การดำเนินชีวิตคริสเตียน

32. ความสำนึกผิด

ในช่วงชีวิตหนึ่งของมนุษย์ทุกคนมีโอกาสทำผิด เขารู้สึกสำนึกผิด และรู้สึกอับอาย แต่ก็เก็บความรู้สึกผิดไว้ในใจโดยไม่สามารถบอกใครได้ เพราะเป็นความล้มเหลวส่วนหนึ่งของชีวิตของเขา เมื่อกระทำผิด เขาเผชิญกับความรู้สึกสำนึกผิดด้วยวิธีการต่างๆคือ 1. ปกปิดความผิดของตนเอง ตัวอย่างที่หนึ่ง พี่ๆสิบคนของโยเซฟได้ขายโยเซฟแก่ชาวอิชมาเอลซึ่งเดินทางไปประเทศอียิปต์แล้วปกปิดความผิดโดยบอกยาโคปพ่อของเขาว่า โยเซฟถูกสัตว์ร้ายกัดกินตาย (ปฐมกาล 37:12-36) ตัวอย่างที่สองคือ กษัตริย์ดาวิดได้ไปสมสู่กับนางบัทเชบาจนเธอตั้งครรถ์ และได้ส่งสามีของนางบัทเชบาซึ่งเป็นทหารให้ไปตายในสนามรบ เพื่อกษัตริย์ดาวิดจะได้แต่งงานกับนางบัทเชบาอย่างถูกต้องเพื่อปกปิดความผิดของตน แต่พระเจ้าได้ส่งนาธันมาทูลกล่าวโทษกษัตริย์ดาวิดและให้สติพระองค์ในความผิดที่พระองต์ได้ปกปิดเอาไว้ เมื่อความผิดถูกเปิดเผย กษัตริย์ดาวิดได้สารภาพความผิดบาปต่อพระเจ้า แต่ผลแทรกซ้อนของความผิดเป็นเหตุให้ลูกที่เกิดมาต้องตายลง นี่คือตัวอย่างของการปกปิดความผิดที่ไม่ได้สารภาพความผิดบาปต่อพระเจ้า (2 ซามูเอล 11) 2. แก้ตัวความผิดของตนเอง ตัวอย่าง พระเจ้าได้ตรัสกับซามูเอลให้ทูลกษัตริย์ซาอูลเกณฑ์พวกพลไปตีเมืองอามาเลขและทำลายทุกอย่างทั้งคนและสัตว์ เพราะชนชาติอามาเลขซึ่งเป็นคนบาปหนาได้ทำร้ายชนชาติอิสราเอลเมื่อเขาออกจากอียิปต์ แต่กษัตริย์ซาอูลไม่เชื่อฟังพระเจ้าไว้ชีวิตพระราชาอากักและสัตว์ที่ดีที่สุด เมื่อซามูเอลไปเตือนสติกษัตริย์ซาอูล พระองค์กลับแก้ตัวว่า ที่ไว้ชีวิตสัตว์แกะและโคที่ดีที่สุดเพื่อเป็นเครื่องสัตวบูชาแด่พระเยโฮวาห์ นี่คือตัวอย่างของการแก้ตัวตวามผิด กษัตริย์ซาอูลไม่สารภาพความผิดบาป พระเจ้าจึงได้ลงโทษกษัตริย์ซาอูลด้วยการเจิมกษัตริย์ดาวิดให้เป็นกษัตริย์แทนต่อไป (1 ซามูเอล 15) 3. ไม่อภัยความผิดของตนเอง ตัวอย่าง ยูดาสได้อายัดพระเยซูด้วยเงินสามสิบเหรียญ ต่อมา เขาได้เห็นพระเยซูถูกปรับโทษก็กลับใจ เขาเสียใจที่ได้ทำผิด แทนที่จะขอพระเจ้าให้อภัย เขาได้ไปผูกคอตาย นี่คือตัวอย่างของการไม่อภัยความผิดของตนเอง (มัทธิว 27:3-5) 4. ยอมรับความผิดของตนเอง ตัวอย่าง เปโตรได้ปฏิเสธว่าเป็นสาวกของพระเยซู 3 ครั้งตามที่พระเยซูได้ทำนายไว้กับเปโตร เปโตรเสียใจร้องไห้เป็นทุกข์ยิ่งนัก (มัทธิว 26:69-75) เขาสารภาพความผิดบาปของเขาต่อพระเจ้า พระเยซูคริสต์ได้ให้อภัยความผิดบาปของเปโตร และได้ใช้เปโตรในการประกาศพระคำของพระเจ้าในเวลาต่อมา เหตุใดคนเราปกปิดความผิด เพราะว่าคนทั่วไปมองความผิดของคนอื่นเป็นเรื่องใหญ่ จะเห็นได้ว่า คนชอบวิจารณ์เกี่ยวกับความผิดของคนอื่น และทำให้ความผิดเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องนินทากันไม่รู้จบ คริสเตียนจะไม่กล่าวโทษความผิดของผู้อื่น ตัวอย่าง ผู้หญิงคนหนึ่งถูกจับฐานล่วงประเวณี พวกธรรมาจรรย์และฟาริสีได้นำหญิงคนนี้มาลงโทษต่อหน้าฝูงชนและพระเยซูด้วยการเอาหินชว้างให้ตาย เขาต้องการทดลองพระองค์หวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ พระเยซูตรัสว่า “ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีผิด ก็ให้ผู้นั้นเอาหินชว้างเขาก่อน” เขาทั้งหลายจึงออกไปทีละคนเหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงคนนั้นที่อยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ พระเยซูทรงเงยพระพักตร์ขึ้นตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเจ้าหรือ” นางนั้นทูลว่า พระองค์เจ้าข้า ไม่มีผู้ใดเลย และพระเยซูตรัสว่า “เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิดและอย่าทำผิดอีก (ยอห์น 8:1-11) นอกจากนี้ พระเยซูคริสต์ยังตรัสสอนเราว่า “อย่ากล่าวโทษเขา เพื่อพระเจ้าจะไม่กล่าวโทษท่าน” (มัทธิว 7:1) พระเจ้าทรงรู้ถึงความผิดของทุกคน เราปกปิดความผิดหรือแก้ตัวความผิดต่อคนอื่นๆได้แต่เราปกปิดความผิดหรือแก้ตัวความผิดต่อพระเจ้าไม่ได้ ให้เราสารภาพความผิดบาปต่อพระเยซูคริสต์แล้วพระองค์พร้อมที่จะให้อภัยแก่ทุกคนที่สารภาพความผิดบาปเสมอและอย่าทำผิดอีก