การดำเนินชีวิตคริสเตียน

33. ความสำเร็จของคริสเตียน

มนุษย์ทุกคนต้องการมีชีวิตที่ดี นั้นคือมีความสุขและมีความสำเร็จ ความสำเร็จของชีวิตมนุษย์ขึ้นกับความพอใจของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่า เราจะมีความสำเร็จได้ต้องมีการศึกษาสูงๆ ต้องมีเงินทองมากมาย หรือต้องมีชื่อเสียง แต่เราก็เห็นข้อเท็จจริงว่า คนที่มีการศึกษาสูงๆ มีเงินทองมากมาย หรือมีชื่อเสียงก็ประสบกับความล้มเหลวในชีวิตได้ แล้วอะไรคือความสำเร็จของมนุษย์? วารสารของนักธุรกิจชื่อ “Investor’s Business Daily’s 10 Secrets to Success” ได้เขียนถึงความสำเร็จของนักธุรกิจดังนี้ 1. คิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น (How you think is everything) ต้องคิดถึงความสำเร็จ ไม่คิดถึงความล้มเหลว 2. ฝันอย่างแท้จริงและตั้งเป้าหมาย (Decide upon your true dream and goals) วางแผนอย่างจริงจัง 3. ทำทันที (Take action) อย่ารีรอ 4. อย่าหยุดการเรียนรู้ (Never stop learning) แสวงหาความรู้เพิ่มเติม 5. ทำงานหนักและไม่ท้อถอย (Be persistent and work hard) ต้องอดทน 6. วิเคราะห์งานและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Learn to analyze details) เรียนรู้จากความล้มเหลว 7. จัดเวลาและการเงิน (Focus your time and money) 8. อย่ากลัวที่จะแตกต่างหรือเปลี่ยนแปลง (Do not be afraid to innovate; be different) อย่ากลัวที่จะทำสิ่งที่ดีกว่า 9. รู้จักติดต่อผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ (Deal and communicate with people effectively) 10. ซื่อสัตย์และรับผิดชอบ (Be honest and dependable:take responsibility) ถ้าขาดคุณสมบัติข้อนี้ ข้ออื่นๆก็ไม่มีประโยชน์ จะเห็นว่า ความสำเร็จของนักธุรกิจเป็นความสำเร็จของผู้ต้องการความก้าวหน้า ความสนใจอยู่ที่การหาเงินเพื่อให้ชีวิตมั่นคง ผู้พิพากษาคนหนึ่งชื่อ ณัฐปกรณ์ พิชญปัญญาธรรมได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งหัวข้อ “กว่าจะนั่งบัลลังก์ศาล” ท่านได่เล่าถึงความยากลำบากของชีวิตจากเด็กจนๆคนหนึ่งถูกพ่อทิ้งตั้งแต่ท่านยังอยู่ในครรถ์ของแม่ แม่เป็นคนใบ้ ท่านต้องถูกพรากจากแม่เมื่ออายุได้หนึ่งขวบและไปอาศัยอยู่กับยายซึ่งไม่ค่อยรักท่านเมื่อเป็นเด็ก ท่านบากบั่นต่อสู้ชีวิตทำงานร่ำเรียนหนังสือ ล้มแล้วล้มอีก จนในที่สุดเรียนจบเนติบัณฑิต และต่อมาเป็นผู้พิพากษา ท่านเล่าถึงความสำเร็จของท่านว่า 1.เราต้องรู้จักคุณค่าของตนเอง 2. เราต้องมีความใฝ่ฝันและใฝ่รู้ 3. เราต้องมีเป้าหมายในชีวิต 4. เราต้องลงมือกระทำ 5. เราต้องไม่ยอมแพ้เมื่อล้มเหลว 6. เราต้องมีที่ปรึกษาที่ดี 7. เราต้องรู้จักขอบคุณในทุกกรณี ผู้พิพากษาณัฐปกรณ์สรุปถึงความสำเร็จของท่าน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังอิญ ท่านเชื่อว่า พระเจ้าผู้อยู่เบื้องบนเป็นผู้จัดวางไว้แล้วทุกสิ่ง ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียน ความสำเร็จของเราขึ้นกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นตรีเอกานุภาค ให้เราใช้หัวข้อของผู้พิพากษาณัฐปกรณ์มาอธิบาย 1.เราต้องรู้จักคุณค่าของตนเอง เพราะเราเป็นลูกพระเจ้า 2. เราต้องมีความใฝ่ฝันและใฝ่รู้ เพราะพระเจ้าทรงประทานสคิปัญญาแก่เรา 3. เราต้องมีเป้าหมายในชีวิต เพราะเราต้องรู้ว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร 4. เราต้องลงมือกระทำ เพราะพระเจ้าต้องการให้เราไปรับใช้ตามของประทานที่พระองค์ทรงมอบให้เราไปทำ 5. เราต้องไม่ยอมแพ้เมื่อล้มเหลว เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเรา ดาวิดตรัสกับซาโลมอนโอรสของพระองค์ว่า“จงเข้มแข็งและกล้าหาญและทำให้สำเร็จเถิด อย่ากลัวเลย อย่าขยาด เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้า คือพระเจ้าของข้าทรงสถิตกับเจ้า พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให่เจ้าล้มเหลวหรือทอดทิ้งเจ้า จนกว่างานทั้งสิ้นสำหรับงานปรนนิบัติแห่งพระนิเวศของเจ้าจะสำร็จ” (1 พงศาวดาร 28:20) 6. เราต้องมีที่ปรึกษาที่ดี เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งทรงสถิตในเราจะทรงเป็นที่ปรึกษาและนำทางเราในทุกสิ่ง ให้พระคำของพระเจ้าเป็นคำแนะนำโดยผ่านทางพ่อแม่ตลอดจนผู้ใหญ่ที่เคารพของเรา 7. เราต้องรู้จักขอบคุณในทุกกรณี เพราะพระคุณของพระเจ้ามีมากมายในชีวิตของเรา อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “จงขอบพระคุณพระเจ้าคือพระบิดาสำหรับสิ่งสารพัดเสมอ ในพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา” (เอเฟซัส 5:20) ดังนั้น เราควรตั้งเป้าของความสำเร็จในชีวิตด้วยการ 1. อธิษฐานขอการทรงนำในสิ่งที่จะทำ (Pray) 2. วางแผนการบรรลุเป้าหมาย (Plan) 3. ลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำ (Priority) 4. พยายาม ไม่ท้อถอย (Perseverance) 5. อดทนต่ออุปสรรคที่ขวางหน้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความยากลำบาก ความล้มเหลว (Patience) 6. อธิษฐานขอให้สำเร็จตามน้ำพระทัยของพระองค์ (Pray) พระเจ้าทรงต้องการให้คริสเตียนประสบความสำเร็จในชีวิตในขณะที่ยังอยู่ในโลกนี้ แต่พระองค์ทรงตักเตือนเราให้ระวัง อย่าให้เนื้อหนังเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา อาจารย์เปาโลเตือนเราว่า “เพราะว่าถ้าผู้ใดถือตนว่ามีคนสำคัญ ทั้งๆที่เขาไม่สำคัญอะไรเลย ผู้นั้นก็หลอกตัวเอง” (กาลาเทีย 6:3) การที่อาจารย์เปาโลเตือนเราเช่นนั้น เพราะอาจารย์เปาโลรู้ว่า ความสำเร็จของชีวิตของคนเราในโลกไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง เพราะพระเจ้าต้องการให้เราได้รับความสำเร็จของชีวิตมากกว่าที่โลกจะให้เราได้ นั่นคือคือการแสวงหาชีวิตนิรันดร์ ให้เรามาดูตัวอย่างของชายคนหนึ่งซึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตตามมาตรฐานของโลก ชายคนนี้เป็นคนจน อดมื้อกินมื้อ เขาคิดว่าวันหนึ่ง เขาจะไม่อดอยากอีก เขามีมานะอดทน เขาหางานทำเล็กๆน้อยๆในเวลากลางวันและไปศึกษาเล่าเรียนในเวฃากลางคืน เขาเป็นตัวอย่างของลูกผู้ชายซึ่งต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ในที่สุด เขาร่ำรวยขึ้นมีเงินทองมากมาย เขามีครอบครัวที่ดี มีบ้านใหญ่โตอยู่ ทุกคนมีความสุข นี่คือตัวอย่างของชายคนหนึ่งที่มีชีวิตที่สมบูรณ์ในโลกนี้ ทุกคนก็อยากเป็นอย่างผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนนี้ได้รับความสำเร็จในชีวิตของเขา เขาไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้พบในบั้นปลายชีวิตของเขาว่า สิ่งที่เขามีอยู่ทุกอย่าง เขาเอาไปกับเขาไม่ได้ ไม่มีสักสิ่งเดียวที่เขาเอาไปได้ เขาเข้าหาธรรมะทำใจสงบอยู่กับธรรมะนั้น ในที่สุดเขาก็จากโลกนี้ไป ในพิธีศพของเขาเป็นพิธีใหญ่โตงดงามมาก มีแต่คำยกย่องความดีงามของเขา แล้วพระสงฆ์ก็กล่าวในคำสุดท้ายว่า ส่งชายคนนี้ได้แค่ที่เชิงตะกอน คือขี้เถ้าที่เหลืออยู่ ให้เราหยุดคิดสักเล็กน้อย ความสำเร็จของเขาอยู่ที่ไหน พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องเสียชีวิตของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร” (มาระโก 8:36) ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่มีชีวิตดังเช่นชายคนนี้ และมีสักกี่คนที่พบดวามสำเร็จตามที่เขาหวังไว้ จะพบว่าคนส่วนมากมีชีวิตที่สำเร็จปะปนกับความล้มเหลว ทางเดินชีวิตของเราทุกคนจึงมีทั้งความราบรื่นและขลุกขลัก แล้วอะไรคือความสำเร็จของชีวิตที่แท้จริง คริสเตียนมองความสำเร็จในโลกแตกต่างจากชาวโลก เพราะความสำเร็จในโลกนั้นไมแน่นอนและไม่ยั่งยืน ความสำเร็จของคริสเตียนอยู่ที่การพบความจริงว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าและพระองค์สามารถให้ชีวิตนิรันดร์แก่เราได้เพียงแต่ขอให้เราดำเนินชีวิตโดยความเชื่อและวางใจในพระองค์ ในพระธรรมสุภาษิตกล่าวว่า “จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น” (สุภาษิต 3:5,6) คำว่า จงวางใจในพระเจ้ามีบันทึกในพระคัมภีร์เดิมถึง 152 ครั้ง พระเจ้าต้องการเตือนสติของเราว่า ไม่ว่าเราจะตัดสินใจทำอะไร ให้เราวางใจในพระเจ้า เราได้ให้พระเจ้าเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือไม่ ความสำเร็จของคริสเตียนจึงไม่ขึ้นกับเงินทอง อำนาจหรือชื่อเสียงอย่างที่ชาวโลกต้องการ เพราะความจริงก็คือ เงินทอง ชื่อเสียงเป็นสิ่งยั่วยวนที่ไม่ยั่งยืน อัครสาวกยอห์นได้เตือนเราว่า “และโลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังล่วงไป แต่ผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์” (1 ยอห์น 2:17) ความสำเร็จของคริสเตียนอยู่ที่การประพฤติตามพระทัยของพระเจ้านอกจากนี้ พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์ พระองค์ทรงรู้ทุกอย่างของมนุษย์ทุกคนว่า จะมีชีวิตอย่างไรตั้งแต่เกิดจนตาย “เพราะว่าทางของคนก็อยู่ในสายพระเนตรพระเจ้า และพระองค์ทรงเฝ้าดูวิถีทั้งสิ้นของเขา” (สุภาษิต 5:21) ไม่ว่าเขาจะเป็นคริสเตียนหรือไม่ใช่ พระองค์ก็ทรงเฝ้าดูอยู่เสมอ พระเจ้าทรงสนใจจิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคน เมื่อพระเยซูคริสต์ได้ออกไปสั่งสอน พระองค์ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า (มัทธิว 4:23) พระองค์ทรงให้เราแสวงหาชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์ และพระองค์ต้องการให้เราไปอยู่กับพระองค์ ดังนั้น ชีวิตของเราไม่ได้จบสิ้นที่เชิงตะกอน ถ้าชีวิตของเราจบสิ้นที่เชิงตะกอน เราก็ยังไม่พบความสำร็จในชีวิตที่แท้จริง เพราะความสำเร็จของชีวิตของเรายังมีมากกว่าความเข้าใจของมนุษย์ เราจะมีสติปัญญาที่เข้าใจลึกซึ้งได้อย่างไร นอกจากเราต้องมีความ สัมพันธ์กับพระผู้สร้างเราคือพระเยซูคริสต์ พระเยซูคริสต์ไม่ต้องการให้เรามานับถือศาสนาคริสต์ แต่พระองค์ต้องการมีความสัมพันธ์กับเราแต่ละคน เมื่อเราประสบความล้มเหลวในชีวิต หรือพบความยากลำบากในชีวิต พระเยซูคริสต์ขอให้เรานำความล้มเหลวและความยากลำบากมาบอกพระองค์ ให้เราขอพระเจ้าให้ช่วยเรา ขอพระเจ้าแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาตามน้ำพระทัยของพระองค์ เพราะพระเจ้าต้องการให้โอกาสแก่เราเสมอ เมื่ออธิษฐานแล้ว ให้เชื่อว่าพระเจ้าจะช่วยให้สิ่งที่จะทำสำเร็จตามน้ำพระทัยของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสัญญากับผู้ที่เชื่อและวางใจพระองค์ว่า พระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของเรา พระองค์ทรงรักษาคำสัญญาที่มีไว้กับเราเสมอ และพระองค์ทรงมีแผนการที่ดีเพื่อให้ชีวิตของเราอยู่อย่างราบรื่นในโลกนี้ นั่นคือ เราจะแก้ปัญหาโดยเชื่อและวางใจว่า พระองค์จะสถิตอยู่กับเราและจะช่วยเราให้หลุดพ้นจากปัญหานั้นๆ กษัตริย์ดาวิดได้ตรัสกับพระเจ้าว่า “พระเนตรของพระองค์ทรงเห็นส่วนประกอบของข้าพระองค์ วันทั้งหลายทุกๆวันที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้นก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์เมื่อครั้งยังไม่เกิดวันนั้นเลย” (สดุดี 139:15) คำสัญญานี้จะตกมาถึงคริสเตียนทุกคนที่เชื่อและวางใจในพระองค์ ดังนั้น ความสำเร็จของชีวิตของคริสเตียนก็คือการรู้จักพระเยซูคริสต์และเดินไปกับพระเยซูคริสต์ทุกๆวันและความมั่นใจที่จะไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ ไม่ใช่ขึ้นกับเงินทอง อำนาจหรือชื่อเสียงอีกต่อไป แล้วเราทั้งหลายได้พบความสำเร็จในชีวิตหรือยัง พระเยซูคริสต์ต้องการมอบความสำเร็จในชีวิตแก่เรา เพียงแต่เราสารภาพความผิดบาปของเราต่อพระเยซูคริสต์ เพราะความบาปนำเราไปสู่ความล้มเหลวหรือความตาย และเชื่อพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดและพระผู้เป็นเจ้าของเรา พระองค์จะอยู่กับเราตลอดไปเป็นนิตย์ นี่คือความสำเร็จที่แท้จริงของมนุษย์ทุกคน