การดำเนินชีวิตคริสเตียน
55. วันนี้ไม่ใช่พรุ่งนี้
ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้ยินข่าวทั้งดีและไม่ดี เราขอบพระคุณพระเจ้าที่เรายังมีชีวิตอยู่ และให้เราเผชิญชีวิตทั้งดีและไม่ดีต่อไปโดยมีพระองค์เป็นผู้นำทาง แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ลืมคือ ทุกๆปี เราก็เผชิญข่าวดีและข่าวร้ายคล้ายคลึงกัน สถานการณ์ของโลกไม่ได้ดีขึ้นแต่เลวร้ายลงทุกๆปี และเราทั้งหลายก็แก่ตัวลงทุกๆวัน เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเวลาได้ เราจะกลับเริ่มต้นใหม่เพื่อจะเปลี่ยนข่าวร้ายเป็นข่าวดีก็ไม่ได้ ทุกวันนี้ เราไม่แตกต่างจากการเป็นทาสของเวลา ทุกๆวัน เราถูกควบคุมโดยเวลา ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่สั่งลูกให้ไปนอนเมื่อถึงเวลา 3 ทุ่ม หรือให้ตื่นไปโรงเรียนในเวลา 6 นาฬิกา พ่อแม่ต้องตื่นเช้าไปทำงานตามที่กำหนดไว้ และเวลาก็ก้าวผ่านเราไปทุกๆวัน ชั่วพริบตาเดียว ลูกก็โตเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่ก็แก่ชราลง พระธรรมยากอบเขียนไว้ว่า “ชีวิตของท่านเป็นเช่นใดเล่า ท่านก็เป็นเช่นหมอกที่ปรากฎอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป (ยากอบ 4:14) ด้วยเหตุนี้ ทุกๆปลายปี หลายๆคนต่างก็มองเหตุการณ์ย้อนหลัง (backward) ในหนึ่งปีที่ผ่านมา เช่นความล้มเหลวหรือความผิดพลาดในการงานหรือในครอบครัว มองสำรวจตัวเอง (inward) เช่น สำรวจดูว่าอะไรเป็นให้เกิดความล้มเหลวหรือผิดพลาด และตั้งปฏิธานสำหรับปีหน้า (forward)ว่า จะปฏิบัติตนใหม่ไม่ให้ผิดพลาดอีก ถ้าเรามองย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ปีก่อนๆ ทุกๆปลายปี เราก็สำรวจตัวเองทุกครั้ง และตั้งปฏิธานใหม่ทุกครั้ง แล้วเหตุการณ์ก็ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตัวอย่างได้แก่ชนชาติอิสราเอลซึ่งเป็นตัวอย่างของชีวิตที่ล้มเหลว พวกเขาเชื่อพระเจ้า แต่พวกเขาก็ลืมพระเจ้าอยู่บ่อยๆ พระเจ้ายังให้อภัยแก่พวกเขา พระธรรมสดุดีจึงเขียนเตือนว่า “ขอพระองค์ทรงสอนให้นับวันของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะมีจิตใจที่มีปัญญา” (สดุดี 90:12) ชาวคริสเตียนไม่ต่างไปจากชาวอิสราเอล ชีวิตของคริสเตียนจำนวนมากซึ่งเชื่อฟังพระเจ้า อ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน แต่ชีวิตก็ประสบปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก บ่อยๆครั้ง เราโทษความบาปของเรา เพราะเรายังอยู่ในโลกของเนื้อหนัง เราก็สัญญากับตนเองหรือพระเจ้าว่า ปีหน้าเราจะไม่ทำบาปอีก ตัวอย่างก็คือ มีผู้ชายคนหนึ่งถูกรังแกโดยเพื่อนร่วมงานของเขา เมื่อเขามาเป็นคริสเตียน เขาตั้งใจจะให้อภัยเพื่อนคนนี้ แต่ความรู้สึกที่เจ็บปวดยังฝังใจของเขาอยู่ ทุกๆปี เขาตั้งใจจะให้อภัยและลืมความหลังนั้นเสีย แต่ก็ทำไม่ได้ปีแล้วปีเล่า แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะให้เราเปลี่ยนแปลงความรู้สึกให้ดีขึ้นตลอดไป ก่อนที่จะสายเกินไป สิ่งที่สำคัญสำหรับคริสเตียนก็คือการขอบพระคุณพระเจ้าที่ยังให้โอกาสแก่เราที่จะทำการดีต่อพระองค์ เรายังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ พระเยซุคริสต์ตรัสว่า “จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน” แผ่นดินของพระเจ้าคือสันติสุข และความชอบธรรมคือความดีงามของพระองค์ก่อน เราจะแสวงหาพระองค์เมื่อใด เวลานั้นคือเดี๋ยวนี้ เวลานี้ ให้ปีใหม่นี้แตกต่างไปจากปีเก่าที่เราจะเจริญขึ้นฝ่ายจิตวิญญาณ ให้จิตวิญญาณนี้เข้มแข็งที่จะผจญกับการทดลองต่างๆ เพราะเรากำลังสะสมรางวัลที่พระเจ้าจะมอบให้แก่เราในสวรรค์ ให้เรากระทำทุกอย่างด้วยความรัก นี่คือสิ่งที่พอพระทัยของพระเจ้า ให้เราเริ่มต้นเดี๋ยวนี้ เพื่อวันปีใหม่ที่จะมาถึงจะมั่นคงไม่หวั่นไหวอีกต่อไป หลายๆคนผัดวัน ขอเป็นวันพรุ่งนี้ เขาจะเปลี่ยนให้ดีขึ้น พรุ่งนี้เขาจะหยุดดื่มเหล้า พรุ่งนี้เขาจะเลิกเที่ยวกลางคืน หลายๆคนที่พระเจ้าเรียกหา แต่ พวกเขามักตอบกับพระเจ้าว่า ยังไม่ถึงเวลา ขอเป็นวันพรุ่งนี้ แล้วถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้ เขาจะทำอย่างไร ให้เราเริ่มต้นปีใหม่นี้ด้วยอำลาต่อความล้มเหลวหรือผิดพลาด อำลาต่อบาปที่ทำแล้วทำอีก และมองไปข้างหน้าเดินไปกับพระองค์ เราจะไม่ล้มลงอีก เพราะพระองค์จะพยุงเราไว้ ให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่วันนี้ด้วยการเงี่ยหูฟังเสียงของพระองค์ “วันนี้ พระเจ้าข้า วันนี้ วันนี้......” อาเมน