การดำเนินชีวิตคริสเตียน
20. ความดีกับความชั่ว
คนไทยมีความเชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ความดีคือการกระทำที่สังคมมนุษย์ยกย่องว่าถูกต้องหรือเป็นประโยชน์ เป็นการกระทำให้ผู้อื่นเป็นสุขส่วนความชั่วคือการกระทำที่สังคมมนุษย์รังเกียจหรือสาปแช่ง เป็นการสร้างความทุกข์แก่ผู้อื่น ความดีกับความชั่วเป็นปฏิกริยาของจิตใจที่แสดงออกมาทางการกระทำและเป็นที่ยอมรับของสังคมมนุษย์ ดีหรือชั่วนั้นจึงเป็นมาตรฐานของโลกตามยุคตามสมัย ตัวอย่างเช่น ในสมัยโบราณ คนสองคน (Gladiator) ฆ่ากันในสนามกีฬาถือว่า ปกติและยอมรับของสังคมในสมัยนั้น โดยไม่ถือว่า การฆ่ากันเป็นสิ่งที่ชั่ว อีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น โรบินฮูดซึ่งไปปล้นคนรวย เอาเงินมาให้คนจน ในหมู่ของคนจน เขาเป็นคนดี แต่ ในหมู่คนมั่งมี เขาเป็นคนชั่ว ดังนั้นดีหรือชั่วจึงขึ้นกับสังคมของแต่ละสมัยหรือตามมาตรฐานของโลกในแต่ละสมัย แท้ที่จริง การทำความดีเป็นธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์รู้จักทำความดีกับความชั่วตั้งแต่เมื่อใด จากพระคัมภีร์ในพระธรรมปฐมกาล เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์คู่แรกคืออาดัมและเอวา พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระเจ้า พระฉายาของพระเจ้าไม่ใช่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนพระเจ้า แต่หมายถึง ความรู้สึกที่ดี ความนึกคิดที่ดี และมีสติปัญญาของพระเจ้า เมื่อมนุษย์อยู่ในสวนเอเดน มนุษย์จึงเป็นผู้ไร้เดียงสา ผู้บริสุทธิ์ และ ทำแต่สิ่งที่ดี การทำความดีจึงเป็นลักษณะของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงประทานให้ แต่ความดีในสายพระเนตรของพระเจ้าก็คือการเชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้มนุษย์มีอิสรภาพที่จะเชื่อฟังพระเจ้า “พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ที่เอเดน ทางทิศตะวันออก และให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงปั้นมานั้นอยู่ที่นั่น แล้วพระเจ้าทรงให้ต้นไม้ทุกชนิดที่งามน่าดูและที่น่ากินเป็นอาหาร งอกขึ้นจากดิน มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งอยู่ท่ามกลางสวนนั้น กับต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วต้นหนึ่งด้วย” (ปฐมกาล 2:8-9) พระเจ้าจึงทรงบัญชาแก่มนุษย์นั้นว่า บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้เจ้ากินได้ทั้งหมด เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน เพราะในวันใดที่เจ้าขืนกิน เจ้าจะต้องตายแน่ (ปฐมกาล 2:16-17) เมื่อมนุษย์เชื่อฟังพระเจ้า มนุษย์จึงทำแต่ความดี ดังนั้น มนุษย์รู้จักทำความดีตั้งแต่แรกเริ่มในสวนเอเดน ก่อนมีธรรมบัญญัติมาใช้บังคับ แต่ซาตานต้องการแย่งมนุษย์ออกจากพระเจ้า จึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะให้มนุษย์มาเป็นพรรคพวกของเขา ซาตานจึงได้มาล่อลวงอาดัมและเอวาให้เชื่อฟังซาตาน ดังนั้น การไปเชื่อฟังซาตานและไม่เชื่อฟังพระเจ้ากลายเป็นการทำบาป ความบาปจึงเข้ามาอยู่ในพันธุกรรม (Gene) ของมนุษย์ มนุษย์ซึ่งถูกสร้างโดยพระฉายาของพระเจ้าถูกเปลี่ยนแปลง แต่ก่อน มนุษย์รู้จักแต่ความดีตามพระฉายาของพระเจ้า แต่ความบาปหรือความชั่วเกิดขึ้น เมื่อมนุษย์ไปกินผลไม้จากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ความชั่วได้เข้ามาในตัวมนุษย์หรือความชั่วได้ติดอยู่กับพันธุกรรม (Gene) ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน มนุษย์จึงรู้สำนึกผิดชอบ รู้ทั้งดีและชั่ว ต่อจากนี้ มนุษย์จึงทำความดีและทำความชั่วได้ ความชั่วคือความบาป มนุษย์ทุกคนจึงได้ชื่อว่าเป็นคนบาป มนุษย์คนหนึ่งเกิดมา เมื่อเป็นเด็ก เขาเป็นเด็กไร้เดียงสา เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาเริ่มรู้สึกผิดชอบ เขามีความรับผิดชอบว่าจะเป็นคนดีหรือคนชั่ว เพราะเขาสามารถเลือกทำความดีตามพระฉายาของพระเจ้า หรือเลือกผลกรรมของต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว
ตัวอย่างที่ 1 มีคนคนหนึ่งซึ่งไม่รู้จักพระเจ้าและไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า
แต่เขากระทำแต่ความดี มีความรัก ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เขาช่วยเหลือคนยากคนจน ในทางตรงข้าม เขาไม่เบียดเบียนใคร เขาไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่อิจฉาริษยา ไม่โกง ไม่โสโครก ไม่เล่นการพนัน ไม่ใฝ่สูง เขาเป็นคนที่สมบูรณ์ที่สุข เขาทำความดีทั้งๆที่ไม่รู้จักพระเจ้าไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า ทั้งนี้เป็นเพราะเขาเกิดมามีลักษณะดีของพระฉายาของพระเจ้าซึ่งให้เขาทำความดี และเขายังมีผลกรรมจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว เขามีทางเลือกระหว่างความดีกับความเชื่อ แต่เขาเลือกทำความดี เขาจึงเป็นคนดี ดังนั้นคนที่เชื่อพระเจ้าและไม่เชื่อพระเจ้าล้วนทำความดีได้ตามมาตรฐานของโลก
ตัวอย่างที่ 2 มีคนคนหนึ่งไม่รู้จักพระเจ้าและไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า
เขาเป็นคนรุนแรง โกรธง่าย ฉุนเฉียว ทำร้ายคนอื่น ไม่เชื่อฟังใคร เขาได้รับการขนานนามว่าคนชั่วตามมาตรฐานของโลก คนคนนี้มีพระฉายาของพระเจ้าซึ่งให้เขาเป็นคนดี แต่เขาเลือกที่จะทำชั่วจากผลกรรมของต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว นั่นคือ เขาเลือกผลชั่วมากกว่าผลดี เขาจึงทำแต่ความชั่ว
ตัวอย่างที่ 3 มีคนคนหนึ่งไม่รู้จักพระเจ้าและไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า เขาเป็นคนร่าเริงสนุกสนาน ไม่เป็นภัยต่อใคร แต่เขาไปดื่มเหล้าเมา ไปทะเลาะเบาะแว้งและทำร้ายคนอื่น พอเขาหายเมา เขาเสียใจและไปขอโทษคนคนนั้นที่เขาทำร้าย สรุปคือ เวลาปกติ เขาเป็นคนดีตามมาตรฐานของโลก เพราะเขามีพระฉายาของพระเจ้าซึ่งให้เขาเป็นคนดี และเขาเลือกผลดีจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว แต่เวลาเมาเหล้า ความชั่วจากผลกรรมของต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วมาครอบงำเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว เขาควบคุมตัวเขาไม่ได้ เขาจึงทำความชั่ว แต่เมื่อเขาหายเมา เขาเสียใจเพราะเขาให้พระฉายาของพระเจ้าซึ่งให้เขาเป็นคนดีและผลดีจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วมาควบคุมเขา
จากตัวอย่างข้างต้น มนุษย์เลือกทางชีวิตของตนเอง ไม่ขึ้นกับพระเจ้าหรือซาตาน หรืออาจจะกล่าวว่า แล้วแต่บุญแต่กรรม แต่ข้อเท็จจริงคือ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ พระเจ้าได้วางแผนการให้มนุษย์กลับไปอยู่กับพระองค์อีก โดยทรงประทานพระบุตรองค์เดียวคือพระเยซูคริสต์มาบังเกิดและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่ความบาปของมนุษย์ เพื่อผู้ซึ่งเชื่อและวางใจในองค์พระเยซูคริสต์จะได้รับความรอดและมีชีวิตนิรันดร์ นี่คือข้อแตกต่างระหว่างพระเจ้ากับซาตาน พระเจ้าต้องการให้มนุษย์เชื่อฟังพระองค์และไปอยู่ในสวรรค์กับพระองค์ แต่ซาตานต้องการให้มนุษย์ออกห่างจากพระเจ้า เพื่อเป็นพรรคพวกของมัน ซาตานเป็นเจ้าในโลก มันจึงต้องการมอบความสุขแก่มนุษย์ในโลกเพื่อให้มนุษย์ปฏิเสธพระเจ้า ซาตานมีอำนาจเหนือมนุษย์ มันสามารถให้มนุษย์มีความสุขได้ ร่ำรวยได้ ให้ความสนุกสนานได้ ซาตานยังต้องการให้มนุษย์ทำในสิ่งที่พระเจ้าเกลียดชัง เช่นการโกหก การหลอกลวง การอิจฉาริษยา การโลภ การทะเลาะวิวาท และวิธีการชั่วร้ายต่างๆเพื่อให้มนุษย์ออกห่างจากพระเจ้า นอกจากนี้ ซาตานก็รู้ว่า การทำความดีเป็นพระฉายา หรือพระลักษณะของพระเจ้าซึ่งพระเจ้าต้องการให้มนุษย์ปฏิบัติ ซาตานจึงหลอกลวงมนุษย์โดยช่วยให้มนุษย์ทำความดีซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้วโดยอาศัยวิธีการของพระเจ้า เช่น ช่วยคนจน สร้างโรงพยาบาล สร้างวัดวาอาราม และอื่นๆ จนไม่สามารถแยกออกจากกันว่าคนที่ทำความดีนั้นเป็นคนดีจริงของพระเจ้า
ตัวอย่างที่ 4 มีชายคนหนึ่งเป็นหัวหน้าเผ่าของชุมชนหนึ่ง เขาเชื่อภูตผีปิศาจ เขาเป็นผู้นำในการบวงสรวงภูตผีปิศาจของชุมชนนั้น เขาเป็นคนดีตามมาตรฐานขงโลก ช่วยเหลือคนในชุมชน รักษาโรคด้วยพิธีการของผี เขาเป็นคนไม่มีที่ติและเป็นที่รักนับถือของคนในชุมชนนั้น เขาเป็นคนดีในสายตาของมนุษย์และมาตรฐานของโลก การที่เขาเป็นคนดีเพราะเขามีพระฉายาของพระเจ้าซึ่งให้เขามีลักษณะของคนดี และเขาเลือกที่จะทำดีจากผลกรรมของต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว นั่นคือ เขาเลือกผลดี เหตุผลที่เขาทำความดี ก็เพื่อให้ชุมชนนี้มาเชื่อภูตผีปิศาจ นี่คือวิธีการหนึ่งของซาตานในการแย่งชิงมนุษย์ให้ออกห่างจากพระเจ้า
การที่กล่าวว่า “คนเชื่อพระเจ้าเป็นคนดี คนเชื่อซาตานเป็นคนชั่วหรือคนไม่ดี” จึงไม่ถูกต้อง เพราะมีคนจำนวนมากในโลกเป็นคนดีโดยเขาไม่รู้จักพระเจ้า ไม่เชื่อพระเจ้า หรือปฏิเสธพระเจ้า แต่เป็นเพราะธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งมีพระฉายาของพระเจ้าและผลกรรมดีจากต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว เขาจึงเป็นคนดีได้
แต่ในพระคัมภีร์ชี้ให้เห็นตั้งแต่ต้นว่า ความดีของคริสเตียนคือการเชื่อฟังพระเจ้า เมื่อเขาเชื่อฟังพระเจ้า เขาก็ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า พระบัญญัติของพระเจ้าสอนให้เขาเป็นคนดีของพระเจ้า เขาจึงไม่ทำบาปหรือทำชั่ว เพราะ พระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งประทับอยู่ในใจของคริสเตียนจะทรงสั่งสอนเขาให้เป็นคนดี เขาจะอ่านพระคัมภีร์ซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้าจะสอนให้รู้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว สรุปคือคริสเตียนจึงทำความดีเพราะเชื่อฟังพระเจ้าไม่ใช่ตามมาตรฐานของโลก