การดำเนินชีวิตคริสเตียน

46. พ่อกับการดูแลครอบครัว

ครอบครัวประกอบด้วยพ่อแม่ลูก ในสมัยโบราณ พ่อเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้าน ภรรยาและลูกไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น พ่อมีสิทธิ์อำนาจขนาดขายลูกหรือทำร้ายลูกที่ทำผิดต่อพ่อได้โดยไม่มีความผิด มาถึงสมัยเมื่อ 50 ปีที่แล้ว พ่อยังมีอำนาจมากในครอบครัวพ่อบังคับลูกและภรรยาได้ทุกอย่าง ไม่ว่าพ่อจะถูกหรือผิด แต่ในปัจจุบัน สิทธิ์ของพ่อได้เปลี่ยนแปลงไป พ่อจะทำร้ายหรือตีลูกไม่ได้อีกแล้ว เพราะผิดกฎหมาย พ่ออาจติดคุกได้ พ่อจำนวนมากอบรมสั่งสอนลูกแต่ผิดหวัง เพราะลูกไม่เชื่อฟัง การที่เป็นเช่นนั้น เพราะพ่อลูกมีความเห็นไม่ตรงกันไม่เข้าใจกัน ที่เป็นเช่นนี้ เพราะพ่อต้องการให้ลูกมีความคิดหรือเป็นเหมือนเขา โดยอาศัยประสบการณ์ของเขาในอดีต พ่อเป็นนักวิศวกร ก็อยากให้ลูกเป็นวิศวกร พ่อเคยมีชีวิตล้มเหลวในการทำงานมาก่อนก็สอนลูกไม่ให้ผิดพลาดอย่างเขา แต่ถ้าพ่อคนนั้นเป็นคนไม่ดี เขาจะสอนลูกในทางไม่ดีได้ เช่น ถ้าพ่อเป็นคนชอบเล่นการพนัน เขาจะพูดหรือทำอะไรก็เป็นพนันไปหมด ลูกก็ติดนิสัยมา ถ้าพ่อเป็นเกย์ ลูกจะถูกเลี้ยงอย่างไร ในครอบครัวของคริสเตียน พ่อต้องปฏิบัติตนเป็นพ่อคริสเตียน และเขาจะเลี้ยงลูกให้เป็นลูกคริสเตียน เขาไม่เลี้ยงลูกตามประสบการณ์ของตนเอง แต่เลี้ยงลูกตามคำสั่งสอนของพระเจ้า ในพระธรรมสุภาษิตได้กล่าวถึงพ่อที่อบรมสั่งสอนลูก 1. อย่ายับยั้งการตีสอนเสียจากเด็ก (สุภาษิต 23:13-14) การตีลูกเพื่อสอนลูกให้เป็นคนดีเป็นวิธีการของพระเจ้าที่มีต่อลูกของพระองค์เพื่อให้ลูกไม่กระทำผิด เพราะเป็นการตีด้วยความรักและห่วงใยไม่ใช่ตีด้วยความโกรธ ก่อนจะตี พ่อควรอธิบายให้ลูกทราบว่าตีเพราะอะไร และควรให้โอกาสลูกที่จะอธิบายและให้โอกาสแก้ตัวใหม่เสมอ เพราะพ่อเป็นพ่อที่ให้อภัยเช่นเดียวกับพระบิดาในสวรรค์ซึ่งทรงให้อภัยแก่เราซึ่งเป็นคนบาป 2. อย่าอยู่ท่ามกลางคนดื่มเหล้าองุ่น คนตระกละ (สุภาษิต 23:20-21, 29-35) เหล้าอัลกอฮอลมีสารซึ่งทำให้มึนและขาดสติ ไม่ว่าจะดื่มมากหรือน้อย ถ้าเราอยู่กับคนดื่มเหล้า เราอาจถูกกดดันจากเพื่อนได้ถ้าใจของเราไม่เข้มแข็งพอ พระเจ้ารู้ว่าใจมนุษย์นั้นอ่อนแอจึงได้กล่าวห้ามลูกของพระองค์ไม่ให้ดื่มเหล้าอัลกอฮอล เช่นเดียวกัน การอยู่กับคนตระกละซึ่งกินมากเกินพอจนอ้วน ทำให้เกิดโรคได้ เช่นโรคความดันสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไขมันสูง โรคถุงน้ำดี โรคตับอ่อน และโรคอื่นๆ 3. อย่าอยู่กับหญิง(ชาย)แพศยาหรือหญิง(ชาย)สังจร (สุภาษิต 23:26-28) พระเจ้าไม่ต้องการให้ลูกของพระองค์มั่วสุมกับหญิงหรือชายแพศยา เพราะมีผลแทรกซ้อนตามมามากมาย การกระทำที่ไม่สมควรทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว ทำลายอนาคต ทำให้เกิดโรคต่างๆที่รักษาไม่หาย เช่นเชื้อไวรัสประเภทต่างๆ โรคซิฟิลิส และโรคอื่นๆ นอกจากนี้ หญิงหรือชายสังจรคือคนซึ่งไม่ทำงาน เอาแต่เที่ยวสนุกสนาน ไม่มีหลักแหล่ง ขาดความรับผิดชอบ พระเจ้าต้องการให้ลูกของพระองค์ออกห่างจากคนเหล่านั้น ถ้าลูกทั้งหลายเชื่อฟังพ่อซึ่งเชื่อฟังพระเจ้า เขาจะทำให้พ่อของเขามีความสุข แต่ในการดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความยากลำบาก พ่อคริสเตียนต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีเวลาอยู่กับลูกหรืออบรมลูก จึงทำได้อย่างเดียวคือห้ามลูกไม่ให้ทำโน่นทำนี่โดยไม่มีเวลาอธิบายให้ลูกฟัง มิหนำซ้ำ พ่อคริสเตียนบางคนรู้ว่าตนเองทำสิ่งหนึ่งที่ไม่ดีแต่หยุดทำไม่ได้แต่รู้สำนึกว่าไม่ดีก็พยายามบอกลูกไม่ให้ทำทั้งๆที่ตนเองก็ยังทำอยู่ เช่นพ่อซึ่งชอบเที่ยวกลางคืนแต่ห้ามลูกไม่ให้ไปเที่ยวกับเพื่อนในเวลากลางคืน ลูกจะเชื่อฟังได้อย่างไร การอบรมสั่งสอนลูกในปัจจุบันจึงยากลำบากกว่าแต่ก่อน เพราะเราอาศัยอยุ่ในโลกของความบาป ซึ่งเห็นผิดเป็นถูก เช่น สังคมของโลกบอกว่า การทำแท้งลูกไม่ผิด การกล่าวคำหยาบไม่ผิด และอื่นๆ ลูกในปัจจุบันมีความคิดของตนเอง พ่อคริสเตียนจึงต้องมีเวลาให้ลูก นั่นคือพ่อไม่เพียงแต่สอนลูกแต่พ่อต้องฟังลูกด้วย มีเด็กคนหนึ่งถามคุณพ่อของเขาว่า คุณพ่อทำงานได้เงินเดือนชั่วโมงละเท่าไหร่ คุณพ่อตอบว่า คุณพ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละ 200 บาทต่อชั่วโมง เด็กคนนั้นวิ่งเข้าไปในห้องสักพักหนึ่งก็ออกมาหาคุณพ่อของเขาแล้วบอกว่า เขามีเงิน 100 บาท เขาขอซื้อเวลาของพ่อ ครึ่งชั่วโมงได้ไหม อาจารย์เปาโลได้เตือนสติเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ลูกว่า “จงยอมฟังซึ่งกันและกันด้วยความเคารพในพระคริสต์” (เอเฟซัส 5:21) คำว่าการยอมฟังมาจากคำในภาษากรีกว่า ฮิวโปเทสโซ หมายการยอมอยู่ใต้ผู้อาวุโสกว่า นั่นคือผู้น้อยยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่ หรือ ลูกเชื่อฟังพ่อแม่ คำว่าด้วยความเคารพ คือการไม่ล่วงเกิน ไม่ล่วงละเมิดในสิทธิของผู้อื่น เช่นลูกต้องเคารพพ่อแม่ในสิทธิของพ่อแม่ พ่อแม่ต้องเคารพลูกในความคิดของลูกตามอายุของเขา เช่น เมื่อยังเป็นเด็กเล็กๆ พ่อแม่ห้ามอะไรก็เชื่อฟังทั้งๆที่บาครั้งเขาไม่เข้าใจ แต่พอโตขึ้นเป็นหนุมสาว เขาจะมีความคิดของเขา เขาอยู่กับเพื่อนก็ไปเชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อ เขาคิดว่า เขารู้จักโลกมากกว่าพ่อของเขา เขาจึงไม่เชื่อฟัง พ่อจึงต้องอดทน หมั่นอธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยให้มีสติปํญญาของพระเจ้าในการเลี้ยงลูก คำว่าในพระคริสต์ หมายถึง การยอมให้พระเยซูคริสต์มีส่วนร่วมในการกระทำนั้นๆ เช่นก่อนอบรมลูก ให้อธิษฐานขอสติปัญญาจากพระเจ้า ขอให้ดำเนินชีวิตที่มีพระเยซูคริสตเจ้าเป็นผู้มีส่วนร่วมด้วย หวังใจว่า พ่อคริสเตียนและลูกคริสเตียนจะเดินไปด้วยกันโดยมีพระเยซูคริสต์เป็นผู้ทรงนำทางตลอดชีวิตของเขา อาเมน