วิวรณ์
บทที่ 17
การพิพากษาลงโทษหญิงแพศยาคนสำคัญ
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของมหากลียุค
1ทูตสวรรค์องค์หนึ่งในเจ็ดองค์ที่ถือขันเจ็ดใบนั้น มาหาข้าพเจ้าและพูดว่า “เชิญมานี่เถิด ข้าพเจ้าจะให้ท่านดูการพิพากษาลงโทษหญิงแพศยาคนสำคัญที่นั่งอยู่บนน้ำมากหลาย 2คือหญิงที่บรรดากษัตริย์ทั่วแผ่นดินโลกได้ล่วงประเวณีด้วย และคนทั้งหลายที่อยู่ในแผ่นดินโลก ก็ได้มัวเมาด้วยเหล้าองุ่นแห่งการล่วงประเวณีกับหญิงนั้น”
อธิบาย เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงสามปีครึ่งสุดท้ายของมหากลียุค คำว่าผู้หญิงในพระคัมภีร์เดิมเล็งถึงชนชาติอิสราเอล ส่วนในพระคัมภีร์ใหม่เล็งถึงชนชาติคริสเตียน (คริสตจักร) แต่ในบทนี้ มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งเรียกว่า หญิงแพศยา เล็งถึงชนชาติคริสเตียนจอมปลอมหรือคริสตจักรปลอมซึ่งอ้างให้ชาวโลกคิดว่าเป็นคริสเตียนแท้ แต่เบื้องหลัง พวกเขานับถือพระคริสต์เทียมและสนับสนุนการงานของพระคริสต์เทียม คริสเตียนจอมปลอมเหล่านี้คือกลุ่มที่อาศัยอยู่ในโลกช่วงมหากลียุค คริสตจักรจอมปลอมเหล่านี้ไปร่วมประเวณีคือไปร่วมงานกับบรรดากษัตริย์ทั้งหลายคือผู้นำทั้งหลายในโลกที่ไม่เชื่อพระเจ้า หญิงแพศยาสำคัญที่นั่งอยู่บนน้ำมากหลาย ทูตสวรรค์ได้อธิบายให้อัครสาวกยอห์นฟังว่า “น้ำมากหลายที่ท่านได้เห็นหญิงแพศยานั่งอยู่นั้นก็คือชนชาติมวลชนประชาชาติและภาษาต่างๆ” (วิวรณ์ 17:15) ชนชาติประชาชาติและคนที่พูดภาษาต่างๆในโลกเหล่านี้มาร่วมมือกับคริสตจักรจอมปลอม คริสตจักรจอมปลอมเป็นคริสตจักรที่รักโลกและสิ่งของในโลก อัคสาวกยอห์นเขียนว่า “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น” (1ยอห์น 2:15)
3ทูตสวรรค์องค์นั้น ได้นำข้าพเจ้าเข้าไปในถิ่นทุรกันดารโดยพระวิญญาณ และข้าพเจ้าได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งอยู่บนสัตว์ร้ายสีแดงเข้มตัวหนึ่ง ซึ่งมีชื่อหลายชื่อ เป็นคำหมิ่นประมาทเต็มไปทั้งตัว มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา 4หญิงนั้นนุ่งห่มด้วยผ้าสีม่วงและสีแดงเข้ม และประดับด้วยเครื่องทองคำ เพชรพลอยต่างๆ และไข่มุก หญิงนั้นถือถ้วยทองคำที่เต็มด้วยสิ่งน่าสะอิดสะเอียน และของโสโครกแห่งการล่วงประเวณีของตน 5และที่หน้าผากของหญิงนั้นเขียนชื่อที่แฝงความหมายไว้ว่า บาบิโลนมหานคร แม่ของหญิงแพศยาทั้งหลาย และแม่สิ่งทั้งปวงที่น่าสะอิดสะเอียน แห่งแผ่นดินโลก 6และข้าพเจ้าเห็นหญิงนั้นเมามายด้วยโลหิตของพวกธรรมิกชน และโลหิตของคนทั้งหลายที่พลีชีพ เพื่อเป็นพยานของพระเยซู เมื่อข้าพเจ้าเห็นหญิงนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็อัศจรรย์ใจยิ่งนัก
อธิบาย อัครสาวกยอห์นถูกทูตสวรรค์พาเข้าไปในถิ่นทุรกันดารโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และเห็นหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนสัตว์ร้ายสีแดงเข้มตัวหนึ่ง ซึ่งมีชื่อหลายชื่อ เป็นคำหมิ่นประมาทพระเจ้าเต็มไปทั้งตัว มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา สัตว์ร้ายนี้คือพระคริสต์เทียม ส่วนหญิงนั้นนุ่งห่มด้วยผ้าสีม่วงและสีแดงเข้ม หญิงนั้นคือคริสตจักรจอมปลอมซึ่งรักโลก ผ้าสีม่วงและสีแดงเข้มเล็งถึงคริสตจักรที่ต้องการอำนาจเงินทอง และประดับด้วยเครื่องทองคำ เพชรพลอยต่างๆ และไข่มุก แสดงถึงความร่ำรวยของคริสตจักรจอมปลอมนี้ คริสตจักรจอมปลอมนี้ร่ำรวยฝ่ายโลกแต่ไม่มีชิวิตฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้หญิงถือถ้วยทองคำ แสดงว่า ถ้วยนี้เป็นคำสั่งสอนเทียมเทศที่คริสตจักรจอมปลอมไปประกาศให้คนมาเชื่อและร่วมงานกับพวกเขา นอกจากนี้ คริสตจักรจอมปลอมร่วมงานกับพระคริสต์เทียมผู้มีชื่อว่าสิ่งน่าสะอิดสะเอียนและที่หน้าผากของหญิงนั้นเขียนชื่อที่แฝงความหมายไว้ว่า บาบิโลนมหานคร หมายความว่า คริสตจักรจอมปลอมที่เป็นศูนย์ใหญ่อยู่ในนครบาบิโลน คำว่า แม่ของหญิงแพศยา ภาษาอังกฤษเขียนว่า the mother of harlot คำว่า harlot แปลว่า โสเภณี ดังนั้น แม่ของหญิงแพศยาคือคริสตจักรจอมปลอมซึ่งทำตนเหมือนหญิงโสเภณีนั้นตั้งอยู่ในนครบาบิโลน ความหมายของนครบาบิโลนคือกรุงโรม อัครสาวกยอห์นหลีกเลี่ยงที่จะเรียกชื่อ กรุงโรม เพราะในขณะที่เขียนพระธรรมวิวรณ์ อัครสาวกยอห์นถูกเนรเทศโดยจักรพรรดิ์โรมันมาอยู่ในเกาะพัทมอส ในบทที่ 18 ข้อ 2 ก็ได้กล่าวถึงนครใหญ่คือบาบิโลน ซึ่งเล็งถึงกรุงโรมเช่นกัน คริสตจักรจอมปลอมทำร้ายพวกธรรมิกชนซึ่งยอมตายเพื่อเป็นพยานของพระเยซู
7ทูตสวรรค์องค์นั้นจึงถามข้าพเจ้าว่า “เหตุไฉนท่านจึงอัศจรรย์ใจ ข้าพเจ้าจะบอกให้ท่านรู้ความหมายที่แฝงอยู่ของหญิงนั้น และของสัตว์ร้ายที่มีเจ็ดหัวและสิบเขาที่เป็นพาหนะของหญิงนั้น 8สัตว์ร้ายที่ท่านได้เห็นนั้นเป็นอยู่ในกาลก่อน แต่บัดนี้มิได้เป็น และมันจวนจะขึ้นมาจากบาดาล เพื่อไปสู่ความพินาศแล้ว และคนทั้งหลายที่อยู่ในโลก ซึ่งไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลกนั้นก็จะประหลาดใจ เมื่อเขาเห็นสัตว์ร้ายซึ่งได้เป็นอยู่ในกาลก่อน แต่บัดนี้มิได้เป็น และกำลังจะเป็น 9นี่ต้องใช้สติปัญญา หัวทั้งเจ็ดนั้นคือเนินเขาเจ็ดยอดที่หญิงนั้นนั่งอยู่ 10คือกษัตริย์เจ็ดองค์ ซึ่งห้าองค์ได้ล่วงไปแล้ว องค์หนึ่งกำลังเป็นอยู่ และอีกองค์หนึ่งนั้นยังไม่ได้เป็นขึ้น และเมื่อเป็นขึ้นมาแล้วจะต้องดำรงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง 11สัตว์ร้ายที่เป็นแล้วเมื่อก่อน แต่เดี๋ยวนี้นั้น คือกษัตริย์สิบองค์ ที่ยังไม่ได้เสวยราชสมบัติ แต่จะรับอำนาจอย่างกษัตริย์ด้วยกันกับสัตว์ร้ายนั้นหนึ่งชั่วโมง 13กษัตริย์ทั้งหลายนั้น มีน้ำพระทัยอย่างเดียวกัน และทรงมอบฤทธิ์และอำนาจของตนไว้แก่สัตว์ร้ายนั้น 14กษัตริย์เหล่านี้จะกระทำสงครามกับพระเมษโปดก และพระเมษโปดกจะทรงมีชัยชนะ เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นจอมเจ้านาย และทรงเป็นจอมกษัตริย์ และผู้ที่อยู่กับพระองค์นั้น เป็นผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกและทรงเลือกไว้ และเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ก็จะมีชัยด้วย”
15และทูตสวรรค์นั้นบอกข้าพเจ้าว่า “น้ำมากหลายที่ท่านได้เห็นหญิงแพศยานั่งอยู่นั้น ก็คือชนชาติมวลชนประชาชาติ และภาษาต่างๆ
อธิบาย ทูตสวรรค์องค์นั้นจึงถามอัครสาวกยอห์นว่า ไม่ต้องประหลาดใจเพราะหญิงนั้นคือคริสตจักรปลอม และสัตว์ร้ายคือพระคริสต์เทียมซึ่งเป็นซาตาน สัตว์ร้ายที่ได้เห็นนั้นเป็นอยู่ในกาลก่อน แต่บัดนี้มิได้เป็น อธิบายได้ว่า ในสมัยก่อน ซาตานคือทูตสวรรค์ของพระเจ้า หัวหน้าของทูตสวรรค์คือ ลูซิเฟอร์ มันเป็นผู้รับใช้ในสวรรค์ก่อนที่มันจะกบฎต่อพระเจ้า ดังที่บันทึกไว้ในพระธรรมอิสยาห์ในบทที่ 14 ข้อ 12-15 เขียนว่า
“12โอ ดาวประจำกลางวันเอ๋ย พ่อโอรสแห่งพระอรุณ เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ 13เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้า ณ ที่สูงนั้น ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน ณ ที่อุดรไกล
14ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด
15แต่เจ้าถูกนำลงมาสู่แดนคนตายยังที่ลึกของปากแดน
ต่อมา มันมาปรากฎเป็นรูปธรรมในสวรรค์ชั้นที่สองและที่หนึ่ง มันมาหลอกลวงมนุษย์ในสวนเอเดน (ปฐมกาล บทที่3) ซาตานมาอาศัยอยู่ในสวรรค์ชั้นที่สอง(อวกาศ)และชั้นที่หนึ่ง (ท้องฟ้า) และในโลก แต่บัดนี้มิได้เป็น หมายความว่า เดี๋ยวนี้ ซาตานไม่ได้ปรากฎให้เห็นเป็นรูปธรรม มันเป็นวิญญาณเข้ามาสิงในมนุษย์แทน แต่ในข้อที่ 8 เขียนว่า “แต่บัดนี้มิได้เป็น และกำลังจะเป็น” แสดงว่าในช่วงสุดท้ายของโลก มันจะมาปรากฎเป็นรูปธรรมอีกครั้ง เช่น พระคริสต์เทียม ผู้เผยพระวจนะเทียมและลูซิเฟอร์ กลับมาในข้อ 7 เขียนว่า “และมันจวนจะขึ้นมาจากบาดาล เพื่อไปสู่ความพินาศแล้ว” จริงๆแล้ว ในขณะนี้ ซาตานอาศัยอยู่ในโลกนี้มาหลอกลวงมนุษย์เพื่อแยกชิงมนุษย์ออกจากพระเจ้า มันไม่ได้อาศัยอยู่ในบาดาลแห่งเดียว มันอยู่ทุกหนทุกแห่งในโลก แต่วันหนึ่ง เมื่อพระเยซูคริสต์มาปราบซาตานและจับมันไปขังอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลาหนึ่งพันปี ก่อนที่มันจะพินาศและไปอยู่ในนรกบึงไฟชั่วนิรันดร์ (จะบรรยายละเอียดในบทต่อไป)
และคนทั้งหลายที่อยู่ในโลก ซึ่งไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลกนั้นก็จะประหลาดใจ เมื่อเขาเห็นสัตว์ร้ายซึ่งได้เป็นอยู่ในกาลก่อน แต่บัดนี้มิได้เป็น และกำลังจะเป็น ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ให้มาดูสัตว์ร้ายตัวนี้ใหม่ มันมีหัวทั้งเจ็ดนั้นคือเนินเขาเจ็ดยอดที่หญิงนั้นนั่งอยู่ เนินเขานี้ได้แก่ภูเขาเจ็ดลูกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงโรมที่ศูนย์กลางของคริสตจักรจอมปลอมตั้งอยู่ กษัตริย์เจ็ดองค์ ซึ่งห้าองค์ได้ล่วงไปแล้ว นั้นคือ กษัตริย์เจ็ดองค์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต คือ อาณาจักรอียิปต์ อัสซีเรีย บาบิโลน เปอร์เซีย และกรีก องค์หนึ่งกำลังเป็นอยู่ คืออาณาจักรโรมันที่อัครสาวกยอห์นเขียนถึง และอีกองค์หนึ่งนั้นยังไม่ได้เป็นขึ้น และเมื่อเป็นขึ้นมาแล้วจะต้องดำรงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง สัตว์ร้ายที่เป็นแล้วเมื่อก่อน คืออาณาจักรของพระคริสต์เทียม
16เขาสิบเขาที่ท่านได้เห็นและสัตว์ร้าย จะพากันเกลียดชังหญิงแพศยานั้น จะทำให้นางไร้มิตรและเปลือยกาย และจะกินเนื้อของหญิงนั้น และเอาไฟเผานางเสีย 17เพราะว่าพระเจ้าทรงดลใจเขาให้กระทำตามพระทัยของพระองค์ โดยการทรงทำให้พวกมันมีความคิดอย่างเดียวกัน และมอบอาณาจักรของเขาให้แก่สัตว์ร้ายนั้น จนถึงจะสำเร็จตามพระวจนะของพระเจ้า 18และผู้หญิงที่ท่านเห็นนั้นก็คือนครใหญ่ ที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ทั้งหลายทั่วแผ่นดินโลก”
อธิบาย แต่ตั้งแต่ข้อ 16 เป็นต้นไป ในที่สุด สัตว์ร้ายหรือพระคริสต์เทียมซึ่งคริสจักรจอมปลอมไปร่วมมือด้วยจะมาจัดการกับหญิงแพศยาหรือคริสเตียนปลอมทั้งหลายและทำลายศูนย์กลางของคริสตจักรจอมปลอมที่กรุงโรม ในข้อ 18
”ผู้หญิงที่ท่านเห็นนั้นก็คือนครใหญ่ ที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ทั้งหลายทั่วแผ่นดินโลก”
หมายความว่า กรุงโรมได้ถูกยึดไปโดยพระคริสต์เทียมในที่สุด เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาทำสงครามกับสัตว์ร้ายหรือพระคริสต์เทียมในช่วงสุดท้ายของมหากลียุค