การดำเนินชีวิตคริสเตียน
22. ความทรงจำ
มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเรา แต่มีเหตุการณ์บางอย่างเท่านั้นที่เราจำได้และเก็บเป็นความทรงจำไว้ในสมองของเรา การที่เราจำสิ่งต่างๆได้เพราะเราให้ความสนใจเป็นพิเศษ เช่น การที่เรานำความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยมาใช้ประกอบอาชีพได้ เพราะเราเก็บความทรงจำนี้ไว้ในสมองจนถึงทุกวันนี้ นี่คือจากความสนใจที่เล่าเรียนมาในสมัยเด็กๆ โดยส่วนตัวของผู้เขียน ยังจำได้เมื่อเป็นเด็ก มีกบสองพวกยกทัพมาสู้รบในคลองที่สพานเหลือง กบตายเป็นร้อยเป็นพัน หนังสือพิมพ์ลงเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ผู้เขียนไม่เคยลืมและอยู่ในความทรงจำตลอดมา เพราะเป็นความสนใจของผู้เขียน แต่เหตุการณ์บางอย่างที่เราจำได้เกิดจากอารมณ์ของเรา เช่น มีผู้หญิงคนหนึ่งเกลียดพี่สาวของตน เพราะเมื่อเป็นเด็ก พี่สาวคนนี้ชอบข่มเธอ เธอไม่สามารถตอบโต้ได้ แต่เก็บอารมณ์เกลียดเอาไว้จนเข้าวัยชรา ทุกครั้งที่เอ่ยชื่อพี่สาว ความทรงจำเก่าๆจะกลับมา ทำให้เกลียดมากขึ้น ถึงแม้พี่สาวคนนี้ได้ตายไปแล้วก็ตาม นี่เป็นความทรงจำที่ไม่ดี แต่เราก็มีความทรงจำเก่าๆที่ดี สถานที่ท่องเที่ยวที่ประทับใจ เกิดจากอารมณ์ที่มีความสุข หรือ ความสำเร็จในการงาน เกิดจากอารมณ์ที่สู้กับความยากลำบาก ดังนั้น ความทรงจำจึงมีทั้งดีและไม่ดี เราสะสมความทรงจำที่ดี แต่ความทรงจำที่ไม่ดีก็ยังติดอยู่ในสมองของเรา กำจัดออกไปไม่ได้ มีแต่บั่นทอนสุขภาพของเรา และสร้างอารมณ์ขุ่นมัวแก่เราทุกครั้งที่คิดถึง ในด้านจิตวิทยา นักจิตวิทยาจะแนะให้เราเปิดเผยความทรงจำ และความรู้สึกไม่ดีต่างๆออกมาแล้วทิ้งมันไป แต่แล้วก็ทำไม่ได้เพราะมันฝังอยู่ในใจ ในฐานะของคริสเตียน เราควรทำอย่างไร
1. ความรักของพระเจ้า เราต้องเรียนรู้ว่า มนุษย์ได้ทำบาปต่อพระเจ้า
ด้วยการไม่เชื่อฟังพระเจ้า แต่พระองค์ยังรักเราด้วยการส่งพระเยซูคริสต์มาไถ่ความผิดบาปของเรา เมื่อพระเยซูถูกจับ เปโตรปฏิเสธพระเยซู 3 ครั้ง พระองค์ยังลืมความผิดของเปโตรได้ ความรักบดบังความผิดของผู้อื่นที่ทำกับเราได้ เวลาที่ความทรงจำที่ไม่ดีผุดขึ้นมา ให้เราใช้ความรักของพระเจ้ามาให้อภัยผู้ที่สร้างทรงจำไม่ดีแก่เรา
2. การคืนดีกัน เมื่อพระเยซูสร้างสาวก 12 คน แต่ละคนมีอภูมิหลังต่างๆกัน ซีโมนชาตินิยมเกลียดทหารโรมันและคนเก็บภาษีให้อาณาจักรโรม มัทธิวเป็นคนเก็บภาษี แต่เมื่อเขาทั้งสองมาเป็นสาวกของพระเยซู เขาเอาความทรงจำเก่าๆทิ้งไปเพราะเขามีจุดยืนใหม่คือความเชื่อใหม่ในพระเยซูคริสต์ เมื่อเรามาเชื่อพระเยซูคริสต์ เราสามารถลืมความผิดบาปของคนอื่นได้ เพราะพระเยซูคริสต์สอนเราว่า “เหตุฉะนั้น ถ้าท่านนำเครื่องบูชามาถึงแท่นบูชาแล้วและระลึกขึ้นได้ว่า พี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่าน จงวางเครื่องบูชาไว้ทีหน้าแท่นบูชา กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน” (มัทธิว 5:23,24) ความหมายของพระคัมภีร์ตอนนี้คือ เครื่องบูชาที่นำมาถวายพระเจ้านั้นไม่ได้หมายถึงสัตว์หรือสิ่งของ แต่หมายถึงความบาปที่เรานำมาให้พระเจ้าที่แท่นบูชา เรามาขอให้พระเจ้าให้อภัยแก่เรา และเราจะไม่ให้อภัยแก่ผู้ที่ทำผิดต่อเราหรือ บางคนกล่าวว่า คนที่เรายังมีความทรงจำไม่ดี เขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรือตายไปแล้ว ให้เราอธิษฐานต่อพระเยซูคริสต์ขอให้เราให้อภัยแก่ผู้ที่ทำผิดต่อเราและทำลายความทรงจำที่เกาะอยู่ในใจและสมองของเรา
ความหลังลบออกได้ เราจะลบความหลังที่ไม่ดีออกจากควาทรงจำของเราอย่างไร วิธีการก็คือให้เรามองความดีของคนที่ทำผิดต่อเราโดยให้ความดีของเขามาลบล้างความทรงจำที่ไม่ดี แต่ถ้าเขาไม่มีดีเลย ก็ขอให้เห็นความดีของพระเจ้าที่ลบล้างความบาปของเราได้ที่ไม้กางเขนนั้น ก็จะช่วยให้เราให้อภัยและลบความหลังที่ไม่ดีได้
เราจะป้องกันไม่ให้เกิดความทรงจำที่ไม่ดีในอนาคตได้อย่างไร
เราป้องกันได้โดยไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ถ้าสิ่งแวดล้อมนั้นมีผลของพระวิญญาณ นั่นคือ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ชื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน (กาลาเทีย 5:22) เราจะสร้างความทรงจำที่ดีที่จะเกิดกับเราในอนาคตได้
ถ้าเราสะสมความทรงจำที่ดีไว้มากมายในสมองแล้ว สมองจะไม่มีที่สำหรับความทรงจำที่ไม่ดีอีกต่อไป