วิวรณ์
บทที่ 12
ผู้หญิงและพญานาค
1มีหมายสำคัญใหญ่ยิ่งปรากฏในสวรรค์ คือผู้หญิงคนหนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า และบนศีรษะมีดาวสิบสองดวงเป็นมงกุฎ 2ผู้หญิงนั้นมีครรภ์ และร้องครวญด้วยความเจ็บครรภ์ที่ใกล้จะคลอด 3และมีหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งปรากฏในสวรรค์ ดูเถิด มีพญานาคใหญ่สีแดงตัวหนึ่งมีเจ็ดหัวและมีสิบเขา และที่หัวเจ็ดหัวนั้นมีมงกุฎเจ็ดอัน 4หางพญานาคตวัดดวงดาวในท้องฟ้าทิ้งลงมาที่แผ่นดินโลกเสียหนึ่งในสามส่วน และพญานาคนั้นยืนอยู่เบื้องหน้าผู้หญิงที่กำลังจะคลอดบุตร เพื่อจะกินบุตรเมื่อคลอดออกมาแล้ว 5หญิงนั้นคลอดบุตรชาย ผู้ซึ่งจะครอบครองประชาชาติทั้งปวงด้วยคทาเหล็ก แต่เขานำบุตรนั้นขึ้นไปเฝ้าพระเจ้า ยังพระที่นั่งของพระองค์ 6และหญิงนั้นก็หนีเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร ที่นางมีสำนักซึ่งพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อนางจะได้รับการเลี้ยงดูอยู่ที่นั่นตลอดพันสองร้อยหกสิบวัน
อธิบาย อัครสาวกยอห์นเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ แปลว่าผู้หญิงคนนี้สวมเสื้อผ้าที่มีสง่าราศีออกมา และมีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้าของผู้หญิงคนนี้ และบนศีรษะมีดาวสิบสองดวงเป็นมงกุฎ คำว่า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดาวสิบสองดวง มีความคล้ายคลึงกับความฝันของโยเซฟที่บันทึกไว้ในปฐมกาลบทที่ 37ข้อ 9-10 เขียนว่า “ฉันฝันอีกครั้งหนึ่ง เห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดาวสิบเอ็ดดวงกำลังกราบไหว้ฉัน” เมื่อเล่าให้บิดาและพวกพี่ชายกับน้องฟัง บิดาก็เตือนโยเซฟว่า ความฝันที่เจ้าได้ฝันเห็นนั้นหมายความว่าอย่างไร เรากับมารดาและพี่น้องของเจ้าจะมาซบหน้าลงถึงดินกราบไหว้กระนั้นหรือ” คำแปลความหมายนี้ก็คือ จากข้อเปรียบเทียบนี้ ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวแทนชนชาติอิสราเอล พระอาทิตย์คือยาโคบซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่าอิสราเอล ดวงจันทร์คือบรรดาแม่ๆของพี่น้องของโยเซฟ ดาวสิบสองดวงหมายถึงลูกๆซึ่งเป็นชนเผ่าสิบสองเผ่ารวมโยเซฟด้วย ผู้หญิงนั้นมีครรภ์ และร้องครวญด้วยความเจ็บครรภ์ที่ใกล้จะคลอด แสดงว่าเมื่อถึงเวลา ลูกที่เกิดมาคือ พระมาซีฮาห์
ในขณะเดียวกัน มีหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งปรากฏในสวรรค์ สวรรค์นี้คือสวรรค์ชั้นสองคืออวกาศ พบว่ามีพญานาคใหญ่สีแดงตัวหนึ่งมีเจ็ดหัวและมีสิบเขา และที่หัวเจ็ดหัวนั้นมีมงกุฎเจ็ดอัน พญานาคตัวนี้คือพระคริสต์เทียมซึ่งมาทำสงคราม สีแดงคือเลือดของมนุษย์จากสงคราม มีเจ็ดหัว คือ มีเจ็ดอาณาจักรหรือประเทศที่ต่อสู้หรือรุกรานชนชาติอิสราเอลตั้งแต่อดีต ปัจจุบันจนถึงอนาคต ได้แก่ อาณาจักรอัสซีเรีย อาณาจักรบาบิโลน อาณาจักรเปอร์เซีย อาณาจักรกรีก ประเทศอียิปต์ อาณาจักรโรมัน และพระคริสต์เทียมซึ่งเป็นอาณาจักรสุดท้ายที่ต่อต้านพระเจ้าก่อนที่พระเยซูคริสต์จะนำกองทัพของพระองค์มาสู้รบกับพระคริสต์เทียม หัวเจ็ดหัวมีมงกุฎเจ็ดอันคือผู้นำของอาณาจักรและประเทศเหล่านี้ อาณาจักรและประเทศเหล่านี้ล้วนเป็นลูกน้องของซาตานซึ่งถูกส่งมาต่อสู้กับชนชาติอิสราเอลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคตส่วนสิบเขาหมายถึงสิบชาติมหาอำนาจซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอาณาจักรโรมัน หรือมีเชื้อสายของชาวโรมันมาช่วยพระคริสต์เทียมสู้รบกับพระเจ้า นอกจากนี้ อัครสาวกยอห์นยังเห็นหางพญานาคตวัดดวงดาวในท้องฟ้าทิ้งลงมาที่แผ่นดินโลกเสียหนึ่งในสามส่วน หมายความว่า พญานาคคือลูซิเฟอร์หัวหน้าซาตานนำดวงดาวคือซาตานลงมาในโลกหนึ่งในสามส่วน
พญานาคนั้นยืนอยู่เบื้องหน้าผู้หญิงที่กำลังจะคลอดบุตร เพื่อจะกินบุตรเมื่อคลอดออกมาแล้ว หมายความว่า พระคริสต์เทียมพร้อมจะมาทำสงครามกับชนชาติอิสราเอล และทำร้ายพระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นบุตรชายของชนชาติอิสราเอลที่จะเกิดมา การที่รู้ว่าเป็นพระเยซูคริสต์ เพราะหญิงนั้นคลอดบุตรชาย ผู้ซึ่งจะครอบครองประชาชาติทั้งปวงด้วยคทาเหล็ก แต่เขานำบุตรนั้นขึ้นไปเฝ้าพระเจ้า ยังพระที่นั่งของพระองค์ พระเยซูคริสต์คือผู้ครอบครองประชาชาติ พระองค์เป็นพระเจ้าขึ้นลงสวรรค์ของพระบิดาเจ้า
ทหารซาตานสู้รบกับชาวอิสราเอล และขับไล่ชาวอิสราเอลหนีเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร ชาวอิสราเอลเหล่านี้รวมไปถึงชาวอิสราเอลแสนสี่หมื่นสี่พันคนซึ่งพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้ให้ชาวอิสราเอลไว้หลบซ่อนตลอดพันสองร้อยหกสิบวันหรือสามปีครึ่งหลัง
7ขณะนั้นเกิดสงครามขึ้นในสวรรค์ มีคาเอล กับเทพบริวารของท่านได้ต่อสู้กับพญานาค และพญานาคกับบริวารของมันก็ต่อสู้ 8แต่ฝ่ายพญานาคแพ้ และพวกพญานาคไม่มีที่อยู่ในสวรรค์อีกเลย 9พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลกก็ถูกผลักทิ้งลงไป พญานาคและบริวารของมันถูกผลักทิ้งลงไปในแผ่นดินโลก
อธิบาย สงครามเกิดขึ้นในสวรรค์ชั้นสองคืออวกาศ ทูตสวรรค์มีคาเอล กับเทพบริวารของท่านได้ต่อสู้กับพญานาคคือพระคริสต์เทียมและเหล่าซาตานรวมถึงมนุษย์ที่เป็นบริวารของมัน แต่ฝ่ายพญานาคหรือพระคริสต์เทียมแพ้ และพวกพญานาคไม่มีที่อยู่ในสวรรค์ชั้นสอง (อวกาศ)และชั้นหนึ่ง (ท้องฟ้า)อีกเลย พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตานคือลูซีเฟอร์ ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลกก็ถูกผลักทิ้งลงไป พญานาคหรือพระคริสต์เทียมและบริวารของมันถูกผลักทิ้งลงไปในแผ่นดินโลก
10และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังขึ้นในสวรรค์ว่า “บัดนี้ความรอดและฤทธิ์เดชและราชอาณาจักรแห่งพระเจ้าของเรา และอำนาจพระคริสต์ของพระองค์ได้มาถึงแล้ว เพราะว่าผู้ที่กล่าวโทษพวกพี่น้องของเราต่อพระพักตร์พระเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น ก็ได้ถูกผลักทิ้งลงไปแล้ว 11เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และเพราะคำพยานของพวกเขาเอง เพราะเขาไม่ได้เสียดายที่จะพลีชีพของตน 12ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่แผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่ามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย”
อธิบาย อัครสาวกยอห์นเห็นเหตุการณ์ในสงครามที่เกิดขึ้น พระเยซูคริสต์ได้รับชัยชนะ อัครสาวกยอห์นได้ยินเสียงดังขึ้นในสวรรค์ว่า “บัดนี้ความรอดและฤทธิ์เดชและราชอาณาจักรแห่งพระเจ้าได้มาถึงแล้ว พระเยซูคริสต์จะมาปกครองโลก มนุษย์ผู้ที่กล่าวโทษหรือทำร้ายพวกพี่น้องคริสเตียนต่อพระพักตร์พระเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืนนั้นก็ได้ถูกผลักทิ้งลงไปแล้วร่วมกัยพวกซาตาน เขาเหล่านั้นชนะพญามารหรือพระคริสต์เทียมด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดกคือพระเยซูคริสต์ และพวกเขาเป็นพยานประกาศข่าวประเสริฐโดยไม่ได้เสียดายที่จะพลีชีพของพวกเขา บรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จะรื่นเริงยินดี แผ่นดินโลกและทะเลถูกสาปเพราะว่ามารได้ลงมาอยู่ในโลกหลังจากต้องพ่ายแพ้สงครามในอวกาศและบนท้องฟ้า พระคริสต์เทียมและพวกซาตานโกรธมาก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อยแล้ว
13เมื่อพญานาคนั้นเห็นว่ามันถูกผลักทิ้งลงไปในแผ่นดินโลกแล้ว มันก็ไล่ตามหญิงที่คลอดบุตรชายนั้น 14แต่พระเจ้าทรงประทานปีกนกอินทรีใหญ่สองปีกแก่หญิงนั้น เพื่อให้นางบินหนีพญานาคเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร จนถึงที่ซึ่งนางจะได้รับการเลี้ยงดูตลอดวาระหนึ่งและสองวาระและครึ่งวาระ 15งูนั้นก็พ่นน้ำออกจากปากเหมือนแม่น้ำไหลตามหญิงนั้น เพื่อจะให้พัดหญิงนั้นไป 16แต่แผ่นดินก็ได้ช่วยหญิงนั้นไว้ได้ โดยแยกออกเป็นช่องแล้วสูบน้ำที่พ่นออกจากปากพญานาคนั้นลงไป 17พญานาคโกรธแค้นหญิงนั้น มันจึงออกไปทำสงครามกับพงศ์พันธุ์ของนางที่เหลืออยู่นั้น คือผู้ที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้า และยึดถือคำพยานของพระเยซู และมันก็ได้ยืนอยู่ที่หาดทรายชายทะเล
อธิบาย ขณะที่สงครามได้ย้ายลงมาสู้รบกันในโลก พระคริสต์เทียมและพรรคพวกของมันโกรธมาก พวกมันตัดสินใจมาทำร้ายขนชาติอิสราเอลและคริสเตียนจนต้องหนีไปหลบซ่อนในถิ่นทุรกันดาร มันก็ไม่ลดละ พระเจ้าต้องให้นกอินทรีมารับชนชาตของพระเจ้า นกอินทรีในสายตาของอัครสาวกยอห์นอาจหมายถึงเครื่องบินลำใหญ่มหึมามารับพวกเชาให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นเวลาสามปีครึ่ง