วิวรณ์
บทที่ 1
วิวรณ์ของพระเยซูคริสต์
1วิวรณ์ของพระเยซูคริสต์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงประทานแก่พระองค์ เพื่อชี้แจงให้ผู้รับใช้ทั้งหลายของพระองค์รู้ว่า อะไรจะต้องอุบัติขึ้นในไม่ช้า และพระองค์ได้ทรงใช้ทูตสวรรค์ไปสำแดงแก่ยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์ 2ยอห์นเป็นพยานฝ่ายพระวจนะของพระเจ้าและเป็นพยานของพระเยซูคริสต์ ท่านเป็นพยานในเหตุการณ์ทั้งสิ้น ซึ่งท่านได้พบเห็น 3ขอความสุขจงมีแก่บรรดาผู้อ่านและผู้ฟังคำพยากรณ์เหล่านี้ และถือรักษาข้อความที่เขียนไว้ในคำพยากรณ์นี้ เพราะว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว
อธิบาย ทูตสวรรค์เดินทางมาสำแดงให้อัครสาวกยอห์นว่า มีเหตุการณ์จะเกิดขึ้นแน่นอนในไม่ช้า อัครทูตยอห์นบอกถึงประสบการณ์ของท่านว่า ท่านรู้จักพระเยซูคริสต์เป็นอย่างดี ท่านเป็นพยานอยู่สามอย่างได้แก่ 1. พระวจนะของพระเจ้า อัครสาวกยอห์นกล่าวว่า ท่านได้เป็นพยานประกาศพระคำพระเจ้าหรือข่าวประเสริฐมาตลอดไปจนถึงเวลาที่อัครสาวกยอห์นมาอยู่ที่ปัทมอส (1:9) 2. พระเยซูคริสต์ ท่านได้อยู่กับพระเยซูคริสต์ถึงสามปี รู้จักพระองค์อย่างดี พระเยซูคริสต์เป็นผู้แรกที่ได้ฟื้นจากความตาย (1:5) และเป็นผู้ครอบครองกษัตริย์ทั้งปวงในโลก พระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลายและได้ปลดเปลื้องบาปของเราด้วยพระโลหิต และทรงตั้งเราไว้ให้เป็นอาณาจักรและเป็นปุโรหิตของพระเจ้าพระบิดาของพระองค์ พระเกียรติและไอศวรรย์จงมีแด่พระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ (1:5,6) 3. เหตุการณ์ต่างๆที่อัครสาวกยอห์นได้อยู่กับพระเยซูคริสต์จนถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่ยังไม่เกิดขึ้น ก่อนที่จะสำแดงนิมิต อัครสาวกยอห์น
ขออวยพรให้ผู้อ่านให้มีความสุขที่จะอ่านคำพยากรณ์นี้
คำแสดงความนับถือ ที่มีไปถึงคริสตจักรทั้งเจ็ด
4ยอห์นขอเรียนคริสตจักรทั้งเจ็ดที่อยู่ในแคว้นเอเชียให้ทราบดังนี้
ขอให้ท่านทั้งหลายจงได้รับพระคุณและสันติสุข จากพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน และผู้ทรงดำรงอยู่ในอดีต และผู้จะเสด็จมาในอนาคตและจากวิญญาณทั้งเจ็ดที่เฝ้าอยู่หน้าพระที่นั่งของพระองค์ 5และจากพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์ และทรงเป็นผู้แรกที่ได้ฟื้นจากความตาย และผู้ทรงครอบครองกษัตริย์ทั้งปวงในโลก
แด่พระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลาย และได้ทรงปลดเปลื้องบาปของเราด้วยพระโลหิตของพระองค์ 6และทรงตั้งเราไว้ ให้เป็นอาณาจักรและเป็นปุโรหิตของพระเจ้าพระบิดาของพระองค์ พระเกียรติและไอศวรรย์จงมีแด่พระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน 7ดูเถิด พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ และนัยน์ตาทุกดวง และคนเหล่านั้นที่ได้แทงพระองค์จะเห็นพระองค์ และมนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะร่ำไห้เพราะพระองค์ จะเป็นไปอย่างนั้น อาเมน
8พระเจ้าผู้ทรงอยู่เดี๋ยวนี้ ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน ผู้จะเสด็จมานั้น และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ได้ตรัสว่า “เราเป็นอัลฟา และโอเมกา”
อธิบาย พระธรรมวิวรณ์เริ่มด้วยอัครสาวกยอห์นให้ส่งข่าวถึงคริสตจักร 7 แห่ง อัครสาวกยอห์นเริ่มต้นด้วยการอวยพรจากพระเยซูคริสต์ซึ่งทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน ในอดีตและอนาคต “ขอให้ท่านทั้งหลายจะได้รับพระคุณและสันติสุข” พระวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งเจ็ด เล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สมบูรณ์ อยู่ทุกหนทุกแห่ง ร่วมกับพระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นพยานที่ซื่อสัตย์ หมายความว่า พระองค์เป็นพยานด้วยยตนเองเพราะพระองค์ตรัสความจริง และพระองค์ซึ่งเสด็จมาเป็นมนุษย์เป็นผู้แรกที่ฟื้นคืนพระชนม์และเป็นจอมกษัตริย์ พระองค์ทรงไถ่บาปด้วยพระโลหิตของพระองค์ พระองค์ทรงตั้งให้เราเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรและเป็นปุโรหิตของพระเจ้าด้วยการถวายตนเองแด่พระเจ้าแทนสัตวบูชาก่อนพระเยซูคริสต์เสด็จมา และเขียนว่า วันหนึ่งพระเยซูจะเสด็จกลับมากลางอากาศ ทุกคนจะเห็นพระองค์ คนที่ทำร้ายพระองค์ก็เห็นพระองค์ และพวกเขาจะเสียใจที่ได้กระทำต่อพระองค์ เหตุการณ์ที่กล่าวถึงนี้คือเหตุการณ์ที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาเป็นครั้งที่สอง เพื่อทำสงครามกับซาตานเป็นครั้งสุดท้าย เพราะพระองค์เป็นอัลฟาและโอเมกาซึ่งเป็นภาษากรีกแปลว่า เป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย แสดงว่า พระองค์ทรงเป็นอยู่เป็นนิตย์
นิมิตเห็นบุตรมนุษย์
9ข้าพเจ้าคือยอห์น พี่น้องของท่านทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนร่วมการยากลำบาก และร่วมราชอาณาจักร และร่วมความอดทน ซึ่งเป็นประสบการณ์ในพระเยซู ข้าพเจ้าจึงได้มาอยู่ที่เกาะปัทมอสเนื่องด้วยพระวจนะของพระเจ้า และเนื่องด้วยการเป็นพยานฝ่ายพระเยซู 10พระวิญญาณได้ทรงดลใจข้าพเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงดังมาจากเบื้องหลังข้าพเจ้าดุจเสียงแตร 11ตรัสว่า สิ่งซึ่งท่านได้เห็นจงเขียนไว้ในหนังสือม้วน และฝากไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ด คือคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส เมืองสเมอร์นา เมืองเปอร์กามัม เมืองธิยาทิรา เมืองซาร์ดิส เมืองฟีลาaaเดลเฟียและเมืองเลาดีเซีย
อธิบาย อัครสาวกยอห์นต้องการบอกพี่น้องคริสเตียนว่า ท่านเป็นตัวแทนของพี่น้องที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กับพระเยซูคริสต์ขณะที่พระองค์ทรงอยู่ในโลก ท่านถูกเนรเทศมาอยู่เกาะพัทมอส เพราะการประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์อัครสาวกยอห์นเขียนว่า “พระวิญญาณได้ทรงดลใจข้าพเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า วันขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือวันอาทิตย์ เพราะคริสเตียนเปลี่ยนวันนมัสการพระเจ้าจากวันซาบาโตมาเป็นวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ ขณะที่อัตรทูตยอห์นอยู่ที่เกาะพัทมอส พระวิญญาณบริสุทธิ์ดลใจให้อัครทูตยอห์นได้ยินพระสุรเสียงของพระเยซูคริสต์ดังมาจากเบื้องหลังดุจเสียงแตรตรัสว่า ”และสิ่งซึ่งท่านได้เห็นจงเขียนไว้ในหนังสือ และฝากบอกข่าวไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ดที่อยู่ในแคว้นเอเชีย คือคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส เมืองสเมอร์นา เมืองเปอร์กามัม เมืองธิยาทิรา เมืองซาร์ดิส เมืองฟีลาเดลเฟีย และเมืองเลาดีเซีย"
12ข้าพเจ้าจึงเหลียวมาทางพระสุรเสียงที่ตรัสแก่ข้าพเจ้านั้น ครั้นแล้วข้าพเจ้าก็เห็นคันประทีปทองคำเจ็ดคัน 13และในท่ามกลางคันประทีปเหล่านั้นมีผู้หนึ่งเหมือนกับบุตรมนุษย์ ทรงฉลองพระองค์กรอมพระบาท และทรงคาดผ้ารัดประคดทองคำที่พระอุระ 14พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวดุจขนแกะสีขาว และดุจหิมะและพระเนตรของพระองค์ดุจเปลวเพลิง 15พระบาทของพระองค์ดุจทองสัมฤทธิ์ เกลี้ยงเหมือนกับว่าได้หลอมให้บริสุทธิ์แล้ว พระสุรเสียงของพระองค์ดุจเสียงน้ำมากหลาย 16พระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวง และมีพระแสงสองคมออกมาจากพระโอษฐ์ และพระพักตร์ของพระองค์ดุจดังดวงอาทิตย์ที่ฉายแสงกล้า
อธิบาย อัครสาวกยอห์นได้ยินเสียงเรียกมาจากข้างหลังและเห็นแล้วท่านก็เห็นคันประทีปทองคำเจ็ดคัน ชาวยิวเรียกคันประทีปว่า เมนอราห์ (Menorah) มีเจ็ดคัน หรือ หนึ่งคันตรงกลางและอีกหกคัน (อพยพ 25:31) ไฟบนคันประทีปเล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ และในท่ามกลางคันประทีปเหล่านั้นมีผู้หนึ่งเหมือนกับบุตรมนุษย์ พระเยซูคริสต์ในลักษณะข้างต้น “ผู้หนึ่งเหมือนกับบุตรมนุษย์” พระบุตรคือพระเยซูคริสต์ “ทรงฉลองพระองค์กรอมพระบาท”คือสวมผ้าป่านคลุมทั้งร่าง “และทรงคาดผ้ารัดประคดทองคำที่พระอุระ”คือรัดสายทองคำที่หน้าอก “พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวดุจขนแกะสีขาว และดุจหิมะ”คือ ศีรษะและผมเป็นสีขาวบริสุทธิ์ “และพระเนตรของพระองค์ดุจเปลวเพลิง”คือมองเห็นชัดเจน “พระบาทของพระองค์ดุจทองสัมฤทธิ์ เกลี้ยงเหมือนกับว่าได้หลอมให้บริสุทธิ์แล้ว”คือเท้าเป็นสีทอง “พระสุรเสียงของพระองค์ดุจเสียงน้ำมากหลาย”เสียงน้ำมากลายอาจเป็นเสียงดังสนั่นเล็งถึงเสียงที่มีอำนาจ “พระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวง”คือมีอำนาจเหนือดวงดาวทั้งหลายในจักรวาล “และมีพระแสงสองคมออกมาจากพระโอษฐ์”คือพระคำของพระเจ้าที่คมเฉือนหัวใจและความคิดของคนอ่านและคนฟัง “และพระพักตร์ของพระองค์ดุจดังดวงอาทิตย์ที่ฉายแสงกล้า”คือพระเจ้าเป็นความสว่างของชีวิตของคนที่เชื่อพระเจ้า
อัครสาวกยอห์นได้บรรยายลักษณะของพระบุตรคล้ายคลึงกันกับพระบิดาเจ้าดังที่เขียนไว้ในพระธรรมดาเนียล บทที่ 7 ข้อ 9-10 ซึ่งดาเนียลเห็นในนิมิต “ขณะที่ข้าพเจ้ายืนดูอยู่ มีหลายบัลลังก์มาตั้งไว้ และผู้หนึ่ง ผู้เจริญด้วยวัยวุฒิมาประทับฉลองพระองค์ขาวอย่างหิมะ
พระเกศาที่พระเศียรของพระองค์เหมือนขนแกะบริสุทธิ์ พระบัลลังก์ของพระองค์เป็นเปลวเพลิง กงจักรของบัลลังก์นั้นเป็นไฟลุก ธารไฟพุ่งออกและไหลออกมาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ นี่เป็นนิมิตที่ดาเนียลเห็น เพราะโดยความเป็นจริง มนุษย์ซึ่งยังมีความบาปอยู่จะเห็นพระบิดาไม่ได้ ลักษณะของพระบิดาและพระบุตรคล้ายคลึงกัน เพราะทั้งสองพระองค์เป็นพระเจ้าและเป็นองค์เดียวกันในส่วนของตรีเอกานุภาค ดาเนียลยังได้บรรยายถึงพระบุตรในพระธรรมดาเนียลบทที่ 7:13, 10:5, 7:9, 10:6) พระองค์อยู่ท่ามกลางคันประทีป แสดงว่า พระองค์เป็นศูนย์กลางของคริสตจักรเจ็ดแห่ง พระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวง เล็งถึง คริสตจักรเจ็ดแห่ง
17เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ ข้าพเจ้าก็ล้มลงแทบพระบาทของพระองค์เหมือนกับคนที่ตายแล้ว แต่พระองค์ทรงแตะตัวข้าพเจ้าด้วยพระหัตถ์เบื้องขวา แล้วตรัสว่า อย่ากลัวเลย เราเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย 18และเป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว แต่ นี่แน่ะ เราก็ยังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ และเราถือลูกกุญแจแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย 19จงเขียนเหตุการณ์ซึ่งเจ้าได้เห็นและเหตุการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ กับทั้งเหตุการณ์ซึ่งจะเกิดขึ้นในภายหน้าด้วย 20ส่วนความลึกลับของดาวทั้งเจ็ดดวง ซึ่งเจ้าได้เห็นในมือข้างขวาของเรา และแห่งคันประทีปทองคำทั้งเจ็ดนั้นก็คือ ดาวเจ็ดดวงได้แก่ทูตสวรรค์ของคริสตจักรทั้งเจ็ด และคันประทีปเจ็ดคันนั้นได้แก่คริสตจักรทั้งเจ็ด
อธิบาย อัครสาวกยอห์นเห็นพระเยซูแล้วรู้สึกหวาดกลัว แต่พระเยซูทรงแตะต้องด้วยพระหัตถ์เบื้องขวา มือขวาเล็งถึงอำนาจซึ่งปกปักษ์รักษาอัครสาวกยอห์นได้ และพระองค์เป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ควบคุมชีวิตของทุกคนและพระองค์จะเป็นผู้พิพากษาในวันสุดท้าย พระเยซูต้องการแสดงให้อัครทูตยอห์นเห็นเหตุการณืซึ่งกำลังเกิดขึ้นในคริสตจักรของพระองค์และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า ความลึกลับของดาวทั้งเจ็ดหมายถึง ทูตสวรรค์ของคริสตจักรทั้งเจ็ด คือผู้สื่อสารของพระเจ้าเล็งถึง ผู้ปกครองของคริสตจักรทั้งเจ็ด คันประทีปคือวิญญาณของคริสตจักรทั้งเจ็ด