การรักษาโรคฝ่ายจิตวิญญาณ
ความรู้ข้างต้นสรุปจากวารสารแพทย์
1. Beck G, Habitat GS (November 1996). "Immunity and the Invertebrates" (PDF). Scientific American. 275 (5): 60–66. Bibcode:1996SciAm.275e..60B. doi:10.1038/scientificamerican1196-60. สืบค้นเมื่อ 1 January 2007.
2. O'Byrne KJ, Dalgleish AG (Aug 2001). "Chronic immune activation and inflammation as the cause of malignancy". British Journal of Cancer. 85 (4): 47-83.
doi:10.1054/bjoc.2001.1943. PMC 2364095. PMID 11506482.
สรุปคือ ถ้าเชื้อโรคมีจำนวนน้อย ภูมิคุ้มกันสามารถต่อสู้ได้ แต่ถ้าเชื้อโรคมีจำนวนมากและมีความรุนแรง ภูมิคุ้มกันของร่างกายสู้ไม่ไหว ร่างกายก็ถูกทำลายและตายไป มนุษย์มีพระฉายาของพระเจ้ามีสติปัญญา ในอดีตกาล มนุษย์ได้ใช้สติปัญญาค้นคว้าหาสมุนไพรมารักษาโรค ให้สุขภาพดีแข็งแรง มีชีวิตยืนยาว ต่อมา มีการนำสมุนไพรมาทำเป็นอาหารเสริมหรือเป็นยา ต่อมา มนุษย์ได้สังเคราะห์สารเคมีมาทำป็นยาขึ้น แต่โรคก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น เกิดจากเชื้อโรคชนิดต่างๆหรือสารพิษ หรือ ควันพิษที่มนุษย์ก่อขึ้น โรคจำนวนมากยังไม่มียาหรือวิธีการรักษา ดังนั้น คนจำนวนมากเป็นโรคซึ่งแพทย์รักษาไม่หาย ก็จะแสวงหาวิธีรักษาอื่นๆเช่น กลับไปใช้ยาสมุนไพรต่างๆ การรักษาจากหมอผี น้ำมนต์ ตลอดจนการสวดมนต์อธิษฐานของพระสงฆ์ในศาสนาต่างๆ คริสเตียนที่เชื่อพระเยซูคริสต์จะขอการรักษาจากพระเจ้า (ลูกา 7:22-23) พระคัมภีร์ได้บันทึกถึงการรักษาโรคฝ่ายจิตวิญญาณหรือการรักษาโรคโดยพระเจ้าทั้งในพระคัมภีร์เดิมและใหม่ ในพระคัมภีร์เดิม พระเจ้ารักษาโรค โดยผ่านผู้รับใช้ของพระองค์ เช่น โมเสส เอลีชา ในพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูรักษาโรค และให้อำนาจแก่อัครสาวก เช่น เปโตร และอัครทูต เช่น เปาโล
ข้อเท็จจริงคือพระเยซูคริสต์เสด็จมาเพื่อรักษาร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณของมวลมนุษย์ พระเจ้าเรียกพระบุตรซึ่งเสด็จมาในโลกว่า “เยซุ” แปลว่า พระยาเวห์ผู้ช่วยให้รอด พระบุตรทรงเป็นพระมาซีฮาห์ หรือ พระคริสต์ แปลว่าพระผู้ถูกเจิมดังนั้น พระเยซูคริสต์เสด็จมาทำหน้าที่สองอย่างคือ มอบชีวิตใหม่แก่ผู้ที่เชื่อพระองค์ ให้จิตวิญญาณได้รับความรอด และให้มวลมนุษย์มีสันติสุขขณะที่ยังอาศัยอยู่ในโลกนี้ ให้มนุษย์มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ พระเยซูคริสต์เสด็จมาทำหน้าที่ ช่วยจิตวิญญาณใหรอด และรักษาโรคทั้งร่างกายและจิตใจให้หาย ความเชื่อแบบนี้อาจทำให้คริสเตียนบางคนไม่กระตือรือร้นที่จะทำให้ร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณดีขึ้น เพราะถือว่า ชีวิตของมนุษย์ถูกกำหนดไว้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด เลี่ยงไม่ได้ และยังลืมไปว่า คริสเตียนยังอยู่ในโลกนี้ ซาตานซึ่งอยู่ในโลกนี้ยังมีหน้าที่ต่อต้านพระเจ้าและทำลายคริสเตียน ถ้าไม่ระวัง
ในพระคัมภีร์ได้มี ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าชีวิตของมนุษย์แต่ละคนได้ถูก กำหนดมาแล้ว ตัวอย่างที่หนึ่ง คือ เศรษฐีซึ่งเตรียมแผนการ สร้างความร่ำรวยมากขึ้น เขาวางแผนที่จะสร้างยุ้งฉางรวบรวม ข้าวมากขึ้น แต่พระเยซูตรัสว่า “โอ คนโง่ ในคืนวันนี้ชีวิตของ เจ้าจะต้องเรียกเอาไปจากเจ้า แล้วของซึ่งเจ้าได้รวบรวมไว้นั้น จะเป็นของใครเล่า” (ลูกา 12:16-20)
ตัวอย่างที่สอง คือ ยูดาส อิสคาริโอท ซึ่งเป็นสาวกของพระเยซู ได้ถูกกำหนดให้เป็นผู้ทรยศขายพระเยซู (มัทธิว 26:14-16) พระเยซูทรงรู้เหตุการณ์นี้ล่วงหน้าและได้ตรัสกับยูดาสว่า เขาจะอายัดพระเยซู (ลูกา 22:21) ยูดาสมีอิสระที่จะเลือกการกระทำของเขา แต่เขาเลือกที่จะให้เป็นไปตามตราบาปที่กำหนดไว้ และเมื่อเขาอายัดพระเยซูแล้วเขาเสียใจแทนที่เขาจะกลับใจ เขาไปฆ่าตัวตาย
ตัวอย่างที่สาม คือ เปโตร พระเยซูได้ทำนายว่า เปโตรจะปฏิเสธพระเยซู 3 ครั้ง (ลูกา 22:34) แสดงว่าพระเยซูรู้ล่วงหน้า แล้วว่า ตราบาปของเปโตรได้กำหนดการกระทำของเขาแล้ว ครั้นเมื่อเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นจริง เปโตรเสียใจสารภาพความผิดบาปและรับใช้พระเยซูคริสต์ในเวลาต่อมา แสดงว่าชีวิตของมนุษย์ได้ถูกกำหนดมาแล้วตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา นี่คือ ตราบาปที่ติดตัวมนุษย์มา และพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์ (ปฐมกาล 1:26) พระเจ้าให้มนุษย์มีอิสระในการเลือกทางชีวิตซึ่งนำไปสู่ชีวิตนิรันดร์ หรือนำไปสู่ความตาย เพราะว่า ถ้าท่านเลือกทางของพระเจ้า คือ เชื่อพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด พระเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตหรือตราบาปของท่านได้ “พระเจ้าทรงทราบวันเวลาของคนไร้ตำหนิ และมรดกของเขาจะดำรงอยู่เป็นนิตย์ (สดุดี 37:18)
ดังนั้น เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นในชีวิต เช่น ความเจ็บป่วยจากโรคทางกายและจิตใจ ขอให้เขาอย่าได้รู้สึกว่า นี่เป็นการลงโทษของพระเจ้าหรือของซาตาน แต่ให้ท่านอธิษฐานต่อพระเจ้า ถ้าท่านได้กระทำบาปต่อพระเจ้า ขอพระเจ้าให้อภัยความผิดบาป (สดุดี 32:5) ขอให้พระองค์ทรงปกปักษ์รักษา (สดุดี 37:23-24, 34:7) เพราะฉะนั้น เมื่อท่านได้ฝากชีวิตของท่านไว้กับพระเจ้า ท่านจะไม่ได้ถูกควบคุมด้วยตราบาปอีกต่อไป เพราะว่า “พระเนตรของพระองค์ทรงเห็นส่วนประกอบของข้าพระองค์ วันทั้งหลายทุกๆวันที่ กำหนดให้ข้าพระองค์นั้น ก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์ เมื่อครั้งยังไม่เกิดวันนั้นเลย” (สดุดี 139:16)
นอกจากนี้ มนุษย์ซึ่งไม่รู้จักพระเจ้าหรือไม่เชื่อพระเจ้าต้องเข้าสู่วัฏจักรของชีวิต คือมีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย การเจ็บป่วยเกิดจากโรคทางกาย และโรคทางจิตใจ โรคทางกาย และโรคทางจิตใจก็เกี่ยวพันแยกจากกันไม่ได้
ตัวอย่าง มีชายคนหนึ่งเป็นคริสเตียน แต่มีชีวิตฝ่ายเนื้อหนัง สูบบุหรี่จัดมาก เขาต้องการจะเลิกสูบแต่เพื่อนๆที่ไม่ใช่คริสเตียนชักชวนให้ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ต่อไป นี่คือบทบาทของซาตานที่พยายามทำลายคริสเตียนให้ออกห่างจากพระเจ้า วันหนึ่งเขาป่วยลงด้วยวัณโรค เข้าโรงพยาบาลรับการรักษา ผลที่ติดตามมาก็คือ เสียเงินค่ารักษาค่าโรงพยาบาล เงินทองที่เก็บสะสมมาก็ถูกใช้จ่ายมากมายในการักษาพยาบาล เงินทองไม่พอผ่อนบ้าน และไม่มีเงินส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ลูก นอกจากร่างกายซึ่งป่วยแล้ว จิตใจก็เป็นทุกข์ เพราะตนเองทำงานไม่ได้ ขาดสภาพการเป็นผู้นำในครอบครัว ภรรยาซึ่งไม่เคยออกทำงานข้างนอก ก็ต้องออกไปทำงานเลี้ยงครอบครัวแทน เพื่อหาเงินมารักษาสามี ส่งค่าผ่อนบ้าน ส่งค่าเล่าเรียนลูก สถานะซึ่งมีพอกินพอใช้ก็กลายเป็นสถานะยากจน ผู้ชายเกิดความตึงเครียดจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ในช่วงระยะนี้ เป็นระยะอันตรายของผู้เจ็บป่วย อัตราการฆ่าตัวตายสูง เป็นโรคกระเพาะ โรคความดันสูง โรคหัวใจ ตลอดจนเป็นโรคอัมพาต ผู้ชายคนนี้ได้กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย โกรธ ฉุนเฉียวง่าย ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจ ฝ่ายภรรยาก็ตึงเครียดจากงาน และการดูแลลูก จนทนไม่ไหว ก็ขอหย่ากัน ผลตามมา คือ ไปฟ้องหย่าในศาลแย่งกันอุปการะลูก ผลที่สุดก็ต้องจ้างทนายมาต่อสู้คดีในศาล เงินทองก็ยิ่งหมดไป ผลสุดท้าย สามีและภรรยาเกลียดชังกัน ลูกก็พลอยถูกกระทบไปด้วย การเรียนของลูกเลวลง ในที่สุดก็ต้องออกจากโรงเรียนไป นี่คือตราบาปของชายคนนี้ที่ทำให้เป็นโรคของร่างกายนำไปสู่โรคทางจิตใจ โดยการสนับสนุนของซาตานทำให้โรคเลวร้ายลง เพื่อให้ชายคนนี้ตายไปจะไม่ได้ไปอยู่สวรรค์ แต่พระเจ้ามีพระคุณและเมตตาแก่ชายคนนี้ พระเจ้าทรงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่พระองค์ต้องการสั่งสอนเขาให้เขาเข้าสู่การทดลอง แต่พระเจ้าจะทรงดูแลเขาให้หายขาดจากโรควัณโรค ถ้าเขาผ่านการทดลองสำเร็จ ผู้ชายคนนี้เสียใจในเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เขาได้สารภาพความผิดบาปต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงให้อภัยในความผิดบาปของเขา เขาอธิษฐานต่อพระเยวูคริสต์ให้รักษาเขาให้หายเป็นปกติ พระเยซูคริสต์ทรงเมตตาสงสารเขา ในพระนามพระเยซูคริสต์ เขาหายป่วยจากโรควัณโรคและโรคซึมเศร้ากลับสู่ปกติ นี่คือการเจ็บป่วยของชายคนหนึ่งซึ่งสัมพันธ์กับตราบาป ซาตานและพระเจ้า
ตัวอย่างนี้เกิดขึ้นกับคนแต่ละคน หรือ ครอบครัวแต่ละครอบครัวไม่มากก็น้อย นี่คือสภาพของร่างกายและจิตใจซึ่งเกิดจากความบาป ตราบใดที่เรายังอาศัยอยู่ในโลกนี้ เราจะต้องผจญกับโรคภัยไข้เจ็บอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ โรคภัยไข้เจ็บยังสามารถเกิดจากซาตานได้ เพราะซาตานมีอำนาจเหนือมนุษย์ ซาตานต้องการเข้ามาทดลองหรือทำลายชีวิตคริสเตียนซึ่งเป็นคริสเตียนซึ่งอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง ไม่เชื่อฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือดับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เขาให้ตกอยู่ในอำนาจของซาตานว่ามีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งคริสเตียนซึ่งอยู่ฝ่ายเนื้อหนังมากกว่าฝ่ายพระวิญญาณบริสุทธิ์ คริสเตียนเหล่านี้ถูกล่อลวงได้ง่ายและซาตานทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ มีแต่พระเยซูคริสตเจ้าที่จะเปลี่ยนชีวิตของคริสเตียนที่ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้กลับมีสันติสุขได้
ท่านได้เข้าใจถึงตราบาปที่ทำให้เกืดโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังมีซาตาน และพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่มาเกี่ยวข้องกับชีวิตคริสเตียนโดยเฉพาะโรคภัยไข้เจ็บซาตานคือใคร
ซาตาน แปลว่า ผู้ต่อต้านพระเจ้า