การดำเนินชีวิตคริสเตียน

3. การดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า

เวลาที่เราตัดสินใจจะไปประกอบอาชีพในอเมริกา เรารู้ได้อย่างไรนี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า เราอาจใช้วิธีการต่างๆที่จะรู้ว่านี่คือพระประสงค์ของพระเจ้า เช่น จับฉลาก โยนหัวโยนก้อย ใช้ความรู้ที่มีอยู่ ใช้ความรู้สึก ใช้สุ่มตัวอย่างจากคนที่ไปอเมริกามาแล้ว สำหรับคริสเตียน เราอาจจะอธิษฐาน อดอาหาร ใช้นิมิต ถึงแม้เราอาจจะตัดสินใจแล้ว เราก็ยังไม่แน่ใจว่าเราตัดสินใจถูกต้องหรือไม่ ทำให้เกิดความกังวลหรือสับสน อาจารย์เปาโล กล่าวว่า “เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญาณ และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้แล้ว” (กาลาเทีย 5:17) การที่รู้จักพระประสงค์ของพระเจ้าจึงต้องแยกให้ออกว่านี่ไม่ใช่ความประสงค์ของเราเองหรือเพื่อเนื้อหนังของเราเอง เรารู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า 1. ให้เราแสวงหาสติปัญญาของพระเจ้า “พระเจ้าได้ทรงสำแดงสิ่งเหล่านั้นแก่เราทางพระวิญญาณ เพราะว่าพระวิญญาณทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งแม้เป็นความล้ำลึกของพระเจ้า” (1 โครินธ์ 2:10) ให้เรากล่าวกับพระวิญญาณในใจของเราให้พระองค์มอบความรอบรู้แก่เรา พระวิญญาณทรงสอนเราให้รู้ถึงสิ่งต่างๆเพื่อเราจะได้รู้จุดประสงค์ของพระเจ้า “เราทั้งหลายไม่ได้รับวิญญาณของโลก แต่ได้รับพระวิญญาณซึ่งมาจากพระเจ้า เพื่อเราทั้งหลายจะได้รู้ถึงสิ่งต่างๆที่พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่เรา” (1 โครินธ์ 2:12) มีบางคนอยากรู้ว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าหรือไม่ด้วยการเปิดพระคัมภีร์ตามแต่จะเกิดขึ้น มีชายคนหนึ่งต้องการรู้ว่านี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยการเปิดพระคัมภีร์ ปรากฎว่าไปเปิดมัทธิว 27:15 อ่านว่า “ยูดาจึงทิ้งเงินนั้นไว้ในพระวิหารและจากไปแล้ว เขาก็ออกไปผูกคอตาย แล้วเขาก็เปิดใหม่ไปพบยอห์น 13:27 “ท่านจะทำอะไรก็จงทำเร็วๆเถิด” นี่ไม่ใช่วิธีการของพระเจ้า การจับฉลากหรือการโยนหัวโยนก้อยมีใช้ในการตัดสินใจต่างๆว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าหรือไม่ ในสมัยพระคัมภีร์เดิม เช่นอาโรนนำแพะมาสองตัวมาจับฉลาก “และอาโรนจะจักฉลากแพะสองตัวนั้น ฉลากหนี่งตกเป็นของพระเจ้า และอีกฉลากหนึ่งเพื่ออาซาเบล” (เลวีนิติ 16:8) แม้แต่เนหะมีย์ (เนหะมีย์ 10:34) โซโลมอน (สุภาษิต18:18) โยนาห์ (โยนาห์1:17) และ การเลือกอัครสาวกมัทธีอัส (กิจการ 1:23-26) ต่างก็ใช้วิธีจับฉลากทั้งสิ้น แต่นี่ก็ไม่ใช่วิถีทางของพระเจ้า เพราะเมื่อเรามาเชื่อพระเยซูคริสต์ พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาประทับในใจของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์สอนเราให้มีสติปัญญาของพระเจ้าในการตัดสินใจปัญหาต่างๆให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า เพราะชีวิตของคริสเตียนไม่ขึ้นกับโชคชะตา แต่ขึ้นกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งทรงอยู่ในเรา 2. ให้เราแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า 2.1 เราต้องเชื่อและวางใจในพระเจ้า “จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรู้ของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเขาราบรื่น” (สุภาษิต 3:5-6) นั่นคือ เมื่อเราใช้ความรู้ในการตัดสินใจ แล้วให้เราอธิษฐานต่อพระเจ้าให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ แล้วฝากไว้กับพระเจ้าทั้งสิ้น ผลจะออกมาอย่างไรก็ให้เรายอมรับว่ามาจากพระเจ้า 3. รู้จักพระเจ้าโดยการอ่านพระคัมภีร์ เมื่อเรารู้พระธรรมของพระเจ้าจากคำสั่งสอนในพระคัมภีร์ เราจะรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า เราจะมองเห็นพระประสงค์ของพระเจ้าได้ชัดเจนขึ้น เช่นพระคัมภีร์สอนเราอย่าโลภ อย่าโกง อย่าโกหก อย่าอิจฉาริษยา อย่าดื่มเหล้าเมา ถ้าเราทำในสิ่งเหล่านี้ เราก็ไม่ได้ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ตัวอย่างเช่น เราจะขายอาหารเสริมอย่างหนึ่ง เราโฆษณาสรรพคุณสารพัดทั้งๆที่ไม่จริง ถ้าเรารู้จักพระคำของพระเจ้า ในพระธรรมสุภาษิต 12:22 เขียนว่า “ริมฝีปากที่พูดมุสาเป็นที่น่าเกลียดน่าชังแก่พระเจ้า แต่บรรดาผู้ที่ประพฤติความซื่อสัตย์เป็นที่ปิติยินดีแด่พระองค์” เราก็ไม่โกหก ผลที่ติดตามมาทำให้ใจเป็นสุข ไม่ต้องห่วงว่าใครจะต่อว่าเราในอนาคต อีกตัวอย่างหนึ่ง เราประกาศพระคำของพระเจ้าตามคำบัญชาของพระเยซูคริสต์ เรามีความสุข เพราะสิ่งที่เรากล่าวออกมาเป็นความจริง และเป็นความรอดของผู้อื่น เราไม่ต้องกลัวว่าเราไปให้ร้ายแก่ใคร เราก็รู้ว่านี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ดังนั้น การใช้เวลาว่างในการอ่านพระคัมภีร์จะทำให้เรารู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น 3.1 ให้เราปรึกษากับผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ เวลาที่เราจะทำอะไร เราจะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า เราจะใช้สติปัญญาของพระเจ้า และแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว เราต้องการความมั่นใจว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าจริงๆ เราอาจปรึกษาผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณได้ เพราะเป็นผู้ยึดถือในหลักคำสอนอันแท้ตามที่ได้เรียนมาแล้วเพื่อจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันมีหลัก และชี้แจงแก่ผู้ที่คักค้านคำสอนนั้น (ทิตัส 1:9) ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณนั้นก็เช่นกัน ต้องหมั่นปฏิบัติธรรมะตามคำสั่งสอนของพระเยซูคริสตเจ้าและหมั่นอธิษฐานแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า จึงจะสามารถให้คำปรึกษาได้ในที่สุด ในการดำเนินชีวิตคริสเตียน เราต้องการทำทุความดีกับความชั่วกสิ่งให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่ว่าจะทำอะไร ให้เราอธิษฐานขอจากพระเจ้า แต่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า