การดำเนินชีวิตคริสเตียน
60. เหตุการณ์ปัจจุบันกับความเข้าใจของคริสเตียน
สถานการณ์ในโลกปัจจุบันสับสนวุ่นวายมากไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิอากาศ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟไหม้ป่า ด้านการเมือง การต่อสู้ของคนหรือชนชาติที่มีความคิดเห็นต่างๆกัน เช่น ในตะวันออกกลาง ประเทศอินเดีย ประเทศไทย และที่อื่นๆ ด้านสังคมมีปัญหาที่ขัดแย้งกัน เช่น การทำแท้ง รักร่วมเพศ ทำร้ายกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเป็นห่วง เป็นทุกข์สงสาร เรามีคำถามว่า ทำไมคนหลายคนมองสถานการณ์แตกต่างกัน มีสุภาษิตอยู่บทหนึ่งเขียนว่า
“สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย”
ทั้งนี้ เพราะคนสองคนเกิดมาในสภาพต่างกัน บางคนเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน เขามองโลกต่างจากอีกคนหนึ่งซึ่งเกิดมาในครอบครัวร่ำรวย การศึกษาที่แตกต่างกันทำให้มองโลก การเมือง สังคมแตกต่างกัน
ถ้าเรามองโลกในฝ่ายเนื้อหนังคือมองโลกในความต้องการของเนื้อหนัง เราก็จะมีความคิดเห็นต่างๆกัน อาจารย์เปาโลได้กล่าวเตือนคริสเตียนในพระธรรมกาลาเทียว่า “การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นพาลเกเร และการอื่นๆในทำนองนี้อีกเหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้นะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า” (กาลาเทีย 5:19-21) ตัวอย่างเช่น การโสโครก บางคนถือว่า ผิดศีลธรรม บางคนบอกเป็นเรื่องสนุกสนาน การทำแท้ง บางคนบอกว่า ผิดพระบัญญัติของพระเจ้า บางคนบอกว่า เป็นสิทธิ์ของคนตั้งครรถ์ที่เขาจะเลือกวิถีชีวิตของเขา การงานของเนื้อหนังขึ้นกับสภาพแวดล้อมและสังคมในขณะนั้น เราในฐานะคริสเตียนพึงรู้ว่า การงานของเนื้อหนังเป็นอนิจจัง กษัตริย์ซาโลมอนได้แสวงหาความจริงของชีวิต พระองค์แสวงหาความสุข เงินทอง ชื่อเสียง ความสำเร็จในโลกนี้ แต่ก็พบว่าพระองค์ได้มีทุกสิ่งทุกอย่างแล้วแต่ก็ต้องการสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้ว พระองค์พบว่าชีวิตก็ยังว่างเปล่า เพราะสติปัญญาของมนุษย์นั้นไม่มีคำตอบที่ถูกต้องและมีจำกัด นี่แหละการแสวงหาในสิ่งเหล่านี้คือการงานของเนื้อหนังนั่นเอง ทำให้กษัตริย์ซาโลมอนพบว่า ความต้องการของเนื้อหนังทำให้พระองค์ต้องออกห่างจากพระเจ้าผู้ทรงประทานสติปัญญาของพระเจ้าให้พระองค์ ในที่สุด พระองค์รู้ว่า ความสุข เงินทอง ชื่อเสียง ความสำเร็จเปล่าประโยชน์ถ้าปราศจากพระเจ้า กษัตริย์ซาโลมอนตรัสกับเราว่า ถ้าเราให้พระเจ้าเป็นหนึ่งในชีวิตของเรา ชีวิตของเราจะไม่ว่างเปล่า ไม่หมดหวัง เพราะมีพระวิญญาณสถิตอยู่ในเรา ให้เราขอสติปัญญาที่มาจากพระเจ้า เราจะเข้าใจถึงพระประสงค์ของพระเจ้าที่ให้เรามาอยู่ในโลกนี้ เรารู้พระประสงค์ของพระเจ้าจากการเรียนรู้ในพระคัมภีร์ ถ้าคริสเตียนสองคนรู้พระประสงค์ของพระเจ้า เราจะพบว่า “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นพระเจ้า คนหนึ่งวิญญาณเข้า เห็นพระเจ้าอยู่ในใจ” ถ้ามีพระเจ้า เราจะมองหรือทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกัน นั่นคือเราต้องมีผลของพระวิญญาณ ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้นคือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเยซูคริสต์ได้เอาเนื้อหนังกับความอยากและตัณหาของเนื้อหนังตรึงไว้ที่กางเขนแล้ว” (กาลาเทีย 5:22-24) บางคนอาจจะกล่าวว่า ความคิดเห็นก็แตกต่างกันได้ เช่น ความรัก บางคนบอกว่าฉันท์พี่น้อง หรือความรักแบบหนุ่มสาว แท้ที่จริงความรักคำนี้เป็นความรักแบบพระเจ้า (Agape) ทุกคนมีความเห็นเดียวกันแตกต่างกันไม่ได้ ผลของพระวิญญาณต่างๆมาจากพระเจ้าจึงไม่แตกต่างกัน ถ้าเราทุกคนให้พระวิญญาณทรงนำ โลกจะมีสันติสุข แต่เราพบว่า เราอาศัยในโลกซึ่งมารซาตานมาอาศัยอยู่ร่วมกัน มารซาตานมีหน้าที่สร้างสถานการณ์ให้เราออกห่างจากพระเจ้า ถ้าเรารู้ความจริงข้อนี้ เราก็รู้ว่า เวลาของมารซาตานใกล้สิ้นสุดแล้ว พระเยซูคริสต์ใกล้เสด็จมาแล้ว พระเยซูคริสต์ตรัสว่า จะมีกลียุคเกิดขึ้น (มัทธิว 24)
1. จะมีพระคริสต์เทียมเกิดขึ้น (มัทธิว 24:4-5)
2. จะมีสงครามทั่วไป กันดารอาหาร และแผ่นดินไหว (มัทธิว 24: 7-8)
3. จะมีการเกลียดชัง และ ทำร้ายเข่นฆ่าคริสเตียน (มัทธิว 24:9)
4. จะมีการทุกข์ลำบากและทรมานอย่างไม่มีมาก่อน (มัทธิว 24:10)
5. จะมีคนมาล่อลวง คนเยือกเย็น คนอธรรม (มัทธิว 24:11-12)
6. จะมีภัยธรรมชาติและภัยพิบัติเกิดขึ้น (มัทธิว 24:21-29)
แล้วพระเยซูคริสต์จะเสด็จมาในที่สุด (มัทธิว 24:30-31)
นี่คือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป และเมื่อเรามองสภาพในปัจจุบันเราก็รู้ว่า เวลานั้นได้ใกล้เข้ามาแล้ว คริสเตียนจึงต้องเข้าใจว่าเหตุการณ์ทั้งหลายที่ได้พยากรณ์ไว้จะสำเร็จในเร็วๆนี้ ให้เราเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเถิด