การดำเนินชีวิตคริสเตียน

53. โลกคือโรงละคร

โลกของเราเปรียบเหมือนโรงละคร เราทั้งหลายเป็นตัวละคร (performer or actor) เราถูกกำหนดให้แสดงในลักษณะต่าง (characters) ตามแต่ที่ผู้กำกับการแสดงจะบอกให้แสดงอย่างไร บางคนแสดงเป็นคนดี บางคนแสดงเป็นคนชั่ว บางคนแสดงเป็นน่ารักหรือน่าเกลียด ผู้กำกับการแสดงในโรงละครของโลกนี้มีสามผู้กำกับ ผู้กำกับการแสดงคนแรกคือตราบาปหรือ sinful gene ที่ติดตัวเรามาแต่เกิด เราปล่อยให้ตราบาปนี้เข้ามาควบคุมเราให้แสดงตามบทบาทที่กำหนดให้เราทำ ตราบาปควบคุมร่างกายของเรา ทำให้เราเจ็บป่วยเป็นโรคตราบาปนี้ยังควบคุมจิตใจของเรา อยู่ในสันดาน (inborn trait) อยู่ในอารมณ์ (mood หรือ temper) ตราบาปนี้ทำให้เราเป็นคนโกรธง่าย คนชอบอิจฉาริษยา คนโศกเศร้า เราปล่อยชีวิตให้อยู่ในการควบคุมของตราบาป ชีวิตของเราจึงประพฤติตนผิดแล้วก็ทำผิดอีก วันแล้ววันเล่า จนกระทั่งตัวละครนี้จากโลกนี้ไป บทบาทของตัวละครนี้ก็สิ้นลง แต่มีข้อดีคือ ผู้กำกับการแสดงคนนี้ไม่ได้อยู่ที่ไหนแต่อยู่ที่ตัวเรา เราควบคุมมันไม่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงได้ เช่น การเจ็บป่วยเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง เรายอมรับมันแต่เราต้องพยายามป้องกันหรือรักษา ในการทะเลาะวิวาท หรือในการหย่าร้างกันระหว่างสามีภรรยา เราเปลี่ยนแปลงมันได้ด้วยความอดทน ความรักและการให้อภัย การสูบบุหรี่จนกลายเป็นโรคปอดเรื้อรัง เราเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการงดบุหรี่ สิ่งเหล่านี้เป็นฉากละครที่เราต้องแสดงไปตามตราบาปของเรา บางอย่างเราแก้ไม่ได้ แต่เราจะปฎิบัติ (respond)ตนอย่างไรขึ้นอยู่กับเรา ยังมีผู้กำกับการแสดงอีกคนหนึ่งคือซาตานที่อยู่ในโลก ซาตานต้องการควบคุมเรา ถ้าเรายอมให้ซาตานเข้ามากำกับการแสดงในชีวิตของเรา แต่เราสามารถปฏิเสธมันได้โดยปิดจิตใจของเรา บางคนเปิดใจกว้างออก ซาตานก็จะเข้ามาสิงและมากำกับการแสดง มันสามารถให้ความสุข ความสนุกสนานในโลกนี้แก่เรา เพื่อให้เราเป็นพรรคพวกของมันให้มากที่สุด เช่นให้เงินทองแก่เรา ให้อำนาจแก่เรา เป็นต้น แต่เมื่อตัวละครนี้ต้องตายลง ทุกอย่างก็สิ้นสุดลง ผู้กำกับการแสดงอีกคนหนึ่งคือพระเยซุคริสต์ พระองค์ต้องเข้ามากำกับการแสดงของเรา เพราะพระองค์ต้องการมอบชีวิตนิรันดร์แก่เรา พระองค์ต้องการให้เราเชื่อฟังพระองค์ พระองค์ทรงรู้ว่า เราแสดงบทบาทไม่เป็น เราถูกควบคุมโดยตราบาปและซาตานได้ง่าย พระองค์เสด็จมาเตือนโลกมนุษย์ว่า เราไม่ใช่เป็นตัวละครเฉพาะในโลกนี้ แต่เรายังมีสวรรค์กับนรกที่มาต้องไปอยู่ที่นั่น พระเยซูคริสต์ไม่ต้องการให้เราไปนรก แต่ต้องการให่เราไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ เพียงแต่เราเชิญพระองค์มาเป็นผู้กำกับการแสดงของเราพระองค์เดียวเท่านั้น เราก็จะแสดงเป็นตัวละครที่ดีสมบูรณ์ พระองค์ทรงสอนเราให้ดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง พระองค์กำกับการแสดงให้เราดำเนินชีวิตคือ 1. จงดำเนินชีวิตสมกับข่าวประเสริฐ (ฟิลิปปี 1:27) คือ พระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาไถ่บาปของเรา พระองค์มาพาเรากลับไปแผ่นดินของพระเจ้าคือสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งของในโลกอย่างที่ซาตานมอบให้แก่มนุษย์ในโลก 2. จงดำเนินชีวิตสมกับพันธกิจ อันเนื่องจากการทรงเรียกท่านนั้น คือจงมีใจถ่อมลงทุกอย่างและใจอ่อนสุภาพ อดทนนานและอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก (เอเฟซัส 4:1-2) คือ ให้เราดำเนินชีวิตให้ดีด้วยใจถ่อมสุภาพ อดทน รักคนที่อยู่รอบตัวเรา เหมือนที่พระคริสต์รักเรา 3. จงดำเนินชีวิตในความรัก เหมือนดังที่พระคริสต์ได้ทรงรักท่านเราทั้งหลายและทรงประทานพระองค์เองให้เราเพื่อเป็นเครื่องถวายและเครื่องบูชาอันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า (เอเฟซัส 5:2) คือรักอย่างเสียสละเหมือนพระคริสต์ 4. จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง ด้วยว่าผลของความสว่างนั้นคือความดีทุกอย่างและความชอบธรรมทั้งมวลและความจริงทั้งสิ้น (เอเฟซัส 5:8-9) นั่นคือ ไม่คบคนชั่ว อย่าอยู่กับสิ่งที่ไร้สาระ อย่าโกหก อย่าโกรธจนเป็นบาป อย่าขโมย อย่าพูดจาหยาบคาย เสียดสี อย่าปองร้าย (เอเฟซัส 4:25-32) 5. อย่าเป็นเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา(เอเฟซัส 5:15) จงฉวยโอกาส เพราะว่าทุกวันนี้เป็นกาลที่ชั่ว แต่จงเข้าใจน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นอย่างไร (เอเฟซัส 5:17) คือฉวยเวลาที่มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้าด้วยการร้องเพลงสรรเสริญ ขอบพระคุณพระเจ้า ร่วมกันกับพี่น้องคริสเตียนด้วยการยอมฟังซึ่งกันและกัน (เอเฟซัส 5:19-21) พี่น้องที่รัก เราต้องการเป็นตัวละครซึ่งมีพระเยซูคริสต์เป็นผู้กำกับการแสดงของเรา เพราะเราจะเป็นตัวละครที่ดีสมบูรณ์