วิวรณ์
บทที่ 18
นครบาบิโลนล่ม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของมหากลียุค
1ต่อจากนี้ข้าพเจ้าก็ได้เห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่ง ลงมาจากสวรรค์ท่านมีอำนาจใหญ่ยิ่ง และรัศมีของท่านได้ทำให้แผ่นดินโลกสว่าง 2ท่านได้ร้องประกาศด้วยเสียงกึกก้องว่า บาบิโลนมหานครล่มจมแล้ว ล่มจมแล้ว กลายเป็นที่อาศัยของผีปีศาจ เป็นที่สิงอยู่ของผีโสโครกทุกอย่าง และเป็นที่อาศัยของนกทุกอย่างที่ไม่สะอาดและน่าเกลียด 3เพราะว่าประชาชาติทั้งปวงได้ดื่มเหล้าองุ่นแห่งความกำหนัด ในการล่วงประเวณีของนครนั้นและบรรดากษัตริย์บนแผ่นดินโลกได้ล่วงประเวณีกับนครนั้น และพ่อค้าทั้งหลายแห่งแผ่นดินโลกก็ได้มั่งมีขึ้น ด้วยทรัพย์ฟุ่มเฟือยของนครนั้น
อธิบาย ในช่วงสุดท้ายของสงคราม ทูตสวรรค์ที่มีอำนาจออกมาประกาศ ทูตสวรรค์องค์นี้น่าจะเป็นหัวหน้าทูตสวรรค์คือ ทูตสวรรค์ มิคาเอล ออกมาประกาศว่า บาบิโลนมหานครล่มจมแล้ว นครบาบิโลนที่กล่าวถึงนี้ ไม่ใช่นครบาบิโลนในสมัยของกษัตริย์เนบูคัดเนซาร์ อัครสาวกยอห์นใช้ชื่อนี้แทนกรุงโรม เพราะท่านจะกล่าวในทางไม่ดีเกี่ยวกับกรุงโรมไม่ได้ ซึ่งในขณะนั้น ยังอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรโรมัน นครบาบิโลนในยุคของกษัตริย์เนบูคัดเนซาร์เป็นนครแห่งความชั่วร้ายไม่แตกต่างไปจากกรุงโรมในสมัยนั้น และกรุงโรมนี่แหละเป็นนครที่พระคริสต์เทียมและพรรคพวกของมันใช้เป็นกองบัญชาการ และเป้นที่อาศัยของพรรคพวกของมันได้แก่ พวกกษัตริย์ พวกพ่อค้า พวกเศรษฐี ซึ่งหาความสุขฝ่ายโลก และมีอำนาจ เงินทอง พวกเขาทำบาปต่อพระเจ้า พระเจ้าจะทำลายด้วยภัยพิบัติต่างๆ เช่น การกันดารอาหาร และไฟจะเผานครนั้นให้พินาศหมดสิ้น (วิวรณ์ 18:8) ทูตสวรรค์มาประกาศว่า มนุษย์ที่เป็นพรรคพวกของซาตานจะตายไปมากมาย กลายเป็นที่อาศัยของผีปีศาจ คนที่ไม่ตาย เช่นบรรดากษัตริย์บนแผ่นดินโลกก็ถูกสิงอยู่ของผีโสโครกทุกอย่าง ในนครนี้ มีแต่พวกซาตานมารวมกันแต่ก็ยังมีมนุษย์ที่ยังไม่ตายก็ยังอยู่รวมถึงคริสเตียนด้วย และมีนกทุกอย่างที่ไม่สะอาดและน่าเกลียดได้แก่นกกินศพ เช่น นกอีแร้ง นกอีกา ส่วนพ่อค้าทั้งหลายถือโอกาสค้าขายได้มั่งมีขึ้นในนครนั้น
4และข้าพเจ้าได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่งประกาศมาจากสวรรค์ว่า “ดูก่อน ชนชาติของเรา
จงออกมาจากนครนั้นเถิด เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่มีส่วนในการบาปของนครนั้นและเพื่อ
ท่านจะไม่ต้องรับภัยพิบัติที่จะเกิดแก่นครนั้น 5เพราะว่าบาปของนครนั้นกองสูงขึ้นถึง
สวรรค์แล้วและพระเจ้าได้ทรงจำการทุจริตแห่งนครนั้นได้ 6นครนั้นได้ให้ผลอย่างไร ก็จง
ให้ผลแก่นครนั้นอย่างนั้น และจงตอบแทนการกระทำของนครนั้นเป็นสองเท่า ในถ้วยที่
นครนั้นได้ผสมไว้ ก็จงผสมลงในถ้วยนั้นเป็นสองเท่าให้นครนั้น 7นครบาบิโลนได้เย่อ
หยิ่งจองหองและเสเพลมากเท่าใดก็จงให้นครนั้นได้รับการทรมาน และความระทมทุกข์
มากเท่านั้น เพราะว่านครนั้นทะนงใจว่า “เราดำรงอยู่ในตำแหน่งราชินี ไม่ใช่หญิงม่าย
เราจะไม่ประสบความระทมทุกข์เลย” 8เหตุฉะนั้นภัยพิบัติต่างๆของนครนั้นจะเกิดขึ้นใน
วันเดียวคือโรคระบาด ความระทมทุกข์ การกันดารอาหารและไฟจะเผานครนั้นให้พินาศ
หมดสิ้น เพราะว่าพระเจ้าผู้ทรงพิพากษานครนั้นทรงอานุภาพยิ่งใหญ่ 9บรรดากษัตริย์
แห่งแผ่นดินโลก ที่ได้ล่วงประเวณีกับนครนั้นและได้เสเพลร่วมกันนั้น เมื่อได้เห็นควันไฟ
ที่ไหม้นครนั้นก็จะพิลาปร่ำไห้คร่ำครวญ 10พวกกษัตริย์จะยืนอยู่แต่ห่างๆ เพราะกลัวภัย
แห่งการทรมานของนครนั้น และจะกล่าวว่า “วิบัติแล้ว วิบัติแล้วบาบิโลนมหานครที่ยิ่ง
ใหญ่ เจ้าได้รับการพิพากษาโทษให้พินาศไปภายในชั่วโมงเดียวเท่านั้น 11บรรดาพ่อค้า
ในแผ่นดินโลกจะร่ำไห้คร่ำครวญเพราะนครนั้น เพราะว่าไม่มีใครซื้อสินค้าของเขาอีก
ต่อไปแล้ว 12สินค้าเหล่านั้นคือ ทองคำ เงิน เพชรพลอยต่างๆ ไข่มุก ผ้าป่านเนื้อละเอียด
ผ้าสีม่วง ผ้าไหม ผ้าสีแดงเข้ม ไม้หอมทุกชนิด เครื่องที่ทำด้วยงา เครื่องไม้ที่มีราคามาก
เครื่องทองสัมฤทธิ์ เครื่องเหล็ก เครื่องศิลาลาย 13อบเชย เครื่องเทศ เครื่องหอม มดยอบ
กำยาน เหล้าองุ่น น้ำมัน ยอดแป้ง ข้าวสาลี โค แกะ ม้า รถรบ และทาส และชีวิตมนุษย์
14ผลซึ่งจิตของเจ้ากระหายใคร่ได้นั้นก็ล่วงพ้นไปจากเจ้าแล้ว สิ่งสารพัดอันวิเศษยิ่งและ
หรูหราก็พินาศไปจากเจ้าแล้ว และเจ้าจะไม่ได้พบอีกเลย 15บรรดาพ่อค้าที่ได้ขายสิ่งของเหล่านั้น จนเป็นคนมั่งมีเพราะนครบาบิโลนนั้น จะยืนอยู่แต่ไกล เพราะกลัวภัยจากการทรมานของนครนั้น พวกเขาจะร้องไห้คร่ำครวญด้วยเสียงดัง 16ว่า วิบัติแล้ว วิบัติแล้วมหานครนั้นที่ได้นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด ผ้าสีม่วงและผ้าสีแดงเข้มที่ได้ประดับด้วยทองคำ เพชรพลอยต่างๆ และไข่มุกนั้น 17เพียงในชั่วโมงเดียว ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นก็พินาศสูญไปสิ้น และนายเรือทุกคน คนที่โดยสารเรือ พวกลูกเรือ และคนทั้งหลายที่มีอาชีพทางทะเลก็ได้ยืนอยู่แต่ห่างๆ 18และเมื่อคนเหล่านั้นได้เห็นควันไฟที่ไหม้นครนั้นก็ร้องว่า “นครใดเล่าจะเป็นเหมือนมหานครนี้” 19และเขาก็โปรยผงคลีลงบนศีรษะของตน พลางร้องไห้คร่ำครวญว่า “วิบัติแล้ว วิบัติแล้วมหานครนี้” อันเป็นที่ซึ่งคนทั้งปวง ที่มีเรือกำปั่นเดินทะเล ได้เป็นคนมั่งมีขึ้นด้วยทรัพย์สมบัติของนครนั้นภายในชั่วโมงเดียวนครนั้นก็เป็นที่ร้างเปล่า
อธิบาย และอัครสาวกยอห์นได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่งประกาศมาจากสวรรค์ว่า ขอให้คริสเตียนทั้งหลายที่ไม่มีส่วนในการบาปของนครนั้นออกจากนคร จะไม่ต้องรับภัยพิบัติที่จะเกิดจากความบาปของนครนั้น พระเจ้าจะลงโทษแก่นครนั้นเป็นสองเท่า คำว่า “ในถ้วยที่นครนั้นได้ผสมไว้ก็จงผสมลงในถ้วยนั้นเป็นสองเท่าให้นครนั้น” หมายความว่า ความทุกข์ทรมานจะเพิ่มเป็นสองเท่า เพราะความเย่อหยิ่งจองหองและเสเพล และทะนงใจเพราะพวกเขากล่าวว่าพวกเขาอยู่ในตำแหน่งราชินีที่สูงศักดิ์ ไม่ใช่หญิงม่ายที่ยากจน พวกเขาไม่มีวันที่จะประสบความระทมทุกข์เลย ดังนั้น พระเจ้าจะให้ภัยพิบัติต่างๆของนครนั้นเกิดขึ้นในวันเดียว คือโรคระบาด ความระทมทุกข์ การกันดารอาหาร และไฟจะเผานครนั้นให้พินาศหมดสิ้น เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกก็จะพิลาปร่ำไห้คร่ำครวญ พวกกษัคริย์จะตีตัวออกห่างจากพวกของพระคริสต์เทียม เพราะกลัวภัยแห่งการทรมานของนครนั้น ซึ่งจะพินาศไปภายในชั่วโมงเดียวเท่านั้น บรรดาพ่อค้าในแผ่นดินโลกจะร่ำไห้คร่ำครวญเพราะว่าไม่มีใครซื้อสินค้าราคาแพงคือ ทองคำ เงิน เพชรพลอยต่างๆ ไข่มุก ผ้าป่านเนื้อละเอียด ผ้าสีม่วง ผ้าไหม ผ้าสีแดงเข้ม ไม้หอมทุกชนิด เครื่องที่ทำด้วยงา เครื่องไม้ที่มีราคามาก เครื่องทองสัมฤทธิ์ เครื่องเหล็ก เครื่องศิลาลาย อบเชย เครื่องเทศ เครื่องหอม มดยอบ กำยาน เหล้าองุ่น น้ำมัน ยอดแป้ง ข้าวสาลี โค แกะ ม้า รถรบ และทาส และชีวิตมนุษย์อีกต่อไปแล้ว บรรดาพ่อค้าที่ได้ขายสิ่งของเหล่านั้นจนมั่งมีจะยืนอยู่แต่ไกลจากนครนั้น เงินทองสิ่งของมีค่าก็ไม่มีประโยชน์หรือช่วยพวกเขาให้รอดได้อีกต่อไป เพราพว่าเพียงในชั่วโมงเดียว ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นก็พินาศสูญไปสิ้น คนที่เดินทางในทะเลและมหาสมุทรเช่น นายเรือและผู้โดยสารจะหนีออกจากนครนั้น
20แน่ะเมืองสวรรค์บรรดาธรรมิกชน อัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย จงร่าเริงยินดีเพราะนครนั้นเถิด เพราะพระเจ้าได้ทรงพิพากษาลงโทษนครนั้นให้ท่านทั้งหลายแล้ว
21แล้วทูตสวรรค์องค์หนึ่งที่มีฤทธิ์มาก ก็ได้ยกหินก้อนหนึ่งเหมือนหินโม่ใหญ่ทุ่มลงไปในทะเลแล้วว่า “บาบิโลนมหานครนั้นจะถูกทุ่มลงโดยแรงอย่างนี้แหละและจะไม่มีใครเห็นนครนั้นอีกต่อไปเลย 22และจะไม่มีใครได้ยินเสียงนักดีดพิณ นักเล่นมโหรี นักเป่าขลุ่ย
และนักเป่าแตรในเจ้าอีกต่อไปและในเจ้าจะไม่มีช่างในวิชาช่างต่างๆ อีกต่อไปและจะไม่
มีใครได้ยินเสียงโม่แป้งในเจ้าอีกต่อไป 23และในเจ้าจะไม่มีแสงประทีปส่องสว่างอีต่อไป
และจะไม่มีใครได้ยินเสียงเจ้าบ่าวเจ้าสาวในเจ้าอีกต่อไป เพราะว่าบรรดาพ่อค้าของเจ้าได้เป็นคนใหญ่โตแห่งแผ่นดินโลกแล้วและวิทยาคมของเจ้าได้ล่อลวงบรรดาประชาชาติให้ลุ่มหลง 24และในนครนั้นเขาได้พบโลหิตของผู้เผยพระวจนะและพวกธรรมิกชและบรร
ดาคนที่ถูกฆ่าบนแผ่นดินโลก
อธิบาย เมื่อพระเจ้าได้จัดการกับพระคริสต์เทียมและซาตานตลอดจนมนุษย์ที่เป็นพรรคพวกของมันในนครบาบิโลน นั่นคือกรุงโรมแล้ว ในเมืองสวรรค์บรรดาธรรมิกชน อัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะทั้งหลายต่างก็ดีใจ เพราะพระเจ้าได้ทรงพิพากษาลงโทษนครนั้นให้กับพวกธรรมิกชน อัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะทั้งหลายแล้ว
อัตรสาวกยอห็นก็เห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งที่มีฤทธิ์มาก ก็ได้ยกหินก้อนหนึ่งเหมือนหินโม่ใหญ่ทุ่มลงไปในทะเล หินนี้น่าจะเป็นลูกอุกาบาตขนาดใหญ่ตกลงมาในทะเลจนท่วมนครบาบิโลน และจะไม่มีใครเห็นนครนั้นอีกต่อไปเลย คนที่สนุกสนานร่าเริงและคนทำมาหากินรวมถึงบรรดาพ่อค้า คนใหญ่โตแห่งแผ่นดินโลกแล้วและวิทยาคมที่ได้ล่อลวงบรรดาประชาชาติให้ลุ่มหลงในและคนซึ่งฆ่าผู้เผยพระวจนะและพวกธรรมิกชนในนครนั้นตายหมด