วิวรณ์

บทที่ 4

การนมัสการในสวรรค์ 1ต่อจากนั้นข้าพเจ้าได้เห็นประตูสวรรค์เปิดอ้าอยู่ และพระสุรเสียงแรกซึ่งข้าพเจ้าได้ยินนั้น ได้ตรัสกับข้าพเจ้าดุจเสียงแตรว่า “จงขึ้นมาบนนี้เถิด และเราจะสำแดงให้เจ้าเห็นเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นในภายหน้า” 2ในทันใดนั้นพระวิญญาณก็ทรงดลใจข้าพเจ้า และนี่แน่ะ มีพระที่นั่งตั้งอยู่ในสวรรค์และมีท่านองค์หนึ่งประทับบนพระที่นั่งนั้น 3และท่านผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้นปรากฏประดุจแก้วมณีโชติและแก้วทับทิม และมีรุ้งล้อมรอบพระที่นั่งนั้น ดูประหนึ่งแก้วมรกต 4และล้อมรอบพระที่นั่งนั้นมีที่นั่งอีกยี่สิบสี่ที่นั่ง และมีผู้อาวุโสยี่สิบสี่คนนั่งอยู่บนที่นั่งเหล่านั้น ทุกคนนุ่งห่มขาวและสวมมงกุฎทองคำบนศีรษะ 5มีฟ้าแลบฟ้าร้อง และเสียงต่างๆดังออกมาจากพระที่นั่งนั้น และมีคบเพลิงเจ็ดดวงจุดไว้ตรงหน้าพระที่นั่ง คบเพลิงเหล่านั้นคือวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า อธิบาย ภายหลังพระเยซูคริสต์ได้ให้ยอห์นเขียนจดหมายไปถึงคริสตจักรเจ็ดแห่ง อัครสาวกยอห์นได้เห็นประตูสวรรค์เปิดอ้าอยู่ แสดงว่า สวรรค์มีประตูเข้าออกและอยู่ข้างบน เสียงดุจเสียงแตรเล็งถึงเสียงของพระเยซู พระเยซูได้ตรัสกับยอห์นให้ขึ้นไปบนสวรรค์โดยเข้าไปทางประตู พระเยซูต้องการจะเผยให้ยอห์นเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ในทันใดนั้น พระวิญญาณก็ทรงดลใจ ให้ยอห์นเห็นพระที่นั่งตั้งอยู่ในสวรรค์ บทความตอนนี้ ภาษาอังกฤษเขียนว่า “and immediately, I was in the spirit” หมายความว่า สิ่งที่ยอห์นเห็นนั้น จิตวิญญาณของอัครสาวกยอห์นเป็นผู้เห็น หรือเห็นโดยทางจิตวิญญาณ และมีท่านผู้หนึ่งประทับอยู่ ท่านผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้นปรากฏประดุจแก้วมณีโชติและแก้วทับทิม นี่คือพระลักษณะของพระบิดา มีรุ้งล้อมรอบพระที่นั่งดังแก้วมรกต รุ้งเล็งถึงสง่าราศี มีผู้อาวุโส 24 คน นั่งอยู่ล้อมรอบพระที่นั่งของพระเจ้าพระบิดา ในภาษาอังกฤษ เขียนว่า มีผู้อาวุโส 4 และ 20 คนนั่งอยู่ หมายความว่าอย่างไร จะเป็นไปได้ไหม มี 4 ใน 24 คนนี้มีฐานะสูงกว่าอีก 20 คน แล้ว 4 คนนี้คือใคร อย่างไรก็ตาม ผู้ศึกษาพระธรรมวิวรณ์นี้เชื่อว่า 24 คนนี้ประกอบด้วย 12 คนซึ่งเป็นตัวแทนของ 12 เผ่า และอัครสาวก 12 คนของพระเยซูคริสต์ ตัวแทน12 ไม่ใช่ ลูกของยาโคบหรืออิสราเอล 12 คน เพราะในบทที่เจ็ดซึ่งพระเจ้าให้ชนอืสราเอลสี่หมื่นสี่พันคนรับการประทับตรานั้นมาจาก 12 เผ่า เผ่าดานไม่ถูกรับประทับตรา แต่กลายเป็นเผ่ามนัสเสห์แทน เพราะเผ่าดานไปกราบไหว้รูปเคารพทอดทิ้งพระเจ้า จึงเป็นไปได้ว่า 12 เผ่าน่าจะเป็น 12เผ่าที่รับการประทับตรา ส่วนอัครสาวก 12 คนของพระเยซูคริสต์ไม่มียูดาส อิสคารีโอดซึ่งทรยศพระเยซู และไม่น่าจะเป็นมัทธีอัสที่ถูกจับฉลากเข้ามาแทนยูดาสอิสคาริโอด แต่เป็นอัครทูตเปาโลซึ่งพระเยซูทรงเลือกรับใช้ ผู้อาวุโสเหลานี้สวมใส่ผ้าสีขาว ผ้าขาวเล็งถึงความบริสุทธิ์และความชอบธรรม และสวมมงกุฎทองคำบนศีรษะ เป็นสัญญาลักษณะของชัยชนะ เสียงฟ้าแลบและเสียงต่างดังออกมาจากพระที่นั่งนั้น แสดงถึงพระเจ้าเสด็จมาปรากฎเพื่อการพิพากษา ดังมีปรากฎในพระธรรมวิวรณ์ 4:5; 6:12; 8:5, 10:3-4; 11:13; 11:19; และ16:18-21 และมีคบเพลิงเจ็ดดวงจุดไว้ตรงหน้าพระที่นั่ง คบเพลิงเหล่านั้นคือวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า นี่เล็งถึงการมาประทับของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แสดงว่า พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระเยซูและพระเจ้าพระวอญญาณบริสุทธิ์มาประทับอยู่ร่วมกันเป็นลักษณะของตรีเอกานุภาค 6และตรงหน้าพระที่นั่งนั้นมองดูเหมือนทะเลแก้วผลึกและบริเวณรอบพระที่นั่งทั้งสองข้างนั้น มีสัตว์สี่ตัวซึ่งมีตาเต็มทั้งข้างหน้าและข้างหลัง 7สัตว์ตัวที่หนึ่งนั้นเหมือนสิงห์ สัตว์ตัวที่สองนั้นเหมือนโค สัตว์ตัวที่สามนั้นมีหน้าเหมือนมนุษย์ และสัตว์ตัวที่สี่เหมือนนกอินทรีกำลังบิน 8สัตว์ทั้งสี่นั้นมีปีกหกปีกและมีตาทั้งรอบนอกและข้างใน และสัตว์เหล่านั้นร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ได้ทรงดำรงอยู่ในกาลก่อน ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน และผู้ซึ่งจะเสด็จมา>> 9เมื่อสัตว์เหล่านั้นถวายคำสรรเสริญ ถวายพระเกียรติ และคำโมทนาแด่พระองค์ ผู้ประทับบนพระที่นั่ง ผู้ทรงดำรงอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์คราวใด 10ผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่นั้นก็ทรุดตัวลงถวายบังคมพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น และนมัสการพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ และถอดมงกุฎออกวางตรงหน้าพระที่นั่งร้องว่า 11องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับคำสรรเสริญ พระเกียรติและฤทธิ์เดช เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง และสรรพสิ่งทั้งปวงนั้นก็ทรงสร้างขึ้นแล้ว และดำรงอยู่ตามชอบพระทัยของพระองค์ อธิบาย อัครสาวกยอห์นมองไปที่พระที่นั่ง เห็นเป็นเหมือนทะเลแก้วผลึก มีคำสองคำคือ ทะเลหรือ sea หรือ Thalassa เป็นทะเลที่มีคลื่น ส่วนแก้วผลึกหมายถึง แก้วซีลีคาออกไซด์ ซึ่งมองไม่ชัด ดังนั้นภาพที่ยอห์นเห็นที่หน้าพระที่นั่งเป็นภาพคลื่นไหวไปมามองไม่ชัดเจน บริเวณพระที่นั่งทั้งสองข้างมีสัตว์สี่ตัว สัตว์ตัวนี้มาจากภาษากรีกZoon แปลว่า สัตว์ทั่วไป แตกต่างจากสัตว์ในบทที่ 13 ข้อ 1 สัตว์ตัวนี้มาจากภาษากรีก therion แปลว่า สัตว์ป่าที่ดุร้าย สัตว์นี้คือพระคริสต์เทียม ซึ่งต่างกัน ให้กลับมาดูสัตว์สี่ตัวนี้ เป็นสัตว์ที่แสดงถึงสง่าราศีของพระเจ้า สัตว์ตัวแรกเหมือน สิงห์ หมายถึงอำนาจ สัตว์ตัวที่สองเหมือนโคหนุ่ม (moschos) หมายถึง พลัง สัตว์ตัวที่สามเหมือนมนุษย์ หมายถึง ฉลาด ตุณธรรม และรับผิดชอบ สัตว์ตัวที่สี่เหมือนนกอินทรีกำลังบิน หมายถึง ยิ่งใหญ่ สัตว์ทั้งสี่นั้นมีปีกหกปีกและมีตาทั้งรอบนอกและข้างใน สรุปคือสัตว์ทั้งสี่มีปีกหกปีก เหมือน เสราฟินซึงมีปีกหกปีกเหมือนกัน ทูตสวรรค์ซึ่งมีปีกมี 3 พวกด้วยกัน 1. เครูบ (Cherub)เป็นทูตสวรรค์ซึ่งมีปีกสองปีกบินได้ พหูพจน์ของเครูบคือ เครูบิม (Cherubim)ทูตสวรรค์เครูบปรากฎครั้งแรกในพระคัมภีร์เมื่อพระเจ้าให้เฝ้าทางด้านตะวันออกแห่งสวนเอเดน ไม่ให้มนุษย์เข้าไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิต (ปฐมกาล3:24) ต่อมาพระคัมภีร์ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเครูบว่ามีปีกสองปีก มีหน้าเหมือนคน ปีกมีมือเหมือนมือคน และยืนได้เหมือนคน เฝ้ารอบหีบพันธสัญญาและพระวิหาร (อพยพ 37:9; 1 พงศ์กษัตริย์ 6:27; เอเสเคียล 10:3-8) 2. เสราฟิมเป็นทูตสวรรค์ที่มีปีกหกปีก ปีกสองปีกไว้ปิดหน้า อีกสองปีกคลุมเท้า อีกสองปีกไว้ใช้บิน รับใช้พระเจ้า ณ พระที่นั่งในสวรรค์ พระธรรมอิสยาห์เขียนว่า “เหนือพระองค์มีเสราฟิมยืนอยู่ แต่ละตนมีปีกหกปีก ใช้สองปีกบังหน้า และอีกสองปีกคลุมเท้า และด้วยสองปีกบินไป ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระองค์” (อิสยาห์ 6:2-3) ทูตสวรรค์ซึ่งมีปีกเหล่านี้มีตำแหน่งสูงในหมู่ทูตสวรรค์ด้วยกัน สัตว์ทั้งสี่รอบพระที่นั่งร้องทั้งกลางวันและกลางคืนไม่ได้หยุดเลยว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด” (วิวรณ์ 4:6-9) สัตว์เหล่านี้น่าจะเป็นทูตสวรรค์เสราฟิม เพราะรับใช้อยู่ในพระที่นั่ง และร้องแบบเดียวกัน “ผู้ได้ทรงดำรงอยู่ในกาลก่อน ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน และผู้ซึ่งจะเสด็จมา” เล็งถึงพระเยซูคริสต์ แล้วผู้อาวุโสทั้ง 24 คนได้ทรุดตัวลงและถอดมงกุฎออกแสดงถึงการอ่อนน้อม ยอมจำนนต่อพระบิดาเจ้า เป็นการสรรเสริญและถวายเกียรติแด่พระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงดำรงอยู่เป็นนิตย์ และพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งปวงรวมถึงมนุษย์ ทุกสิ่งดำรงอยู่ตามน้ำพระทัยของพระองค์แสดงว่าพระเจ้ามีจุดประสงค์ในการทรงสร้างของพระองค์รวมถึงการสร้างมนุษย์ด้วย