การดำเนินชีวิตคริสเตียน

54. โลกนี้ไม่ยุติธรรม

ตั้งแต่เราจำความได้ เราได้เห็นความไม่ยุติธรรมของโลกนี้ ตัวอย่างในครอบครัว พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน พ่อแม่แบ่งสมบัติให้ลูกไม่เท่ากัน เจ้านายให้ค่าจ้างคนงานไม่เท่ากัน ผู้หญิงไม่ได้เงินเดือนเท่ากับผู้ชาย ทำไมแฟนของฉันไปชอบคนอื่นทั้งๆที่ฉันทำทุกอย่างให้เขา นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อย บางคนมักจะตั้งคำถามว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรม หรือพระเจ้าไม่ยุติธรรม พระเยซูได้ตรัสเป็นคำอุปมาถึงเจ้าของสวนองุ่นคนหนึ่งออกไปจ้างคนทำงานในสวนองุ่น (มัทธิว 20:1-16) มีคนงาน 5 กลุ่มคือ กลุ่มแรกจ้างแต่เวลาเช้าตรู่ กลุ่มที่สองจ้างเวลาประมาณสามโมงเช้า กลุ่มที่สามจ้างเวลาเที่ยงกลุ่มที่สี่จ้างเวลาบ่ายสามโมง และกลุ่มสุดท้ายจ้างเวลาบ่ายห้าโมง เจ้าของสวนตกลงกับลูกจ้างเวลาเช้าตรู่ว่าจ้างหนึ่งเดนาริอัน แต่กลุ่มอื่นๆบอกว่าจะให้ค่าจ้างตามสมควร แต่พอตกเย็น เจ้าของสวนให้ทุกคนในแต่ละกลุ่มหนึ่งเดรานิอันเท่ากัน คนทำงานแต่เช้าตรู่บ่นกับเจ้าของสวนว่าทำงานตรากตรำกลางแดดตลอดวันได้เงินเท่ากับคนที่ทำงานเพียงชั่วโมงเดียว คนทำงานแต่เช้าตรู่รู้สึกไม่ยุติธรรมแต่เจ้านายคนนี้ยุติธรรมแล้วต่อคนงาน เพราะทุกคนที่ทำงานเต็มวันต่างก็รู้แล้วว่า ทุกคนที่ทำงานจะได้เงิน หนึ่งเดรินาอัน เจ้านายไม่ได้ผิดสัญญาใดๆ คนงานจึงไม่มีสิทธิ์ต่อว่าเจ้านายคนนี้ คนงานที่ทำทั้งวันไม่พอใจเจ้าของสวนเพราะมีการเปรียบเทียบ มีการแข่งขัน และเกิดความอิจฉากลุ่มอื่นๆ เจ้านายคนนี้ยุติธรรมเพราะต้องการให้ทุกคนมีงานและมีเงินไปเลี้ยงดูครอบครัว สรุปคือ การที่พวกทำงานทั้งวันรู้สึกไม่ยุติธรรมเพราะว่า ความรู้สึกไม่ยุติธรรมเกิดจากการเปรียบเทียบกัน ถ้าไม่มีการเปรียบเทียบ คนที่ทำงานเต็มวันก็คงพอใจกับเงินค่าจ้างของเขา ความรู้สึกไม่ยุติธรรมเกิดจากการแข่งขัน คนที่ทำงานชั่วโมงเดียวอาจจะทำงานแข็งขันกว่าหรือทำงานดีกว่าคนทำงานทั้งวัน ความรู้สึกไม่ยุติธรรมเกิดจากความอิจฉา เจ้านายใจดีต่อคนงานที่ทำหนึ่งชั่วโมงคนงานที่ทำทั้งวันเกิดความไม่พอใจเพราะอิจฉาคนงานที่ทำหนึ่งชั่วโมง แท้ที่จริง ความรู้สึกไม่ยุติธรรมมีสาเหตุเกิดจากความรู้สึกของตนเอง ตัวอย่างได้แก่ ในครอบครัวหนึ่ง สามีตกงาน ภรรยาเป็นคนชอบเปรียบเทียบ เห็นสามีของเพื่อนมีงานทำดีกว่า ไม่พอใจสามีของตน บ่นว่าสามีของตนทุกวัน ภรรยาคนนี้รู้สึกว่า โลกนี้ไม่ยุติธรรมให้ฉันมาแต่งงานกับสามีคนนี้ แต่ภรรยาก็ลืมไปว่า สามีก็บ่นเงียบๆว่า โลกนี้ไม่ยุติธรรมที่ให้เขามาแต่งงานกับภรรยา ของเขา ถ้าภรรยาคนนี้ไม่เปรียบเทียบและพอใจในสิ่งที่ได้รับ เขาก็ไม่มีความรู้สึกอย่างไร แทนที่จะบ่นกันกลับมาพยายามหนุนใจซึ่งกันและกันเช่น มีนักวิศวกรคนหนึ่งตกงานเขาหางานทำไม่ได้ ในที่สุด เขาได้งานทำเป็นคนทำความสะอาดในโรงพยาบาล เงินเดือนลดลง เขาไม่ได้งานดีอย่างที่เขาต้องการ แต่เขาไม่บ่นว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม เขาไม่เปรียบเทียบกับชีวิตเก่าของเขา เขาไม่โกรธเจ้านายหรือบริษัทที่ให้เขาออกจากงาน เขาพอใจกับชีวิตใหม่ของเขา เขาทำงานของเขาเองให้ดีที่สุด เขามีเวลาอยู่กับภรรยาและลูก ภรรยาไม่บ่นว่าเขา เขามีความสุขกว่างานเก่าที่เขาทำมา เช่นเดียวกัน คนที่เข้าประกวดหรือแข่งขันบ่นว่า เขารู้สึกไม่ยุติธรรมจากการตัดสิน ตัวอย่าง ในการแข่งขันโอลิมปิค ปี 2012 ในลอนดอน มีนักกีฬาหลายคนไม่พอใจการตัดสิน หาว่าถูกปล้นชัยชนะ แต่การตัดสินได้เกิดขึ้นไปแล้วแก้ไขไม่ได้ นักกีฬาเหล่านี้จะมีความรู้สึกไปตลอดชีวิตของเขาว่า เขาถูกปล้นชัยชนะ เขาจะมีแต่ความช้ำใจไปตลอดชีวิตของเขา ถ้าเขาจะเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ ถ้าเราเข้าประกวดหรือแข่งขันในเหตุการณ์ใดๆ เราตั้งเป้าว่า เรากำลังแข่งขันกับความสามารถของตนเอง เราก็จะพอใจไม่ว่าผลนั้นจะออกมาอย่างไร เช่น ชายคนหนึ่งไปวิ่งแข่งขัน 100 เมตร ก่อนเข้าแข่งขัน เขาวิ่งได้ 10 วินาที เมื่อเข้าแข่งขัน เขาวิ่งได้ 9.9 วินาที เขาไม่ได้ชนะการแข่งขัน แต่เขาพอใจมาก เพราะเขาชนะตัวของเขาแล้ว ในพระคัมภีร์ เราได้เห็นความอยุติธรรมมากมาย พวกฟาริสีกล่าวโทษพระเยซูคริสต์และจับพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขาทั้งๆที่เจ้าเมืองปิลาตไม่พบว่าพระเยซูคริสต์กระทำความผิดอะไร ดังนั้นจะเห็นว่า ถ้าเราจะหาความยุติธรรมในโลกนี้เราคงหาไม่ได้ ในสายตาของมนุษย์ที่อ่านคำอุปมานี้คงรู้สึกว่าเจ้านายคนนี้ไม่ยุติธรรมต่อคนงานที่ทำทั้งวัน แต่พระเยซูคริสต์สอนให้เรารักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ถ้าเรารักเขา เราจะไม่เปรียบเทียบ ไม่แข่งขัน และไม่อิจฉาใคร ให้เราพอใจกับสิ่งที่ได้รับ ไม่ว่าได้ตกลงอย่างไรก็ให้พอใจตามที่ตกลงนั้น ให้เรารู้จักพอเพียงกับสิ่งที่ได้รับ ให้เชื่อว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า พระเจ้าจะให้ความยุติธรรมกับเราแน่นอน เมื่อนั้นแหละ เราจะมีสันติสุขในใจตลอดไป