วิวรณ์
บทที่ 16
ขันแห่งพระพิโรธ
บทนี้จะเล่าถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงสามปีครึ่งสุดท้ายและเป็นช่วงแรกของสงครามที่มีชื่อว่าสงครามอารมาเกดโดนโดยเริ่มต้นใช้อาวุธต่างๆมาสู้รบกับพระคริสต์เทียม
1แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากพระวิหาร สั่งทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดองค์นั้นว่า “จงไปเถิด เอาขันทั้งเจ็ดใบ ที่เต็มไปด้วยพระพิโรธของพระเจ้าเทลงบนแผ่นดินโลก”
2ทูตสวรรค์องค์แรกจึงออกไป และเทขันของตนลงบนแผ่นดินโลก และคนทั้งหลายที่มีเครื่องหมายของสัตว์ร้าย และบูชารูปของมันก็เกิดเป็นแผลร้ายที่เป็นหนองทั่วตัว
อธิบาย ขันทั้งเจ็ดใบ ที่เต็มไปด้วยพระพิโรธของพระเจ้าเทลงบนแผ่นดินโลก
ทูตสวรรค์องค์แรกจึงออกไป และเทขันของตนลงบนแผ่นดินโลก และคนทั้งหลายที่มีเครื่องหมายของสัตว์ร้าย และบูชารูปของมันได้แก่มนุษย์ที่รับใช้ซาตาน อาวุธแรกที่เทลงมาทำร้ายทหารของพระคริสต์เทียมที่อาศัยในแผ่นดินโลกทำให้เป็นแผลร้ายที่เป็นหนองทั่วตัวก็คืออาวุธที่ทำให้เป็นแผลตามร่างกาย เช่น สารชีวเคมี เป็นต้น
3ทูตสวรรค์องค์ที่สองก็เทขันของตนลงในทะเล และทะเลก็กลายเป็นเลือดเหมือนเลือดของคนตาย และบรรดาสิ่งที่มีชีวิตอยู่ในทะเลนั้นก็ตายหมดสิ้น
4ทูตสวรรค์องค์ที่สามเทขันของตนลงที่แม่น้ำและบ่อน้ำพุทั้งปวง และน้ำเหล่านั้นก็กลายเป็นเลือด
5และข้าพเจ้าได้ยินทูตสวรรค์แห่งน้ำร้องว่า
“พระองค์ผู้บริสุทธิ์เจ้าข้า ผู้ดำรงอยู่บัดนี้ และผู้ได้ทรงดำรงอยู่ในกาลก่อน พระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรมในการทรงพิพากษาเหตุการณ์เหล่านั้น
6เพราะเขาทั้งหลายได้กระทำให้โลหิตของพวกธรรมิกชนและของผู้เผยพระวจนะไหลออกและพระองค์ได้ประทานโลหิตให้เขาดื่ม สมควรแก่กรรมของเขาแล้ว”
7และข้าพเจ้าได้ยินแท่นบูชาร้องว่า “จริงอย่างนั้น พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด
การพิพากษาของพระองค์เที่ยงตรงและยุติธรรมแล้ว”
อธิบาย ทูตสวรรค์องค์ที่สองก็เทขันหรืออาวุธลงในทะเล เป็นการสู้รบทางทะเล ทำให้มีสัตว์ทะเลและคนตายจนกระทั่งเลือดของสัตว์และคนตายจำนวนมากทำให้ทะเลกลายเป็นสีเลือดและบรรดาสิ่งที่มีชีวิตอยู่ในทะเลนั้นก็ตายหมดสิ้น เช่นเดียวกับกับขันที่สามที่เทลงที่แม่น้ำและบ่อน้ำพุทั้งปวง และน้ำเหล่านั้นก็กลายเป็นเลือด อาจเป็นอาวุธเดียวกัน อาวุธนี้รุนแรงมากขนาดทำให้เลือดของมนุษย์และสัตว์ในทะเล ในแม่น้ำและบ่อน้ำพุไหลออกมาทำให้น้ำเป็นสีแดง แสดงว่า ต้องมีการสงครามขนาดใหญ่ฆ่ากันในน้ำ อาวุธที่ทำให้สัตว์หรือมนุษย์ในทะเลในแม่น้ำและบ่อน้ำพุมีเลือดออกมา ต้องเป็นอาวุธที่ทำให้มีเลือดออก เช่น ยิงด้วยปืนหรือจรวดหรือโดรน (drone)มาฆ่าหรือให้สัตว์ในทะเลหรือแม่น้ำมากัดกินฆ่าให้ตายหรือให้ทูตสวรรค์ลงมาฆ่าเอง คำตอบอยู่ในข้อ 5 เมื่ออัครสาวกยอห์นได้ยินทูตสวรรค์แห่งน้ำร้องว่า แสดงว่า ทูตสวรรค์ลงมาต่อสู้กับมนุษย์ซึ่งเป็นพรรคพวกของซาตานในทะเลหรือแม่น้ำ นี่คือสงคราม การฆ่ากันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พรรคพวกของซาตานได้ฆ่าธรรมิกชนและคริสเตียนและผู้เผยพระวจนะมากมายมาแล้ว ดังนั้น ถือว่าเที่ยงธรรมและยุติธรรม เพราะพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ชอบธรรมในการทรงพิพากษาเหตุการณ์เหล่านั้น
8ทูตสวรรค์องค์ที่สี่เทขันของตนลงที่ดวงอาทิตย์ และให้ดวงอาทิตย์คลอกมนุษย์ด้วยไฟ
9ความร้อนแรงกล้าได้คลอกคนทั้งหลาย และพวกเขาสาปแช่งพระนามพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ เหนือภัยพิบัติเหล่านั้น และพวกเขาไม่ได้กลับใจและไม่ได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์
อธิบาย สงครามครั้งสุดท้าย ทูตสวรรค์ให้ลูกไฟจากดวงอาทิตย์มาตกในโลกมาคลอกมนุษย์ทั้งหลายที่ต่อสู้กับทูตสวรรค์ของพระเจ้าด้วยไฟ ความร้อนแรงกล้าได้คลอกคนทั้งหลาย และพวกเขาสาปแช่งพระเจ้า แต่พวกเขาไม่ได้กลับใจและไม่ได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ ไม่สารภาพความบาปต่อพระเจ้า
10ทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเทขันของตนลงบนที่นั่งของสัตว์ร้ายนั้น และอาณาจักรของมันก็มืดไป คนเหล่านั้นได้กัดลิ้นของตนด้วยความระทม
11และสาปแช่งพระเจ้าแห่งสวรรค์เพราะความเจ็บปวด และเพราะแผลตามตัวของเขา แต่เขาไม่ได้สำนึกในการประพฤติผิดของตน
อธิบาย ทูตสวรรค์ได้มาสู้รบกับพระคริสต์เทียมและพรรคพวกของมันในที่ตั้งของมัน ในช่วงสุดท้ายนี้ พระคริสต์เทียมได้ย้ายที่ทำการจากทวีปยุโรปมาตั้งอยู่ที่ประเทศอิสราเอลซึ่งมันยึดครองมาจากชาวอิสราเอล ทูตสวรรค์ใช้อาวุธอย่างหนึ่งด้วยการทำให้เกิดความมืดทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้มองไม่เห็นอะไร เมื่อมองไม่เห็นอะไร พรรคพวกของซาตานก็ไม่สามารถสู้รบได้ ทำให้พวกมันโกรธ และได้กัดลิ้นด้วยความระทม และสาปแช่งพระเจ้า เพราะความเจ็บปวดและเพราะแผลตามตัวของเขา แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้สำนึกในการประพฤติผิดของตน
12ทูตสวรรค์องค์ที่หกเทขันของตนลงที่แม่น้ำใหญ่ คือแม่น้ำยูเฟรตีสทำให้น้ำในแม่น้ำนั้นแห้ง เพื่อเตรียมมรรคาไว้สำหรับบรรดากษัตริย์ที่มาจากทิศตะวันออก
13และข้าพเจ้าเห็นผีโสโครกสามตนรูปร่างคล้ายกบ ออกมาจากปากพญานาค ออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น และออกจากปากคนที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ
14ด้วยว่าผีเหล่านั้นเป็นผีร้ายกระทำหมายสำคัญ มันออกไปหากษัตริย์ทั้งปวงทั่วพิภพ เพื่อให้บรรดากษัตริย์เหล่านั้นร่วมกันทำสงคราม ในวันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด 15(นี่แน่ะ เราจะแอบย่องมาเหมือนขโมย ผู้ที่ตื่นอยู่และรักษาเสื้อผ้าของตนไว้อย่างดีจะเป็นสุข เพราะว่าเขาไม่ต้องเดินเปลือยกายให้คนทั้งหลายเห็น)
16และมันทั้งสามได้ชุมนุมพวกกษัตริย์ที่ตำบลหนึ่ง ซึ่งภาษาฮีบรูเรียกว่าอารมาเกดโดน
อธิบาย ในช่วงของสงครามอารมาเกดโดน พญานาค พระคริสต์เทียมและผู้เผยวจนะเทียมจะส่งทูตไปทั่งโลกรวมถึงพวกโกกในแผ่นดินมาโกกซึ่งเป็นกลุ่มมหึมาอาศัยอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติสด้วยให้มาประชุมกันที่ตำบลหนึ่งทางตรงกลางของประเทศอิสราเอลชื่อ อารมาเกดโดน พระคริสต์เทียมได้ปกครองประเทศอิสราเอลและยึดเป็นที่ตั้งบงการการสู้รบต่างๆ คงจำได้ว่า ในเหช่วงก่อนสามปีครึ่งแรก ได้มีเหตุการณ์ที่กองทัพมหึมาของโกกในแผ่นดินมาโกกซึ่งอาศัยอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติสนี้ได้ยกกองทัพมาทำลายล้างประเทศอิสราเอล แต่พระคริสต์เทียมและสิบประเทศมหาอำนาจมาช่วยประเทศอิสราเอลสู้รบกับกองทัพมหึมานี้ จนสามารถยับย้ำและดันกองทัพมหึมานี้ไม่ให้ข้ามแม่น้ำยูเฟรติสมา แล้วพระคริสต์เทียมและพรรคพวกของมันก็ยึดครองประเทศอิสราเอล กองทัพเหล่านี้ยังอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส พวกนี้ไม่เชื่อพระเจ้าและไม่เชื่อซาตาน เป็นพวกไม่มีศาสนาหรือนับถืออย่างอื่น ในสงครามอารมาเกดโดน พวกเขาเห็นพระเยซูคริสต์พาทูตสวรรค์ลงมาสู้รบกับพระคริสต์เทียมและพรรคพวกของเขา พวกเขาจึงเข้าพวกกับพระคริสต์เทียมมาสู้รบกับกองทัพของพระเจ้า เหตุการณ์มีบันทึกไว้ในพระธรรมเอเสเคียวบทที่ 38 ข้อ 1-11; 14-23) นิมิตของเอเสเคียวนี้มาปรากฎเป็นจริงในสงครามครั้งสุดท้าย พระธรรมยันทึกไว้ดังนี้
1พระวจนะของพระเจ้ามายังข้าพเจ้าว่า 2 “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงมุ่งหน้าของเจ้าต่อสู้โกกแห่ง แผ่นดินมาโกกเจ้าองค์สำคัญของเมเชคและทูบัล และจงเผยพระวจนะกล่าวโทษเขา 3จงกล่าวว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด โกกเอ๋ย เราเป็นปฏิปักษ์กับเจ้าผู้เป็นเจ้าองค์สำคัญ แห่งเมเชคและทูบัล 4เราจะให้เจ้าหันกลับ และเอาเบ็ดเกี่ยวขากรรไกรของเจ้า และเราจะนำเจ้าออกมาพร้อมทั้งกองทัพทั้งสิ้นของเจ้า ทั้งม้าและพลม้า สวมเครื่องรบครบทุกคน เป็นกองทัพใหญ่ มีโล่และดั้ง ถือดาบทุกคน 5เปอร์เซีย คูช และพูตอยู่กับเขาด้วย ทุกคนมีโล่และหมวกเหล็ก 6โกเมอร์และกองทัพทั้งสิ้นของเขา เบธโทการมาห์จากส่วนเหนือสุด พร้อมกับกองทัพทั้งสิ้นของเขา มีชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากอยู่กับเจ้า
7เจ้าและบรรดากองทัพซึ่งประชุมอยู่กับเจ้า จงเตรียมตัวพร้อมและให้พร้อมไว้เสมอ และจงเป็นยามเฝ้าเขาทั้งหลาย 8เมื่อล่วงไปหลายวันแล้วเจ้าจะต้องถูกเรียกตัว ในปีหลังๆ เจ้าจะยกเข้าไปต่อสู้กับแผ่นดินซึ่งได้คืนมาจากสงคราม เป็นแผ่นดินที่ประชาชนรวบรวมกันมาจากชนชาติ หลายชาติอยู่ที่บนภูเขาอิสราเอล ซึ่งได้เคยเป็นที่ทิ้งร้างอยู่เนืองนิตย์ ประชาชนของแผ่นดินนั้นออกมาจากชนชาติอื่นๆ บัดนี้อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแล้วทั้งสิ้น 9เจ้าจะรุกออกไป มาเหมือนพายุ เจ้าจะเป็นเหมือนเมฆคลุมแผ่นดินทั้งเจ้า และกองทัพทั้งสิ้นของเจ้า และชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากที่อยู่กับเจ้า
10พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า “ในวันนั้นจะบังเกิดความคิดในใจของเจ้า และเจ้าจะคิดแผนการชั่ว” 11และกล่าวว่า เราจะยกกองทัพไปยังแผ่นดินที่ชนบทไม่มีกำแพงล้อม เราจะโจมตีประชาชนที่สงบซึ่งอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย ทุกคนอาศัยอยู่โดยไม่มีกำแพง ไม่มีดาลไม่มีประตู
14”เพราะฉะนั้น บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะและกล่าวกับโกกว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นเมื่ออิสราเอลประชากรของเรา อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแล้ว เจ้าจะมิได้รู้หรือ 15ท่านจะมาจากที่ของเจ้าซึ่งอยู่ส่วนเหนือที่สุด ทั้งเจ้าและชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากที่อยู่กับเจ้า ทุกคนขี่ม้าเป็นกองทัพมหึมา เป็นกองทัพทรงกำลังยิ่งนัก 16เจ้าจะมาต่อสู้อิสราเอลประชากรของเรา เหมือนอย่างเมฆคลุมแผ่นดินในกาลภายหน้า เราจะนำเจ้ามาต่อสู้กับแผ่นดินของเรา เพื่อประชาชาติทั้งหลายจะรู้จักเรา โกกเอ๋ย ในเมื่อเราสำแดงความบริสุทธิ์ของเราท่ามกลาง เจ้าต่อหน้าต่อตาเขา
17”พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้าเป็นผู้นั้นหรือผู้ที่ในสมัยก่อนเราได้พูดถึง โดยผู้เผยพระวจนะของอิสราเอลผู้รับใช้ของเรา ผู้ซึ่งในสมัยนั้นได้เผยพระวจนะอยู่หลายปีว่า เราจะนำเจ้ามาต่อสู้กับเขา 18พระเจ้าตรัสว่า แต่ในวันนั้นเมื่อโกกจะยกมาต่อสู้กับแผ่นดินอิสราเอล ความพิโรธของเราจะพลุ่งขึ้น 19เพราะเราขอประกาศด้วยความหวงแหนและด้วยความพิโรธ ดั่งเพลิงพลุ่งของเราว่า ในวันนั้นจะมีการสั่นสะเทือนใหญ่ยิ่งในแผ่นดินอิสราเอล 20ปลาที่ทะเลและนกในอากาศ และสัตว์ป่าทุ่งและสัตว์เลื้อยคลานที่คลานอยู่บนแผ่นดิน และประชาชนทั้งสิ้นอยู่บนพื้นพิภพจะสั่นสะเทือนต่อหน้าเรา ภูเขาจะพังทลายลง และหน้าผาจะพัง และกำแพงทุกแห่งจะล้มลงที่ดิน 21เราจะร้องถึงภูเขาทั้งหลาย ของเราเรียกดาบมาต่อสู้กับโกก พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ และดาบของทุกคนจะต่อสู้กับพี่น้องของเขา 22เราจะพิพากษาลงโทษเขาด้วยโรคระบาดและโลหิตตก เราจะให้ฝนตกอย่างน้ำไหลเชี่ยวทั้งลูกเห็บและไฟ และไฟกำมะถันตกใส่เขาและกองทัพของเขาและ ชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากที่อยู่กับเขา 23ดังนั้นเราจะสำแดงความใหญ่ยิ่งและความบริสุทธิ์ของเรา และกระทำตัวให้เป็นที่รู้จักในสายตาของ ประชาชาติเป็นอันมาก แล้วเขาจะทราบว่าเราคือพระเจ้า”
พระคัมภีร์บางเล่มเขียนคนละชื่อ “เจ้าองค์สำคัญของเมเชคและทูบัล” บางเล่มเขียนเป็น “เจ้าองค์สำคัญของรอช” (prince of Rosh ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์เชื่อว่า รอชคือรัสเซีย
17ทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดได้เทขันของตนลงในอากาศ และมีพระสุรเสียงดังออกมาจากพระที่นั่งในพระวิหารนั้นว่า “สำเร็จแล้ว”
18และเกิดมีฟ้าแลบ มีเสียงต่างๆ มีฟ้าร้อง และเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งตั้งแต่มีมนุษย์เกิดมาบนแผ่นดินโลก ไม่เคยมีแผ่นดินไหวร้ายแรงเช่นนี้เลย
19มหานครนั้นก็แยกออกเป็นสามส่วน และบ้านเมืองของนานาประชาชาติก็ล่มจม พระเจ้ามิได้ทรงลืมมหานครบาบิโลน พระองค์ทรงให้นครนั้นดื่มถ้วยแห่งพระพิโรธอันใหญ่หลวงของพระองค์
20และบรรดาเกาะต่างๆ ก็หนีหายไปและภูเขาทั้งหลายก็ไม่มีผู้ใดพบ
21และมีลูกเห็บใหญ่ ตกลงมาจากฟ้าถูกคนทั้งปวง แต่ละก้อนหนักประมาณห้าสิบกิโลกรัม คนทั้งหลายจึงสาปแช่งพระเจ้า เพราะภัยพิบัติที่เกิดจากลูกเห็บนั้น เพราะว่าภัยพิบัติจากลูกเห็บนั้นร้ายแรงยิ่งนัก
อธิบาย ทูตสรรค์องค์ที่เจ็ดเทขันแห่งพระพิโรธลงในอากาศ จะมีเสียงฟ้าแลบ มี
เสียงฟ้าร้องต่างๆและเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มหานครบาบิโลน (หมายถึงกรุงโรมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพระคริสต์เทียม)ถูกแยกเป็นสามส่วน เกาะต่างๆ ภูเขาทั้งหลายสูญสลายหมด มีลูกเห็บใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้า แต่ละก้อนหนักห้าสิบกิโลกรัม (เท่ากับน้ำหนักหนึ่งตะลันต์) การที่เขียนว่า มหานครบาบิโลน (คือกรุงโรม) ถูกแยกเป็นสามส่วน แสดงว่า พังทะลายหมด เลขสามแสดงถึงความสมบูรณ์แห่งการทนทุกข์ทรมาน (ตัวอย่างๆอื่นได้พระเยซูสิ้นพระชนม์บนกางเขนสามวันสามคืน เป็นความสมบูรณ์ของการทนทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์ เหตุการณ์นี้ถือว่ารุนแรงที่สุด คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าซึ่งได้รับการทรมานจะสาปแช่งพระเจ้า ทูตสรรค์องค์ที่เจ็ดเทขันแห่งพระพิโรธลงในอากาศนี้ถือเป็นการสิ้นสุดของพระพิโรธที่กระทำต่อพระคริสเทียมและพรรคพวกของมัน มีพระสุรเสียงดังออกมาจากพระที่นั่งในพระวิหารว่า “สำเร็จแล้ว” พระเยซูคริสต์จะเสด็จพร้อมกับพวกธรรมิกชนทั้งหลายในวันสุดท้ายของมหากลียุคเจ็ดปี พระเยซูตรัสว่า “สำเร็จแล้ว” สองครั้ง ครั้งแรกพระองค์ตรัสที่กางเขนเป็นการสำเร็จของการไถ่บาปแก่มวลมนุษย์เป็นชัยชนะเหนือซาตานครั้งแรกอย่างเป็นทางการ และคำทำนายของผู้เผยพระวจนะเกี่ยวกับพระมาซีฮาที่จะเสด็จมาได้สำเร็จแล้ว “สำเร็จแล้ว” ครั้งที่สองคือว่า เป็นความสำเร็จที่เอาชนะอำนาจของซาตานอย่างสิ้นเชิงและสมบูรณ์ เพราะ คำทำนายเกี่ยวกับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์สำเร็จแล้ว พระเยซูคริสต์เตือนว่า “นี่แน่ะ เราจะแอบย่องมาเหมือนขโมย ผู้ที่ตื่นอยู่และรักษาเสื้อผ้าของตนไว้อย่างดีจะเป็นสุข เพราะว่าเขาไม่ต้องเดินเปลือยกายให้คนทั้งปวงเห็น” (วิวรณ์ 16:15) เหตุการณ์ทั้งหลายในปัจจุบันได้เตือนให้รู้ว่า พระองค์ใกล้เสด็จกลับมาแล้ว จงเตรียมตัวให้พร้อม