การรักษาโรคฝ่ายจิตวิญญาณ
2. พระเยซูทรงรักษาคนโรคเรื้อนสิบคน
ในลูกา บทที่ 17 ข้อ 12 - 14 เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีคนโรคเรื้อนอาศัยอยุ้ที่นั่นโรคเรื้อนเป็นโรคเกิดจากเชื้อบัคทีเรีย โรคนี้กัดกินผิวหนัง เนื้อ เส้นประสาทจนถึงกระดูก คนโรคเรื้อนจะถูกแยกออกจากสังคมทำให้จิตใจหดหู่ เงียบเหงาโศกเศร้า ในสมัยของโมเสสจนถึงสมัยของพระเยซู คนโรคเรื้อนต้องไปรายงานให้ปุโรหิตทราบเพื่อลงทะเบียนว่าเป็นคนโรคเรื้อน ต่อจากนั้น คนโรคเรื้อนทั้งหลายต้องไปอยู่นอกค่ายหรือนอกเมือง เขาต้องมีลักษณะพิเศษคือ สวมเสื้อผ้าที่ขาด และให้ปล่อยผม และให้ปิดปากบนไว้แล้วเวลาไปไหนต้องร้องตะโกนให้คนรู้ว่า “มลทิน มลทิน” (ไม่สะอาด) (เลวีนิติ 13-14) ในพระธรรมลูกาบันทึกว่า มีคนโรคเรื้อนสิบคนมาพบพระองค์ยืนอยู่แต่ไกล และส่งเสียงร้องว่า “เยซูนายเข้า โปรดได้เมตตาข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด” เมื่อพระองค์ทรงเห็นแล้วจึงตรัสแก่เขาว่า “จงไปสำแดงตัวแก่พวกปุโรหิตเถิด” เมื่อกำลังเดินไป เขาทั้งหลายก็หายสะอาด (ลูกา 17:12-14) การรักษาโรคของพระเยซูมีลักษณะต่างๆกัน แต่การหายโรคขึ้นกับความเชื่อทั้งสิ้น ก่อนหน้านั้น มีคนโรคเรื้อนคนหนึ่งมาหาพระเยซู คุกเข่าลงทูลวิงวอนพระองค์ว่า “เพียงแต่พระองค์จะโปรดก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายโรคได้” พระเยซูทรงสงสารเขาจึงทรงยื่นพระหัตถ์ถูกต้องคนนั้น ตรัสแก่เขาว่า “เราพอใจแล้วจงหายเถิด” ในทันใดนั้น โรคเรื้อนก็หาย และคนนั้นก็สะอาด” (มาระโก 1:43) จะเห็นว่า พระเยซูสามารถรักษาโรคในทันที สำหรับคนโรคเรื้อนสิบคนนี้ พวกเขาต้องพิสูจน์ตนเองว่า พวกเขามีความเชื่อด้วยการกระทำ (Practical faith) พระธรรมลูกาได้กล่าวต่อไปว่า “ฝ่ายคนหนึ่งในพวกนั้น เมื่อเห็นว่าตัวหายโรคแล้วจึงกลับมาสรรเสริญพระเจ้าด้วยเสียงดัง และกราบลงที่พระบาทของพระเยซู โมทนาพระคุณของพระองค์ คนนั้นเป็นชาวซะมาเรีย” ฝ่ายพระเยซูตรัสว่า “มีสิบคนหายสะอาดมิใช่หรือ แต่เก้าคนนั้นอยู่ที่ไหน ไม่เห็นผู้ใดกลับมาสรรเสริญพระเจ้า เว้นไว้แต่คนต่างชาติคนนี้” (ลูกา 17:15-18) จะเห็นว่า แม้พวกเขาสิบคนจะเชื่อด้วยการกระทำ แต่มีเพียงหนึ่งคนตระหนักถึงพระคุณพระเจ้า เขากลับมาสรรเสริญพระเจ้าด้วยความเชื่อ เขาต้องการสร้างความเชื่อให้เข้มแข็งขี้น นี่คือความเชื่อที่เจริญเติบโต (Growing faith) แล้วพระองค์ตรัสกับคนนั้นว่า “จงลุกขึ้นไปเถิด ความเชื่อของเจ้าได้กระทำให้ตัวเจ้าหายปกติ” (ลูกา 17:19)