การดำเนินชีวิตคริสเตียน
10. ขอบพระคุณพระเจ้าทุกๆวัน
เมื่อเราจะขอบคุณใครสักคนหนึ่ง คนนั้นได้ทำสิ่งที่ดีแก่เรา เช่น ช่วยเหลือเรา หนุนใจเรา หรือชมเชยเรา คงไม่มีใครขอบคุณคนที่ทำร้ายเรา ด่าแช่งเรา ผู้ที่เราขอบคุณ มีตั้งแต่คนที่เราไม่รู้จักมาช่วยเราในยามที่เราต้องการการช่วยเหลือ เช่น ช่วยแนะนำเรา ช่วยยกของให้เรา ช่วยเราในยามคับขัน เพื่อนของเราซึ่งหนุนใจเรา ปลอบใจเรา ให้กำลังใจแก่เรา หรือ อธิษฐานเผื้อเรา ครอบครัวของเรา เช่น พ่อแม่ซึ่งเลี้ยงดูแลเรา รักเรา ให้อภัยเราเสมอแม้เราทำผิด สามีภรรยาซึ่งร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา หรือแม้แต่ลูกของเราซึ่งดูแลเราในยามแก่เฒ่า คนเหล่านี้ทำดีต่อเรา เพราะเขารักเรา แต่เขาช่วยเราได้เฉพาะร่างกายหรือจิตใจ นั่นคือมนุษย์ช่วยมนุษย์ได้เฉพาะร่างกายและจิตใจ ถึงกระนั้น เรายังรู้จักที่จะขอบคุณซึ่งกันและกันได้ สำหรับคริสเตียน เราขอบพระคุณพระเจ้าผู้มีพระคุณต่อเรา เพราะเราเชื่อว่า มนุษย์นอกจากมีร่างกายและจิตใจแล้ว มนุษย์ยังมีจิตวิญญาณด้วย เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ พระเจ้าสร้างร่างกายมนุษย์จากดิน และให้มนุษย์มีจิตใจซึ่งเป็นที่ตั้งของอารมณ์ และพระเจ้าก็เป่าลมปราณของพระองค์ เพื่อให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ตลอดไป ลมปราณนี้คือจิตวิญญาณของมนุษย์ จิตวิญญาณเป็นสภาพที่ไม่ตาย พระเจ้าสร้างอาดัมและเอวาให้อาศัยอยู่ในสวนเอเดน ร่างกายและจิตใจจะไม่มีวันแก่หรือตาย เพราะในสวนเอเดน มีต้นไม้แห่งชีวิต มนุษย์รับประทานผลไม้ของมัน มนุษย์จะไม่ตาย และจะเป็นหนุ่มสาวตลอดไป ไม่แก่ตัว แต่อาดัมและเอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้า ความบาปเกิดขึ้นกับการที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณตกอยู่ในความบาป ผลของความบาปคือความตาย ร่างกายและจิตใจตายลงกลับไปเป็นดิน แต่จิตวิญญาณซึ่งเป็นลมปราณของพระเจ้าไม่ตาย สมัยก่อนพระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลก เมื่อร่างกายของมนุษย์ตายลง จิตวิญญาณต้องไปอยู่ในแดนมรณา คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าจะอาศัยอยู่ในแดนมรณาซึ่งไม่มีอะไรเลย คนที่รู้จักพระเจ้าไปอยู่ในแดนมรณาในอีกที่หนึ่งซึ่งพระเจ้าจัดให้ เป็นสถานบรมสุขเกษมที่ให้ความสุขแก่จิตวิญญาณที่เชื่อพระเจ้า พวกที่เชื่อพระเจ้าไปรอกันอยู่ที่นั่น เช่น อับราฮาม โมเสส และคนอื่นๆอีกมากมาย รออยู่ที่นั่นจนเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมาไถ่บาปของมนุษย์ที่เชื่อพระองค์ หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์บนกางเขนและฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ไปรับคนที่เชื่อพระเจ้าจากสถานบรมสุขเกษมในแดนมรณาไปอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์ เมื่อ 2000 กว่าปีมาแล้ว พระเยซูคริสต์ได้เสด็จมา พระองค์ออกเทศนาครั้งแรก ในพระคัมภีร์ได้บันทึกว่า พระองค์ออกประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชาวเมืองให้หาย (มัทธิว 4:23) พระองค์ประกาศข่าวประเสริฐคือ พระเจ้าพระเยซูได้เสด็จมาแล้วตามคำพยากรณ์ที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์เดิมว่า พระมาซีฮาเสด็จมาช่วยมนุษย์ให้รอดคือรอดฝ่ายจิตวิญญาณ ให้จิตวิญญาณไปอยู่ในสวรรค์กับพระองค์ และพระองค์ยังเสด็จมาทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์ให้หายด้วย กล่าวได้ว่า มนุษย์ช่วยเหลือกันและกันได้เฉพาะร่างกายและปลอบใจกันได้ แต่มนุษย์ช่วยให้จิตวิญญาณของมนุษย์ด้วยกันรอดไม่ได้ แต่พระเจ้าพระเยซูเท่านั้นที่ช่วยจิตวิญญาณให้รอดได้ ถ้าเรายังขอบคุณมนุษย์ด้วยกันได้ แล้วเราจะไม่ขอบคุณพระเจ้ามากกว่านี้หรือ
1. เราขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพระเจ้าทรงรักเราก่อน
“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16).
2. เราขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพระเจ้าทรงมอบความรอดแก่เรา
พระเยซูคริสต์ทรงยอมเสียสละเสด็จลงมาในโลกเพื่อให้จิตวิญญาณของมนุษย์ได้รอด ในสมัยพระคัมภีร์เดิม มนุษย็ชำระบาปด้วยการนำเลือดของสัตว์มาถวายบูชา เมื่อพระเยซูเสด็จมา พระองค์ใช้พระโลหิตของพระองค์แทนเลือดสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการสิ้นพระชนม์บนกางเขนเพื่อความผิดบาปของเรา เป็นของขวัญชีวิตที่ให้เราเปล่าๆ เพียงแต่ให้เรามาเชื่อพระเยซู
3. เราขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพระเจ้าทรงดูแลสุขภาพของเรา
เมื่อเยซูคริสต์เสด็จมาในโลก สิ่งที่พระองค์ทรงกระทำคือการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้หาย พระเยซูทรงรักษาโรคพร้อมๆกับการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ เพราะพระเยซูทรงรู้ถึงความทุกข์ยากลำบากตวามอ่อนแอของร่างกายหรือจากโรคภัยไข้เจ็บ ความแก่ชราและความตาย พระเยซูตรัสว่า “บรรดาผู้ลำบากเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะห่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก ด้วยว่า แอกขอวเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา” (มัทธิว 11:28-30) พระเยซูจะยกความยากลำบากออกจากเรา พระองค์จะแบกแทนเรา นี่คือพระสัญญาของพระเจ้าที่ให้กับเรา ถ้าเราวางใจในพระองค์ นอกจากนี้ พระเยซูรักษาโรคเพื่อให้มนุษย์ได้เห็นความรักที่เสียสละของพระเจ้า ได้เห็นอำนาจของพระเจ้า พระองค์ทำการอัศจรรย์แม้แต่คนตายก็ทำให้ฟื้นได้
4. เราขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพระเจ้าทรงมอบพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เรา
เมื่อเรามาเชื่อพระเจ้าพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งอยู่ในใจของเราจะช่วยเราต่อสู้กับผีมารซาตานซึ่งมาทำร้ายทุกคนที่มาเชื่อพระเยซูคริสต์ หลอกลวงเราในโลกนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงประทานสติปัญญาและกำลังแก่เราในการดำเนินชีวิต การเผชิญกับปัญหาชีวิตในแต่ละวันต้องอาศัยความคิดความอ่านในการแก้ปัญหาต่างๆ ความคิดความอ่านเกิดจากการเรียนรู้และประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมา แต่คริสเตียนแก้ปัญหาต่างๆด้วยการสนับสนุนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์สอนเราให้ยึดพระคำของพระเจ้าในพระคัมภีรืเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการศึกษาเล่าเรียน ทำงานหาเลี้ยงชีพ การเลี้ยงดูแลครอบครัว ด้วยเหตุนี้ ดาเนียลได้กล่าวว่า โอ้พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขออนุโมทนาขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ประทานสติปัญญาและกำลังแก่ข้าพระองค์ (ดาเนียล 2:23)
ดังนั้น เราคริสเตียนจึงต้องขอบพระคุณพระเจ้า ดังที่อัครทูตเปาโล
กล่าวว่า“จงขอบพระคุณในทุกกรณีเพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของ
พระเจ้าซึ่งปรากฎอยู่ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย” (1 เธสะโลนิกา 5:18)