คำถามและคำตอบ
99 ทำไมคริสเตียนไม่นับถือหรือกราบไหว้รูปเคารพ
คริสเตียนไม่นับถือหรือกราบไหว้รูปเคารพ เพราะพระเจ้าได้ตรัสไว้ในพระธรรมอพยพ บทที่ 20 ข้อ 3 – 5 ดังนี้
“อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา
“อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูป เหล่านั้น
ในสมัยของโมเสส ชนชาติอิสราเอลก็ไปสร้างพระโคทองคำขึ้นมากราบไหว้แทนพระเจ้าเที่ยงแท้ จนพระเจ้าได้ทรงลงโทษชาวอิสราเอลเหล่านั้นที่ทิ้งพระเจ้า
มนุษย์เป็นจำนวนมากได้ยกสิ่งบางสิ่งให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ยกย่องดวงดาวในจักรวาลให้เป็นพระ มีพระเบื้องบนมากมาย เช่นพระอาทิตย์ พระจันทร์ และยกย่องพระเบื้องล่าง เช่น พระแห่งภูเขาไฟ พระแม่คงคา และพระแห่งต้นไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการกราบไหว้สัตว์ต่างๆ ยกให้เป็นพระ เช่น พระโค พระช้าง พระลิง เป็นต้น พระดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาตามจินตนาการของมนุษย์ แต่พระเจ้าเป็นผู้ทรงสร้างสิ่งสารพัดทั้งหลาย เราจึงควรกราบไหว้พระผู้สร้างคือ พระเจ้า ไม่ใช่ไปกราบไหว้สิ่งที่ถูกสร้าง นอกจากนี้ มนุษย์ยังไปสร้างวัตถุขึ้นมาเป็นรูปไว้เคารพสักการะ นั่นคือรูปเคารพต่างๆ มนุษย์ได้ทำรูปเคารพมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ในสมัยของอาณาจักรกรีก อาณาจักรโรมัน ก็ปั้นเทวรูปหรือรูปแห่งเทพเจ้า นอกจากนั้น จะพบว่าเกือบทุกศาสนามีเทวรูปไว้สักการะทั้งสิ้น แม้แต่พุทธศาสนาซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองก่อนที่จะมีการปั้นพระพุทธรูปขึ้นมา จากหนังสือประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา เขียนโดย พระราชธรรมนิเทศ ได้เล่าถึงการ กำเนิดพระพุทธรูปดังนี้ “ดังได้กล่าวมาแล้วว่า คตินิยมของอินเดียไม่นิยมสร้างรูปเคารพ จะทำก็เพียงแต่สัญลักษณ์เท่านั้น แต่เมื่อพระพุทธศาสนาได้ยอมรับนับถือกันแพร่หลายออกไป ชนชาติกรีกที่หันมานับถือพระพุทธศาสนา มีพื้นเดิมทางการนับถือรูปเคารพ เพราะเขานับถือเทพเจ้าเป็นอันมาก เมื่อมานับถือพระพุทธศาสนาก็คงมีความฝังใจเดิมติดอยู่ จึงได้คิดสร้างพระ พุทธรูปขึ้น เพื่อให้เกิดทัสสนานุตตริยะสำหรับตน แนวคิดเดิมนั้นอาศัยรูปของเทพเจ้าอปอลโล ซึ่งเป็นเทพบุตรรูปงาม ผสมกับแนวคิดว่าพระพุทธเจ้าเป็นกษัตริย์ พระพุทธรูปในยุคแรกนี้ เรียกว่าพระพุทธรูปคันธาระ มีเกล้าพระเมาลีแบบเจ้าชาย พระพักตร์แบบมนุษย์ บางคราวมีพระมัสสุด้วย
ฝ่ายคนอินเดียเมื่อเห็นพุทธศิลปแนวนี้เข้า เกิดความประทับใจ จึงได้นิยมสร้างตามแบบศิลปกรรมของตนจนถึงพวกพราหมณ์ก็นำเอาแนวคิดนี้มาสร้างรูปพระเจ้าของพวกตน คือ พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ พระพุทธรูปที่สร้างในยุคนี้ยังคงยึดปางที่สำคัญๆ เช่น ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐม เทศนา เป็นต้น พระพุทธรูปแบบคันธาระที่กล่าวนั้นมาปรากฎเด่นชัดแพร่หลายขึ้นโดยการสร้างของพวกง้วยสึหรืออินโด ไซรัส”
สำหรับคริสเตียนนั้น เมื่อในอดีตภายหลังจากที่พระเยซูคริสต์ได้เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ คริสเตียนใหม่จำนวนหนึ่งยังติดนิสัยดั้งเดิมในการกราบไหว้เทวรูป พวกเขาจึงนับถือทั้งพระเยซูคริสต์และเทวรูปต่างๆด้วย นอกจากนั้น ก็มีพระทางศาสนาในอดีตปั้นรูปพระเยซู พระแม่มารีย์ พระนักบุญต่างๆ ขึ้นมากราบไหว้กัน
อัครทูตเปาโลจึงได้เขียนจดหมายตักเตือนพี่น้องคริสเตียนในสมัยนั้น ดังที่พบในหนังสือ 1 โครินธ์ บทที่ 10 ข้อ 14 ว่า “ดูก่อนท่านที่รัก เหตุฉะนั้น ท่านจงหลีกเลี่ยงเสียจากการนับถือรูปเคารพ” ดังนั้น การที่เรามีรูปพระเยซู รูปไม้ กางเขนไว้ที่บ้านหรือติดตัวไว้เป็นที่ระลึกถึงก็ไม่ผิดอะไร แต่อย่าเอาไว้กราบไหว้ก็จะกลายเป็นความบาปไป แม้แต่รูปพระเยซูก็เกิดจากการจินตนาการของมนุษย์ เพราะไม่มีใครทราบว่าพระเยซูมีหน้าตาอย่างไร พระเจ้าของชนชาติอิสราเอลและของคริสเตียนอยู่ทุกหนทุกแห่ง และมีพระชนม์อยู่ชั่วนิรันดร์กาล ขอให้เรามากราบไหว้พระผู้สร้างคือพระเจ้าของเรา แต่อย่าไปกราบไหว้พระหรือวัตถุที่ถูกสร้างเลย เพราะไม่มีประโยชน์อันใดเลย