การดำเนินชีวิตคริสเตียน
19. ความโชคร้าย
ความโชคร้ายเป็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจให้เกิด ภาษาจีนที่ใช้แทนคำว่า โชคร้าย คือความซวย มีชายคนหนึ่งเล่าว่า เขาซวยจริงๆ เมื่อเขาไปเดินออกกำลังในสวนแห่งหนึ่ง มีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งมากัดเขาโดยไม่รู้ตัว เขาบอกว่าเป็นกรรมเก่าเพราะชาติที่แล้ว เขาไปทำร้ายสุนัขตัวนี้มาก่อน ชาตินี้กรรมตามทัน ในพระคัมภีร์ก็มีเรื่องราวของคนคนหนึ่งซึ่งถ้าถือตามโชคชะตาแล้ว เขาก็ต้องถือว่าซวยจริงๆ คนคนนั้นคือโยเซฟ โยเซฟเป็นลูกคนที่ 11 ของยาโคป เกิดจากภรรยาที่ยาโคปโปรดที่สุดคือนางราเชล โยเซฟจึงเป็นลูกที่ยาโคปโปรดที่สุด ยาโคปได้ทำเสื้อยาวมีแขนให้แก่โยเซฟ เมื่อพวกพี่ชาบเห็นว่าบิดารักโยเซฟมากกว่าตนก็ชังโยเซฟและพูดดีกับไม่ได้ (ปฐมกาล 37:3-4) และยังหาโอกาสจะกำจัดโยเซฟ ทั้งที่โยเซฟไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ดีต่อพี่ของเขา ถ้าเป็นพวกเราก็ต้องถือว่า ซวยจริงๆ เพราะเขาไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่เกิดจากยาโคปรักโยเซฟมากกว่าพี่ๆของเขา ทำให้พวกพี่อิจฉาเ ขา ดังนั้น สาเหตุของความซวยอาจมาจากผู้อื่นเป็นเหตุ เช่น เพื่อนชวนไปดื่มเหล้า ก็ไปดื่มจนเมา พอเมาจัดก็ขับรถกลับบ้าน แต่ถูกตำรวจจับ พอมีสติพบว่าตนเองอยู่ในคุกแล้ว
โยเซฟยังพบกับความซวยต่อไปอีกฟัง เมื่อโยเซฟอายุได้ 17 ปียังค่อนข้างไร้เดียงสาโดยไม่ได้คิดว่าสิ่งเขาเล่าจะมาทำร้ายเขา”
“คราวหนึ่งโยเซฟฝัน แล้วเล่าให้พวกพี่ชาย โยเซฟเล่าว่า ฟังความฝันของฉันซิ พวกเรากำลังมัดฟ่อนข้าวอยู่ในนา ทันใดนั้น ฟ่อนข้าวของแนตั้งขึ้น ยืนตรง แต่ฟ่อนข้าวของพวกพี่มาแวดล้อมกราบไหว้ฟ่อนข้าวของฉัน พวกพี่ชายจึงถามโยเซฟว่า เจ้าจะปกครองเรากระนั้นหรือ เจ้าจะมีอำนาจครอบครองเราหรือ พวกพี่ชายก็ยิ่งชังโยเซฟมากขึ้นอีกเพราะความฝัน และเพราะคำของเขา ต่อมาโยเซฟก็ฝันอีก จึงเล่าให้พี่ชายฟังว่า ฉันฝันอีกครั้งหนึ่ง เห็นดวงอาทิตย์ ดางจันทร์และดาวสิบเอ็ดดวงกำลังกราบไหว้ฉัน เมื่อเล่าให้บิดาและพวกพี่ชายกับน้องฟัง บิดาก็เตือนโยเซฟว่า ความฝันที่เจ้าได้ฝันเห็นหมายความว่าอะไร เรากับมารดาและพี่น้องของเจ้าจะมาซบหน้าลงกราบถึงดินกราบไหว้เจ้ากระนั้นหรือ พวกพี่ชายอิจฉาโยเซฟ บิดาก็นิ่งตรองเรื่องนี้อยู่แต่ในใจ (ปฐมกาล 37:5-11) วันหนึ่ง ยาโคปซึ่งอีกชื่อหนึ่งว่าอิสราเอลได้ให้โบเซฟไปหาพวกพี่ชายซึ่งเลี้ยงแพะแกะอยู่ในทุ่งนา พวกพี่ชายได้วางแผนการณ์ต่างๆที่จะฆ่าโยเซฟเสีย แต่ในที่สุดแผนการณ์เปลี่ยนไป พวกพี่ชายขายโยเซฟแก่พวกอิชมาเอลไปเป็นทาสที่อียิปต์ นี่คือความซวยของโยเซฟเพราะตนเองเป็นสาเหตุของความซวยนั้น บ่อยๆครั้งที่เราทำอะไรหรือพูดอะไรไป เราไม่รู้เลยว่า เราไปทำร้ายจิตใจของคนอื่น นี่เป็นบ่อเกิดของปัญหาต่างๆในสังคม สามีภรรยาไม่เข้าใจกัน พี่น้องทะเลาะกัน บางครั้งถึงกับทำร้ายกันโดยที่คนกระทำไม่รู้ตัว นี่คือความซวยที่เกิดจากตนเองเป็นเหตุ ความซวยแบบนี้ เราหลีกเลี่ยงได้ (มีต่อ)ด้วยระมัดระวังเวลาจะพูดจาในหมู่คนมากๆ แม้แต่ในโบสถ์ซึ่งมีคนมากมาย เพราะคนที่เราพูดด้วย เขาสนิทกับเรา แต่คนอื่นที่นั่งฟังด้วย เขาไม่เข้าใจอาจตีความหมายคำพูดผิดไป แล้วไปเล่าต่อ เรื่องเลยไปกันใหญ่ คนพูดหรือคนเล่าก็ซวยไป
เรื่องความซวยของโยเซฟยังไม่จบ เขาถูกนำไปประเทศอียิปต์ในฐานะของทาส ในที่สุด ข้าราชสำนักของฟาโรห์ ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ชื่อ โปทิฟาร์มาซื้อโยเซฟไปไว้ที่บ้าน เนื่องจากเป็นคนสวยหน้าตาคมคาย เป็นที่ถูกใจของภรรยาของโปทิฟาร์ วันหนึ่ง ภรรยาจะมาปล้ำโยเซฟให้ไปหลับนอนด้วย โยเซฟไม่ยอม ภรรยาเจ้านายเสียหน้าเลยไปโกหกสามีว่า โยเซฟเข้าไปหานางจะทำหยาบคาย โยเซฟจากการเป็นคนโปรดของโปทิฟาร์เลยต้องไปอยู่ในคุกแทน นี่เป็นความซวยที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม ถ้าโยเซฟไม่ถูกขายให้โปทิฟาร์และไปอยู่บ้านนั้นที่มีภรรยาของเจ้านายมาชอบเขา เขาคงไม่ต้องอยู่ในคุก นี่เป็นสิ่งเกิดกับทุกคนได้ ถ้าเราไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงภัย หรืออยู่ในที่ผิด เวลาผิด (wrong place and wrong time)
ดังนั้นความซวยมีสาเหตุมาจาก 3 อย่างด้วยกัน
1. ความซวยอาจมาจากผู้อื่นเป็นเหตุ
2. ความซวยอาจมาจากตนเองเป็นเหตุ
3. ความซวยอาจมาจากสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุ
สำหรับคริสเตียน เราไม่เอโชคชะตาว่าดีหรือร้าย เพราะชีวิตคริสเตียนขึ้นกับพระเจ้า ให้เรามาดูชีวิตของโยเซฟ ถึงเขาจะพบกับความซวยตามมาตรฐานของมนุษย์ แต่พระคัมภีร์บอกว่า เมื่อโยเซฟไปเป็นในบ้านของโปทิฟาร์ พระเจ้าทรงสถิตกับโยเซฟ โยเซฟจึงเจริญขึ้นในการงานรับใช้ในบ้านจนเจ้านายไว้ใจให้ดูแลการงานในบ้าน และมอบทรัพย์สิ่งของทั้งปวงไว้ในความดูแลของโยเซฟทั้งสิ้น (ปฐมกาล 39:1-4) แล้วพระเจ้ายังทรงอวยพรแก่ครอบครัวของคนอียิปต์เพื่อเห็นแก่โยเซฟ(ปฐมกาล 39:1-4) แต่ความซวยยังเกิดขึ้นได้เสมอเพราะยังมีซาตานอยู่รอบด้านตัวเรา ภรรยาของโปทิฟาร์คือซาตานหรือตัวซวยที่มาทำลายโยเซฟ ชีวิตคริสเตียนทุกคนจะพบปัญหาแบบโยเซฟ ทั้งๆที่พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เรา เพราะความยากลำบากอาจแก่เราได้ เพราะความบาปของเนื้อหนังของเราและซาตานซึ่งคอยทำลายเราเมื่อเราเผลอ แต่ถึงกระนั้น พระเจ้าจะทรงดูแลเราเช่นเดียวกับโยเซฟ ในพระคัมภีร์บอกว่า ถึงโยเซฟอยู่ในคุก พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ และทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่เขา ทรงโปรดให้พัสดีเมตตาปรานีเขา ให้โยเซฟดูแลทุกสิ่งในคุกรวมถึงนักโทษ “เพราะเหตุพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ และการวานใดๆที่ท่านกระทำพระเจ้าก็ทรงโปรดให้เจริญ” (ปฐมกาล 39:23)
ท่ามกลางความซวยทั้งหลายที่ชาวโลกถือว่าโชคร้าย สำหรับคริสเตียน นี่คือการทดลองที่สอนให้เราเข็มแข็งขึ้นและอดทนจนถึงเวลาของพระเจ้าที่จะให้เราพ้นจากความซวยนั้น ตัวอย่าง โยบ พระเจ้าอนุญาตให้ซาตานทดลองโยบ ชีวิตของโยบได้รับความลำบากตั้งแต่พระธรรมโยบบทแรกจนถึงบทที่ 42 ข้อ 9 ตั้งแต่ข้อ 10 เป็นต้นไป พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ โยบอย่างมากมายกว่าแต่ก่อนที่โยบได้ถูกทดลองเสียอีก พระเจ้าจะทรงอวยพระพรแก่เราทุกคนที่ผ่านการทดลอง เพียงแต่ขอให้เราอดทนและเชื่อพระเจ้าอย่างมั่นคงจนถึงที่สุด เพราะอีกเพียงหน่อยเดียวหรือเพียงก้าวเดียว เพราะจะทรงอวยพระพรแก่เราและความโชคร้ายหรือ ความซวยจะแตะต้องเราไม่ได้เพราะเรามีพระเจ้าอยู่กับเราตลอดไป