การดำเนินชีวิตคริสเตียน

41. ประเพณีไทยกับความเชื่อของคริสเตียน

ขนบธรรมเนียมประเพณีคือการปฏิบัติที่ชุมชนหนึ่งๆได้ปฏิบัติต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจนเป็นที่ยอมรับของกลุ่มชนในสังคมนั้นขนบธรรม เนียมประเพณีมักเริ่มจากพิธีการหรือความเชื่อถือของบุคคลทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในปัจจุบันเป็นส่วนผสมระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณีของจีนและอินเดีย ในสมัยก่อนคนไทยอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน การเคารพผู้ใหญ่และการไหว้บรรพบุรุษจึงมีส่วนคล้ายคลึงกันระหว่างคนไทยและคนจีน ต่อมา คนไทยได้ย้ายถิ่นฐานลงมาทางใต้มาอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิในปัจจุบัน พอดีกับศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธได้เผยแพร่เข้ามาในดินแดนแถบนี้ การไหว้ พิธีมงคลสมรส พิธีทำบุญศพ ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง งานทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และประเพณีอื่นๆล้วนมาจากศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ในฐานะที่เป็นคริสเตียนไทย เรายังอยู่ในโลก พระเยซูคริสต์ได้สั่งให้คริสเตียนออกไปประกาศข่าวประเสริฐ เราจึงไม่แยกตนออกจากสังคมซึ่งประกอบด้วยคนนับถือศาสนาต่างๆ เพราะพวกเขาเป็นญาติเป็นมิตรของเรา เราต้องแสดงความรักต่อกัน มุ่งประพฤติตนให้เกิดความสงบสุขแก่กันและกัน และทำให้เกิดความเจริญในสังคมนั้น การเป็นคริสเตียนคือการดำเนินชีวิตอย่างพระเยซูคริสต์ และแสดงให้คนอื่นเห็นพระเยซูคริสต์ในเรา ดังนั้น ชีวิตคริสเตียนจึงต้องเป็นแบบอย่างให้คนอื่นและอยู่ร่วมกับคนอื่นได้โดยไม่ขัดต่อพระบัญญัติของพระเจ้า นั่นคือเวลาที่เราไปร่วมงานตามประเพณีไทยหรือพิธีการของศาสนาพุทธ เราสามารถไปร่วมได้ แต่เราต้องมีหลักปฏิบัติตามพระคัมภีร์คือ 1. จงกระทำทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติ์แด่พระเจ้า (โรม14:5-8) เช่น อย่าไปจุดธูปจุดเทียนกราบไหว้รูปเคารพ (1 ยอห์น 5:21; 1 โครินธ์ 10:14) หรือบูชาพระอื่น (อพยพ 20:3) หรือสิ่งของที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เช่นน้ำมนต์ อย่าไปเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพิธีการทางศาสนา 2. อย่ามีส่วนร่วมในพิธีการของภูตผีปิศาจ เช่นร่วมในพิธีปลุกเสก ร่วมไปหาหมอดู หมอเข้าทรง พ่อมดแม่มด หรือหมอพราย (เฉลยธรรมบัญญัติ 18:10-11) 3. จงพิจารณาจากจิตวิญญาณ เพราะว่า “พระเจ้าได้ทรงสำแดงสิ่งเหล่านั้นแก่เราทางพระวิญญาณ เพราะว่าพระวิญญาณทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งแม้เป็นความล้ำลึกของพระเจ้า” (1โครินธ์ 2:10) เช่น อธิษฐานขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานสติปัญญา ทรงช่วยนำ ปกปักษ์รักษา อย่าให้ผีมารซาตานเข้ามาแตะต้องเราได้ 4. จงกระทำทุกอย่างเพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ (1 โครินธ์ 9:22-23; 10:23) คริสเตียนไปร่วมแสดงความรัก ความเมตตาเอ็นด฿ ความเห็ยอกเห็นใจ ความเข้าใจระหว่างกัน เพื่อเป็นพยานของพระเยซูคริสต์ ตัวอย่างที่คริสเตียนต้องประสบคือการไหว้ แต่ก่อนการไหว้คนอื่นถือว่าเป็นการไหว้เทวดาประจำตัวของบุคคลนั้นตามศาสนาฮินดู แต่ในปัจจุบัน การไหว้เป็นเพียงการทักทายหรือทำความเคารพนับถือกัน คริสเตียนจึงไหว้ซึ่งกันและกันได้ พิธีมงคลสมรสมีส่วนประกอบดังนี้ 1. ดูฤกษ์ดูยาม 2. แห่ขันหมาก 3. กราบไหว้บูชาพระ 4. การรดน้ำสังข์ ซึ่งเป็นน้ำมนต์ที่พระสงฆ์ได้สวดเจริญพระพุทธมนต์ให้เป็นน้ำมนต์ 5. การเจิมแตะลงที่หน้าผากของคู่บ่าวสาว ข้อปฏิบัติ คริสเตียนไม่ดูฤกษ์ดูยาม ไม่กราบไหว้บูชาพระ ไม่รดน้ำสังข์ ซึ่งเป็นน้ำมนต์ และไม่เจิมแตะลงที่หน้าผากของคู่บ่าวสาว ถ้าจำเป็นจริงๆเพื่อให้ถูกต้องตามประเพณีไทย ให้คริสเตียนเตรียมน้ำไปเอง ส่วนแป้งซึ่งไม่ผ่านการปลุกเสกมาก็ใช้ได้ไม่ผิดต่อพระคัมภีร์ พิธีศพ ประกอบด้วยสามอย่างคือ 1. พิธีอาบน้ำศพ มีความหมายว่า เรามาขอให้ผู้ตายให้อโหสิแก่กันและกัน ไม่คิดจองเวรอาฆาตพยาบาทต่อกัน 2. การเคารพศพ การสวดอภิธรรม และการทำบุญศพ เป็นการช่วยหนุนส่งวิญญาณของผู้ตายไปสู่สุขติ พิธีกงเต็กของจีนเป็นพิธีนำดวงวิญญาณจองผู้ตายไปสู่ภพใหม่ พิธีนี้มีการส่งน้ำ อาหาร บ้าน เครื่องใช้และเงินไปให้ผู้ตายใช้จ่ายในภพหน้า 3. พิธีเผาศพ ผู้ร่วมพิธีนำดอกไม้จันทนืมาวางบนศพผู้ตายก่อนนำไปเผา ส่วนอังคารหรือกระดูกที่เหลืออยู่จะไปเก็นหรือฝังหรือลอยอังคาร ข้อปฏิบัติ คริสเตียนไปร่วมพิธีเพื่อแสคงความเคารพผู้ตายและปลอบประเล้าประโลมครอบครัวของผู้ตายได้ สิ่งที่คริสเตียนไม่ควรทำคือการไหว้ดวงวิญญาณของผู้ตาย เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่าเมื่อมนุษย์ตายไป ดวงวิญญาณได้ออกจากร่างและไปอยู่ในแดนคนตายแล้ว ร่างที่เห็นอยู่นั้นไม่มีวิญญาณ แต่ถ้าการไหว้ตามประเพณีไทยเป็นการเคารพผู้ตายเหมือนอย่างเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ก็กระทำได้ เช่น พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอาหรือผู้ใหญ่ที่เราเคารพ แต่เราในฐานะของคริสเตียนต้องรู้เจตนาว่าทำเพราะอะไร ไม่ใช่ไปไหว้ดวงวิญญาณหรือรูปเคารพ เราสามารถร่วมในพิธีสวดอภิธรรมด้วยการนั่งสำรวมให้ความเคารพต่อพิธีกรรมด้วยความสงบใจ ไม่ต้องพนมมือไหว้ เพราะคริสเตียนไม่ได้อาราธนาขอรับศีลจากพระสงฆ์ ในพิธี คริสเตียนจะเก็บอังคารหรือกระคูกได้เป็นการระลึกถึง ไม่ใช่นำมากราบไหว้ ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีฉลองปีใหม่ของคนไทย สงกรานต์แปลว่า ผ่านไปหรือเคลื่อนย้ายไป หมายถึงพระอาทิตย์ผ่านหรือเคลื่อนย้ายเช้าไปในจักรราศีใกราศีหนึ่ง ผ่านราศึหนึ่งก็ถือว่าหนึ่งเดือน ทั้งหมดมี 12 ราศีก็ผ่าน 12 เดือน จนถึงมหาสงกรานต์คือวันที่พระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ หรือเมษายน ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ แต่ประเพณีสงกรานต์เข้ามาเกี่ยวข้องกับศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ผู้เกี่ยวข้องในพิธีสงกรานต์ได้แก่ 1. นางสงกรานต์ เป็นนางฟ้าอยู่ในสวรรค์ชั้นต่ำสุดมี 7 คน นางฟ้านี้เป็นนางบำเรอของพระอินทร์จอมเทวราช 2. พญานาค มาพ่นน้ำขึ้นำไปบนอากาศแล้วตกเป็นฝนลงมา 3. นางแมว ชาวบ้านเอานางแมวใส่กรงแห่ไปรอบเมืองให้คนสาดน้ำ เพราะแมวเป็นสัญญาลักษณ์ของความแห้งแล้ง 4. การสรงน้ำพระพุทธรูป พระสงฆ์และผู้ใหญ่ 5. ประเพณีดำหัวของชาวเหนือ เขาใช้ดอกไม้ธูปเทียน หมากพลู ผ้าใหม่มามอบแก่ผู้ใหญ่ ข้อปฏิบัติ ตริสเตียนไปร่วมพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นปีใหม่ได้ แต่หลีกเลี่ยงความเชื่อดังกล่าวข้างต้น การสรงน้ำผู้ใหญ่เป็นสิ่งพึงกระทำเป็นการแสดงความเคารพผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เป็นคริสเตียน เพื่อขอให้ผู้ใหญ่อำนวยพระพรจากพระเจ้าแก่เรา ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีสืบถ่ายทอดมาจากประเทศอินเดีย เป็นพิธีเพื่อแสดงการขอขมาต่อพระแม่คงคา ข้อปฏิบัติ คริสเตียนไม่ควรร่วมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเชื่อที่ผิดต่อพระคัมภีร์ พิธีบวช งานบาชเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับพิธีการของศาสนาพุทธ ข้อปฏิบัติ ถ้าคริสเตียนหลีกเลี่ยงไปร่วมพิธีได้ควรกระทำ แต่เราไปร่วมได้ในช่วงงานเลึ้ยงได้ ประเพณีทอดกฐินผ้าป่า กฐินเป็นภาษาบาลีแปลว่า ไม้สะดึง เป็นกรอบไม้สำหรับขึงผ้าไว้เย็บ หรือเป็นไม้แบบใช้ขึงผ้าตัดจีวร การกางสะดึงออกจึงเรียกว่า ทอดกฐิน ผ้าที่ขึงและถูกกางออกด้วยไม้สะดึงเรียกผ้ากฐิน เป็นผ้าที่ถวายพระสงฆ์หลังการจำพรรษาแล้ว จึงเกิดเป็นเทศกาลทอดกฐิน พิธีทอดกฐินจึงเป็นพิธีถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ ผ้าป่า คือผ้าที่ชาวบ้านนำมาถวายพระสงฆ์ แท้ที่จริงในสมัยก่อน จึวรของพระสงฆ์ชัผ้าบังสุกุลเท่านั้น พระสงฆ์หาผ้ามาทำจีวรจึงยากมาก ต้องไปหาผ้าที่คนทิ้งไว้หรือผ้าห่อศพตามป่าช้า และต้องทำจีวรให้เสร็จใน 10 วันจึงยากลำบากมาก ชาวบ้านเห็นความยากลำบากของพระสงฆ์อยากจะช่วยทำบุญโดยเอาผ้ามาถวายโดยตรง แต่พระสงฆ์ไม่ยอมรับ ชาวบ้านก็ช่วยด้วยการเอาผ้าไปหมกดินในบริเวณที่พระเดินผ่าน เพื่อให้หระสงฆ์เก็บไปทำจีวรจึงเกิดประเพณีทอดผ้าป่า (ป่าช้า) การทอดผ้าป่าจึงทำได้ทุกเวลาแล้วแต่ศรัทธาของแต่ละคน นี่เป็นพิธีการทำบุญกุศล ต่อมาก็มีการเรี่ยไรเงินทองไปถวายวัดหรือพระสงฆ์ ข้อปฏิบัติ การทอดกฐินและทอดผ้าป่าเป็นพิธีการทางศาสนาพุทธ เป็นการสร้างบุญกุศล คริสเตียนไม่สร้างบุญกุศล เช่นถวายเงินทอดกฐิน ทอกผ้าป่า ปล่อยนกปล่อยปลา สร้างวัด หรืออื่นๆ แต่คริสเตียนควรให้ความช่วยเหลือคนซึ่งตกทุกข์ยากลำบาก เหตุที่ไม่สร้างบุญกุศล เพราะคริสเตียนดัรับความรอดโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ และโดยพระคุณของพระเจ้า ดังนั้นคริสเตียนไม่ควรไปร่วมพิธีดังกล่าว สรุปคือ ขอให้เราจงกระทำทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติ์แด่พระเจ้า จงพิจารณาด้วยจิตวิญญาณและจงกระทำทุกอย่างเพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ แล้วพระเจ้าจะทรงอวยพระพรแก่เรา หนังสืออ้างอิง: เศรษฐ จันทร์ทรง “ประเพณีไทยกับความเชื่อของคริสเตียน” พิมพ์โดยโรงพิมพ์กนกวรรณสาร 1983