากอบกล่าวว่า “ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะการทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง และจงให้ความมั่นคงบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย” (ยากอบ1:2) การทดลองของคริสเตียนนั้นมีที่สิ้นสุด ในพระคัมภีร์เขียนว่า “พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อทรงทดลองท่านนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลี่งเลี่ยงได้ด้วยเพื่อท่านจะมีกำลังทนได้” (1โครินธ์ 10:13) ขอให้เราปล่อยวางไว้กับพระเยซูคริสต์เถิด