การดำเนินชีวิตคริสเตียน
18. ความเชื่อ
หนังสือปทานุกรมไทยให้นิยามความเชื่อว่า ความเชื่อคือความไว้วางใจหรือให้ความเชื่อถือต่อผู้อื่นหรือสิ่งของนั้นๆ หรือความเชื่อคือการจงรักภักดีต่อผู้อื่น ในภาษากรีก ความเชื่อคือ PISTIS ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า FAITH ในภาษาอังกฤษ ความเชื่อมี 3 คำด้วยกันคือ
FAITH เป็นความเชื่อที่ประกอบด้วยความเชื่อใจ มั่นใจ และวางใจ
BELIEF เป็นความเชื่อที่ยอมรับทั่วไป
TRUST เป็นความมั่นใจ
ในพระคัมภีร์ได้นิยามความเชื่อว่า ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นควมรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง (ฮีบรู 11:1) โดย ความเชื่อนี้เอง เราจึงเข้าใจว่าพระเจ้าได้ทรงสร้างกัลปจักรวาลด้วยพระดำรัสของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากสิ่งที่ไม่ปรากฎให้เห็น (ฮีบรู 11:3) ในชีวิตของคนเรา เรามีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อทุกๆวัน ไม่ว่าความเชื่อจะเป็นแบบไหน เราขับรถมาโบสถ์ เราเชื่อว่ารถของเราจะพาเรามาโบสถ์ เรานั่งบนเก้าอี้ในโบสถ์ เราก็เชื่อว่าตึกจะไม่พังลงมาและเก้าอี้จะไม่หักลง มีสิ่งต่างๆมากมายในโลกเช่นสารโมเลกุล พลังงานที่เรามองไม่เห็นแต่เราก็เชื่อว่ามีจริง เช่น อากาศหายใจที่มองไม่เห็นแต่เรารู้ว่ามีเพราะเรามีชีวิตอยู่ เชื้อไวรัสที่มองไม่เห็น เรารู้เพราะเราเป็นหวัดไม่สบาย ทุกๆวันที่เราเชื่อ การเชื่อนั้นอาจเชื่อถูกหรือผิดแต่เราก็เชื่อ ความเชื่อของคนเราแบ่งออกเป็น 6 ประเภท
1. เชื่อประสบการณ์ของตนเอง เชื่อว่าตนเองเป็นผู้ควบคุมชีวิตของตนเอง จะดีหรือเลวขึ้นกับการกระทำของตนเอง นั่นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คือเชื่อตนเอง
2. เชื่อประสบการณ์ของผู้อื่น เช่นคนอื่นที่เราเชื่อถือมาบอกเราว่า สิ่งนี้ดี เราก็เชื่อและทำตาม เชื่อแพทย์ซึ่งสั่งยาให้รับประทานว่า จะรักษาเราให้หายป่วยได้
3. เชื่อกฏเกณฑ์ กฎหมายหรือกฎบัญญัติที่ตั้งมาให้ปฏิบัติ เช่นกฎหมายของบ้านเมือง กฎบัญญัติ หรือ ศีลธรรมของศาสนาต่างๆ
4. เชื่อพิธีกรรม เช่นพิธีบรวงสรวง รดน้ำมนต์ พิธีการทางศาสนาต่างๆ
5. เชื่อสิ่งลี้ลับ เช่นเชื่ออำนาจมืด คำทำนาย ความฝัน ไม้เสี่ยงเซียมซี
6. เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ผี เทวดา เทพเจ้าต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อของคนเราข้างต้น 4 ประเภทแรกมีโอกาสเชื่อผิดๆได้ เช่นการเชื่อตนเอง การเชื่อตนเองไม่มีหลักประกันว่าจะดีหรือถูกต้อง มีโอกาสล้มเหลวได้
การเชื่อว่าเหล้าอัลกอฮอล์ การสูบกัญชาจะทำให้มีความสุขโดยลืมไปถึงผลแทรกซ้อนของสารนั้นๆ
การเชื่อลอตตอรี่ การพนัน หมอดู ว่าจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น โดยลืมไปว่ามีโอกาสจนลงมากกว่าร่ำรวยขึ้น
ดังนั้น การเชื่อ 4 ประเภทข้างต้นเป็นการเชื่อเพื่อให้เรามีความสุขและมั่นคงในโลกนี้ แต่มีโอกาสมากกว่าที่จะเป็นทุกข์และล้มเหลวในชีวิตได้
แต่การเชื่อ 3 ประเภทหลังเป็นความเชื่อเพื่อความรอดหรือไปอยู่ในที่ดีกว่าในภพหน้าจะเป็นสวรรค์หรือที่อื่นๆ เช่น การเชื่อกฎบัญญัติ หรือธรรมะของศาสนาต่างๆ การบรวงสรวงผี เทวดา หรือเทพเจ้า
แต่ความเชื่อของคริสเตียนแตกต่างจากความเชื่อของชาวโลก เพราะความเชื่อของคริสเตียนตั้งอยู่บนรากฐานของพระเยซูคริสต์เจ้า นั่นคือ เราเชื่อพระเยซูคริสต์เจ้าเท่านั้น ไม่เชื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือธรรมะ หรือผีสางเทวดา เมื่อเราเชื่อพระเยซูคริสต์ เราก็ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ มนุษย์ได้ทำบาปต่อพระเจ้าด้วยการไปเชื่อฟังซาตาน ทำให้มนุษย์ต้องออกจากสวนเอเดน เพราะความบาปทำให้มนุษย์ไม่บริสุทธิ์ ขาดความชอบธรรม เราจึงกลับไปสวรรค์ของพระเจ้าไม่ได้ นอกจาก เราจะสารภาพความผิดบาปและเชื่อพระเยซูคริสตื เราจึงจะกลับไปสวรรค์ของพระเจ้าได้ เพราะว่า
1. โดยความเชื่อ เราจึงสามารถเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะพระธรรมกิจการเขียนว่า “พระองค์ไม่ทรงถือเราถือเขา แต่ทรงชำระใจเขาให้บริสุทธิ์โดยความเชื่อ” (กิจการ 15:9)
2. โดยความเชื่อ เราจึงสามารถเป็นผู้ชอบธรรม คือ มีธรรมะอยู่ในเรา อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “เหตุฉะนั้น เมื่อเราได้เป็นผู้ชอบธรรมเพราะความเชื่อแล้ว เราจึงมีสันติสุขในพระเจ้า ทางพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา” (โรม 5:1) อับราฮัมมีความเชื่อ พระเจ้าจึงตรัสว่า เพราะความเชื่อนั่นเองพระองค์ทรงถือว่า อับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรม ถ้าเรามีความเชื่อ เราก็เป็นผู้ชอบธรรมด้วย
3. โดยความเชื่อ เราจึงสามารถเป็นบุตรของพระเจ้า อาจารย์เปาโล
กล่าวว่า “เพราะท่านทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้าร่วมในพระเยซูคริสต์โดยความเชื่อ” (กาลาเทีย 3:26)
4. โดยความเชื่อ เราจึงได้รับความรอดและมีชีวิตนิรันดร์ “พระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองคื เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16)
การที่พระเจ้าพระบิดาให้เรามีโอกาสกลับสุ่สวรรค์ได้โดยการเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าจึงเป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวง เพราะว่า “ด้วยว่า ซึ่งเราทั้งหลายรอดนั้นก็โดยพระคุณ เพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวเรากระทำเอง เพราะความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้” (เอเฟซัส 2:8) กล่าวง่ายๆคือ เรารอดเพราะความเชื่อในพระเยซูคริสต์โดยพระคุณของพระเจ้า เมื่อเราเชื่อพระเยซูคริสต์ เราก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ เช่นเดียวกับอับราฮัมซึ่งเชื่อพระเจ้าและปฏิบัติตาม “เพราะว่า เราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์ เพื่อให้ประกอบความดีซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ” (เอเฟซัส 2:10) สรุปคือ เราเชื่อพระเยซูคริสต์ เราต้องทำความดี อาจารย์ยากอบกล่าวว่า “ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า แม้ผู้ใดจะว่าตนมีความเชื่อ แต่ไม่ประพฤติตามจะได้ประโยชน์อะไร ความเชื่อของเขาจะช่วยเขาให้รอดหรือ” (ยากอบ 2:14) ถ้าเราเชื่อพระเยซูคริสต์ เราก็จะปฏิบัติตามพระบัญญัติซึ่งพระองค์ได้ทรงสั่งสอนไว้ คือ “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง (มัทธิว 22:37,39) ขอย้ำว่า ความรอดของเราขึ้นกับความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าเท่านั้นไม่ขึ้นกับพิธีการทางศาสนา การบวงสรวงหรือการทำความดีทั้งสิ้น ขอพระเจ้าช่วยเราให้รักษาความเชื่อของเราให้มั่นคงเถิด