วิวรณ์
บทที่ 9
แตรทั้งเจ็ด
1เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเป่าแตรขึ้น ข้าพเจ้าก็เห็นดาวดวงหนึ่งตกจากฟ้าลงมาที่แผ่นดินโลก พระเจ้าทรงประทานลูกกุญแจสำหรับช่องบาดาลให้แก่ดาวดวงนั้น 2เมื่อท่านเปิดช่องบาดาลนั้น ก็มีควันพลุ่งขึ้นมาจากปากนั้น ดุจควันที่เตาใหญ่ และดวงอาทิตย์และอากาศก็มืดไป เพราะเหตุควันที่ขึ้นมาจากปากนั้น 3มีฝูงตั๊กแตนบินออกจากควันนั้นมายังแผ่นดินโลก พระเจ้าทรงประทานอำนาจแก่ตั๊กแตนนั้น เหมือนกับอำนาจของแมงป่องแห่งแผ่นดินโลก 4พระองค์ทรงห้ามมันไม่ให้ทำร้ายหญ้าบนแผ่นดินโลก หรือพืชเขียว หรือต้นไม้ แต่ให้ทำร้ายคนเหล่านั้น ที่ไม่มีตราของพระเจ้าบนหน้าผากของเขาเท่านั้น 5พระองค์ไม่ให้ฆ่าคนเหล่านั้น แต่ให้ทรมานเขาห้าเดือน การทรมานนั้นเป็นการทรมานที่เหมือนกับถูกแมงป่องต่อย 6ตลอดเวลาเหล่านั้น คนทั้งหลายจะแสวงหาความตายแต่จะไม่พบ เขาอยากจะตาย แต่ความตายจะหนีไปจากเขา
อธิบาย วิบัติที่หนึ่ง เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเป่าแตรขึ้น อัครสาวกยอห์นเห็นดวงดาวซึ่งภาษาอังกฤษเรียก star เป็นดวงดาวแบบลูกไฟ ดวงดาวลูกไฟตกลงมาที่แผ่นดินโลก พระเจ้าทรงประทานลูกกุญแจสำหรับช่องบาดาลให้แก่ดาวดวงเป็นลูกไฟนั้น แสดงว่าดวงดาวที่เป็นลูกไฟนี้ที่อัครสาวกเห็นไม่ใช่ดวงดาว แต่มีลักษณะเป็นลูกไฟ แต่ลูกไฟรับลูกกุญแจไม่ได้น่าจะเป็นบุคคลมากกว่า เพราะบุคคลนี้รับกุญแจให้เปิดช่องบาดาลนั้น บุคคลนี้น่าจะเป็นทูตสวรรค์ เพราะลงมาจากสวรรค์เป็นผู้เปิดช่องบาดาล ผู้อธิบายพระคัมภีร์บางคนบอกว่า คนเปิดคือซาตาน แต่พระเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ซาตานมาทำหน้าที่นี้ เพราะทูตสวรรค์ของพระเจ้าก็ทำได้ ช่องบาดาลในที่นี้เป็นที่อยู่ของซาตาน ทำไมพระเจ้าจึงอนุญาตให้ซาตานออกมาทำร้ายคนที่ไม่ใช่คริสเตียน แสดงว่า สงครามครั้งนี้มีอยู่สามกลุ่มด้วยกัน กลุ่มคริสเตียนใหม่ซึ่งมาเชื่อพระเจ้าหลังมหากลียุค กลุ่มมนุษย์อิสระไม่อยู่ฝ่ายใด และมนุษย์ที่เป็นพรรคพวกของพระคริสต์เทียมและซาตาน พระเจ้าได้ให้ช่องบาดาลเปิดออก ในบาดาลมีไฟซึ่งถูกปิดไว้ พอช่องบาดาลถูกเปิดออก ก็มีควันพุ่งออกมาและดวงอาทิตย์และอากาศก็มืดไป เพราะเหตุควันที่ขึ้นมาจากปากนั้น ควันนี้คืออะไร ควันที่ออกมาอาจเล็งถึงควันไฟที่อยู่บาดาลอยู่แล้ว หรือไม่เป็นที่ซ่อนของอาวุธเช่นควันจากระเบิดที่ถูกยิงออกมา
แล้วมีฝูงตั๊กแตนบินออกจากควันนั้นมายังแผ่นดินโลก อัครสาวกยอห์นเห็นรูปร่างหน้าตาเหมือนตั๊กแตน พระเจ้าทรงห้ามมันไม่ทำลายหญ้าและพืชเขียว แสดงว่า มันไม่ใช่ตั๊กแตนธรรมดา อัครสาวกยอห์นเห็นในนิมิตว่า พระเจ้าทรงประทานอำนาจแก่ตั๊กแตนนั้น เหมือนกับอำนาจของแมงป่องแห่งแผ่นดินโลก สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ตั๊กแตนเหล่านี้ไม่ใช่เป็นทหารของพระเจ้า เป็นไปได้ว่า พระเจ้าอนุญาตให้ตั๊กแตนมีอำนาจ มันบินออกมาทำร้ายคนซึ่งไม่เชื่อพระเจ้า ให้ทรมานเหมือนถูกแมลงป่องต่อยแต่ไม่ให้ฆ่าเป็นเวลา 5 เดือน ตั๊กแตนเหล่านี้เป็นใคร
7ตั๊กแตนนั้นมีรูปร่างเหมือนม้าที่ผูกเครื่องพร้อมสำหรับออกศึก บนหัวมีสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนมงกุฎทองคำหน้ามันเหมือนหน้ามนุษย์ 8ผมมันเหมือนผมผู้หญิง ฟันมันเหมือนฟันสิงห์ 9มันมีทับทรวงเหมือนกับทับทรวงเหล็ก เสียงปีกมันเหมือนเสียงรถและม้าเป็นอันมากกรูเข้ารบข้าศึก 10มันมีหางเหมือนหางแมงป่อง และหางมันนั้นมีเหล็กไน อำนาจของมันที่จะทำร้ายมนุษย์ตลอดห้าเดือนนั้นอยู่ที่หาง 11มันมีทูตแห่งช่องบาดาลนั้นเป็นกษัตริย์ปกครองมัน ชื่อทูตแห่งช่องบาดาลนั้น ภาษาฮีบรูเรียกว่าอาบัดโดนและภาษากรีกเรียกว่าอปอลลิโยน
อธิบาย ตั๊กแตนเหล่านั้นมีรูปร่างเหมือนม้าที่ผูกเครื่องพร้อมสำหรับออกศึก มันมีรูปร่างเหมือนม้าแต่ไม่ใช่ม้า ลักษณะของมันที่อธิบายคือ บนหัวมีสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนมงกุฎทองคำ หน้ามันเหมือนหน้ามนุษย์ ผมมันเหมือนผมผู้หญิง ฟันมันเหมือนฟันสิงห์ มันมีทับทรวงเหมือนกับทับทรวงเหล็ก เสียงปีกมันเหมือนเสียงรถและม้าเป็นอันมากกรูเข้ารบข้าศึก มันมีหางเหมือนหางแมงป่อง และหางมันนั้นมีเหล็กไน อำนาจของมันที่จะทำร้ายมนุษย์ตลอดห้าเดือนนั้นอยู่ที่หาง ตั๊กแตนที่มีหน้ามนุษย์เป็นอะไร 1. น่าจะเป็นลักษณะของมนุษย์ที่ใส่เสื้อเกราะและติดเครื่องยนตร์มีปีกให้บินได้ เป็นท่อไอพุ่งควันออกมาเหมือนมีอำนาจอยู่ที่หาง หรือ 2. เป็นหุ่นยนตร์หรือ”โดรน”ที่มีปีกบินได้ มันออกมาทำร้ายมนุษย์ซึ่งไม่เชื่อพระเจ้า พระเจ้าอนุญาตให้ทหารของซาตานออกมาทำร้ายศัตรู แต่พระเจ้าป้องกัน
คริสเตียนใหม่ไว้ไม่ให้ถูกทำร้าย ศัตรูกลุ่มนี้อาจเป็นกลุ่มที่ไม่เชื่อซาตาน สรุป ตั๊กแตนเหล่านี้ก็เป็นทหารของซาตาน เพราะหัวหน้าที่ปกครองคนกลุ่มนี้ ชื่อทูตแห่งช่องบาดาลนั้น ภาษาฮีบรูเรียกว่าอาบัดโดนและภาษากรีกเรียกว่าอปอลลิโยน แปลว่า ผู้ทำลาย หรือหัวหน้าซาตาน สรุปคือ ตั๊กแตนคือลักษณะของมนุษย์สวมชุดเสื้อเกราะและติดเครื่องยนตร์บินได้ หรือหุ่นยนตร์หรือ”โดรน”เป็นพรรคพวกของพระคริสต์เทียมและซาตานมาทำร้ายคนที่เป็นศัตรูกับซาตาน วิบัตินี้คือสงครามระหว่างมนุษย์กลุ่มที่ไม่เชื่อพระเจ้าและซาตานกับพระคริสต์เทียมและพรรคพวกของมัน
12วิบัติอย่างที่หนึ่งผ่านไปแล้ว ดูเถิด ยังมีวิบัติอีกสองอย่างที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า
13เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่หกเป่าแตรขึ้น ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงออกมาจากเชิงงอนมุมทั้งสี่ของแท่นทองคำ ที่อยู่เบื้องหน้าพระเจ้า 14เสียงนั้นสั่งทูตสวรรค์องค์ที่หกที่ถือแตรนั้นว่า “จงแก้มัดทูตสวรรค์ทั้งสี่ที่ถูกมัดไว้ที่แม่น้ำใหญ่นั้น คือแม่น้ำยูเฟรตีส” 15พระเจ้าทรงเตรียมทูตสวรรค์ทั้งสี่ไว้สำหรับชั่วโมง วัน เดือนและปี ที่จะให้ฆ่ามนุษย์เสียหนึ่งในสามส่วน 16และมีพลทหารม้าสองร้อยล้าน นี่คือจำนวนที่ข้าพเจ้าได้ยิน
อธิบาย วิบัติที่สอง เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่หกเป่าแตรขึ้น อัครสาวกยอห์นก็ได้ยินเสียงออกมาจากเชิงงอนมุมทั้งสี่ของแท่นทองคำ ที่อยู่เบื้องหน้าพระเจ้า แท่นบูชาเป็นที่ชำระบาป เสียงนั้นน่าจะเป็นเสียงของทูตสวรรค์ เสียงนั้นสั่งทูตสวรรค์องค์ที่หกที่ถือแตรนั้นว่า “จงแก้มัดทูตสวรรค์ทั้งสี่ที่ถูกมัดไว้ที่แม่น้ำใหญ่นั้น คือแม่น้ำยูเฟรตีส” คำว่าจงแก้มัด มาจากคำว่า release แปลว่า จงปล่อย ทูตสวรรค์ทั้งสี่เฝ้าอยู่ที่แม่น้ำยูเฟรคิสป้องกันไม่ให้ทหารสองร้อยล้านคนบุกข้ามแม่น้ำยูเฟรติสเข้ามารุกรานประเทศอิสราเอลทหารเหล่านี้มาจากทางเหนือที่กองทัพโกกและมะโกกรวมกัน ทหารเหล่านี้มาจากประเทศรัสเซีย ประเทศอิหร่าน ประเทศจีย และประเทศอื่รๆในแถบนั้น พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะมารุกรานประเทศอิสราเอล แต่พระคริสต์เทียมและพรรคพวกของมัน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงหลังของสามปีครึ่งแรกของมหากลียุค พระคริสต์เทียมได้เข้ามามีบทบาทของการเป็นผู้นำ จนเป็นที่ไว้วางใจของชาติต่างๆในยุโรปรวมถึงประเทศอิสราเอล พระคริสต์เทียมได้จัดการกับผู้ที่มาต่อต้านมัน จนมันสามารถตั้งตัวเป็นผู้นำใหญ่ ต่อมา กองทัพฝ่ายเหนือได้แก่ประเทศรัสเซีย ประเทศอิหร่าน (เปอร์เซีย) ประเทศจีน และพรรคพวกยกกองทัพมารุกรานประเทศอิสราเอล พระคริสต์เทียมทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับประเทศอิสราเอล แล้วมันยกกองทัพมาช่วยรบและทำลายกองทัพฝ่ายเหนือซึ่งมารุกรานชนชาติอิสราเอล สงครามนี้มีพลทหารม้าสองร้อยล้านร่วมทำสงคราม และจะทำให้มนุษย์เสียชีวิตหนึ่งในสามส่วน
17ในนิมิตนั้นข้าพเจ้าสังเกตเห็นม้าเป็นดังนี้คือ ผู้ที่นั่งบนหลังม้านั้น ผู้มีทับทรวงสีไฟ สีน้ำเงิน และสีกำมะถัน หัวม้าทั้งหลายนั้นเหมือนหัวสิงห์ มีไฟและควันและกำมะถันพลุ่งออกมาจากปากของมัน 18มนุษย์ถูกฆ่าเสียหนึ่งในสามส่วนด้วยภัยพิบัติสามอย่างนี้ คือ ไฟและควันและกำมะถันที่พลุ่งออกมาจากปากม้านั้น 19เพราะว่าฤทธิ์ของม้านั้นอยู่ที่ปากและหาง หางของมันเหมือนงูและมีหัว สิ่งเหล่านี้ทำให้มันทำร้ายคนได้
อธิบาย อัครสาวกยอห์นพยายามบรรยายลักษณะของอาวุธที่สู้รบกัน มันเป็นลักษณะของรถถังขนาดใหญ่ซึ่งพ่นสีเป็นสีน้ำเงิน และสีกำมะถัน หัวรถถังเหมือนหัวสิงห์ มีไฟและควันและกำมะถันพลุ่งออกมาจากกระบอกปืนของมัน สงครามครั้งนี้ทำให้มนุษย์ถูกฆ่าเสียหนึ่งในสามส่วนด้วยภัยพิบัติสามอย่างนี้ คือ ไฟและควันและกำมะถันที่พลุ่งออกมาจากกระบอกปืนนั้น เพราะว่าฤทธิ์ของรถถังนั้นอยู่ที่ปากและหาง หางของมันเหมือนงูและมีหัว ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า หางของอาวุธนี้หมายถึงอะไร แต่ที่รู้แน่นอนคือ สิ่งเหล่านี้ทำให้มันทำร้ายคนได้
20มนุษย์ทั้งหลายที่เหลืออยู่ ที่มิได้ถูกฆ่าด้วยภัยพิบัติเหล่านี้ ยังไม่ได้กลับใจเสียใหม่จากงานที่มือเขาได้กระทำ ไม่ได้เลิกบูชาผี บูชารูปเคารพที่ทำด้วยทองคำ เงิน ทองสัมฤทธิ์ หินและไม้ รูปเคารพเหล่านั้น จะดู หรือฟัง หรือเดินก็ไม่ได้ 21และเขาก็มิได้สำนึกผิดในการฆ่าฟันกัน และการเชื่อเวทมนตร์ การล่วงประเวณี และการลักขโมย
อธิบาย พระเยซูคริสต์เตรียมพร้อมที่จะเสด็จกลับมาครั้งที่สองเพื่อมาต่อสู้กับพระคริสต์เทียมและผู้เผยพระวจนะเทียมและพรรคพวกของมัน
ภายหลังพระคริสต์เทียมและซาตานมาช่วยชนชาติอิสราเอลสู้รบกับกองทัพฝ่ายเหนือได้แก่รัสเซีย อิหร่าน (เปอร์เซีย) จีนและชาติต่างๆจนเอาชนะ ชนชาติอิสราเอลได้สร้างพระวิหารแห่งที่สามเพื่อทำสัตวบูชาแด่พระเจ้า แต่พระคริสเทียมประกาศตนเป็นพระเจ้า และฆ่าชนชาติอิสราเอลและชาติอื่นๆซึ่งไม่ยอมเป็นพรรคพวกของมัน
มีเหตุการณ์สำคัญต่างๆเกิดขึ้นระหว่างทูตสวรรค์เป่าแตรที่หก และ ที่เจ็ด ดังนี้
แตรที่เจ็ด ทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดก็เป่าแตรขึ้น เป็นการประกาศการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ที่จะเสด็จมาต่อสู้กับพระคริสต์เทียม และพระเยซูคริสต์จะครอบครองตลอดไปเป็นนิตย์