การดำเนินชีวิตคริสเตียน

34. ความอดทน

เวลาที่เราอธิษฐาน เราเคยอธิษฐานขอความอดทนไหม เราอธิษฐานขอต่อพระเจ้าทุกวันในเรื่องต่างๆ เช่น ผู้ใหญ่อธิษฐานขอการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การงาน คนหนุ่มสาวอธิษฐานเผื่อการศึกษา การมีคู่ เด็กๆอธิษฐานขอของเล่น แต่บางครั้งอธิษฐานเป็นเวลานาน ก็ไม่ได้รับคำตอบจากพะเจ้า บางคนอาจสงสัยว่าพระเจ้าไม่เมตตาช่วยเหลือเขา แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราลืมอธิษฐานขอความอดทน แม้แต่ความเจ็บป่วย เราต้องการให้หายเร็วๆ ความทุกข์ยากให้หมดไปเร็วๆ งานเสร็จเร็วๆ เพราะเราขาดความอดทน ความอดทนคือขบวนการของการควบคุมความคิด ความเข้าใจเกี่ยวกับตนเองและสภาพแวดล้อม ความอดทนกับตนเองคือการควบตนเองไม่ตอบโต้ เช่นความโกรธ ความโศกเศร้า ความง่วงนอน และอื่นๆ ความอดทนต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างเรา เช่น ทุกวันนี้ เราอาศัยความอดทนโดยไม่รู้ตัว เช่น เด็กทารกเกิดมาหิวก็ร้องไห้ขอนมแม่ บางครั้งแม่มาช้า เด็กทารกเริ่มเรียนรู้ว่าต้องคอย นี่คือความอดทน รถติดในตอนเช้าเวลาไปทำงาน รออยู่ในแถว รอการประชุม การที่เราปรับตัวได้ เพราะเราชินชาต่อสิ่งเหล่านี้แล้ว ความชินชาเกิดจากการที่เราเปลี่ยนความคิดใหม่ด้วยการปล่อยวางปล่อยวางหรือcontent ถ้าเรารู้จักควบคุมตนเอง self-control และถ้าฝึกฝนบ่อยๆจากสภาพแวดล้อมแบบนี้แล้ว เราก็จะมีความอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมอื่นๆได้ ความอดทนก็กลายสิ่งปกติสำหรับเรา เรียกว่า self transformation ความอดทนแบบนี้ เป็นความอดทนที่ไม่มีความสุข เพราะไม่ใช่ความต้องการของเรา เราต้องยอมแพ้กับมัน หรือ ไม่สนใจ หรือ ไม่แคร์ ความอดทนเหล่านี้เป็นความอดทนของร่างกายและจิตใจของเรา เป็นความอดทนที่ไม่มีความสุขที่แท้จริง ยิ่งเกี่ยวข้องกับการรับใช้พระเจ้า เราอยากจะให้คริสตจักรเจริญเติบโตเร็วๆ บ่อยๆครั้ง เราต้องผิดหวัง เพราะเวลาของพระเจ้ากับเวลาของเราไม่เหมือนกัน หรืออีกนัยหนึ่ง ความอดทนของพระเจ้ากับของเราไม่เหมือนกัน เราทราบไหมว่า ความอดทนของพระเจ้านั้น เป็นของประทานจากพระเจ้า มีเพื่อเสริมสร้างความอดทนฝ่ายจิตวิญญาณ จากพระธรรมกาลาเทีย 5:22-23 “ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้นคือ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีพระราชบัญญัติห้ามไว้เลย” ความอดกลั้นใจ คือส่วนหนึ่งของความอดทน ในพระธรรมฮีบรู 6:12 “เพื่อท่านจะไม่เป็นคนเฉื่อยช้า แต่ให้ตามเยี่ยงอย่างแห่งคนเหล่านั้นที่อาศัยความเชื่อและความเพียร จึงได้รับตามพระสัญญาเป็นมรดก” และในพระธรรมยากอบ 5:8 “และจงให้ความเพียรนั้นกระทำการจนสำเร็จ เพื่อท่านทั้งหลายจะสมบูรณ์ครบถ้วนไม่ขาดสิ่งใดเลย” ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษ ความเพียร คือความอดทน ความอดทนที่คริสเตียนต้องการนั้นไม่ใช่ความอดทนแบบเนื้อหนัง แต่เป็นความอดทนแบบพระเจ้า ความอดทนแบบพระเจ้าต้องอาศัยความอดกลั้นใจและความเพียร ตัวอย่างคือ พระเจ้าอดทนกับชนชาติอิสราเอลด้วยการอดกลั้นใจ และพระองค์ใช้ความเพียรพยายามแก้ไขพวกเขา เพื่อให้ชนชาติอิสราเอลกลับมาหาพระเจ้า ตัวอย่างอีกอย่างหนึ่งได้แก่ บางคนขับรถแล้วพบรถติดหนัก ปฏิกิริยาของแต่ละคนต่อรถติดไม่เหมือนกัน บางคนโกรธถึงกับด่าว่าใครต่อใคร แต่พระเจ้าสอนเราให้อดทนด้วยความสงบ ด้วยการอธิษฐาน ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เราจะไม่กล่าวโทษใคร เพราะเราเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้า นี่คือความอดทนของคริสเตียน ในพระธรรมวิวรณ์ 14:12 “พระสัญญาอันมั่นคงสำหรับพวกวิสุทธิชนนี่แหละคือความอดทนของพวกวิสุทธิชน คือผู้ที่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า และความเชื่อของพระเยซูไว้” ในพระธรรม 2 เปโตร 1:5-7 “เพราะเหตุนี้เองท่านจงอุตส่าห์จนสุดกำลังที่จะเอาคุณธรรมเพิ่มความเชื่อ เอาความรู้เพิ่มคุณธรรม เอาความเหนี่ยวรั้งตนเพิ่มความรู้ เอาความอดทนเพิ่มความเหนี่ยวรั้งตน เอาการที่เป็นอย่างพระเจ้าเพิ่มความอดทน เอาความรักฉันพี่น้องเพิ่มการที่เป็นอย่างพระเจ้า และเอาความรักคนทั่วไปเพิ่มความรักฉันพี่น้อง พระธรรมยากอบ 1:4; 5:8 “ท่านทั้งหลายก็จงอดทนเช่นนั้นเหมือนกัน จงตั้งอกตั้งใจให้ดี ด้วยว่าการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็จวนจะถึงอยู่แล้ว” พระธรรมลูกา 21:19 พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “ท่านจะได้ชีวิตรอดโดยความอดทนของท่าน” สรุปคือความอดทนที่พระเยซูคริสต์ต้องการฝึกฝนเราให้อดทน เป็นความอดทนที่รักษาความรอดของเราเอง ในขณะที่เรายังอยู่ในโลกนี้ ให้เราอดทนเหมือนพระเยซูคริสต์ เมื่อวันหนึ่ง เราจะกลับบ้านที่สวรรค์และพบพระเยซูคริสต์ พระองค์จะตรัสกับเรา “เจ้าได้ทำดีที่สุดแล้ว” ให้เราอดทนเพื่อพระเจ้าเถิด