คำถามและคำตอบ
97 สวรรค์ในพระคัมภีร์หมายถึงอะไร
ในพระคัมภีร์เดิมได้กล่าวถึงสวรรค์ตั้งแต่หน้าแรกของพระธรรมเล่มแรกคือปฐมกาลบทที่หนึ่งข้อหนึ่ง “ในพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน” พระธรรม New International Version แปลคำว่า ฟ้า คือ the heavens หมายถึงภาคที่เหนือแผ่นดินได้แก่ ท้องฟ้า จักรวาล จนถึงที่ประทับของพระเจ้า พระคัมภีร์ได้แบ่งสวรรค์ออกเป็นสามชั้น ชั้นที่หนึ่งคือท้องฟ้า ชั้นที่สองคือจักรวาล และชั้นที่สามคือบ้านหรือพระนิเวศของพระเจ้า สวรรค์ที่เป็นบ้านของพระเจ้านั้นอยู่ไกลแสนไกลออกไป ดังนั้น เวลาอ่านพระคัมภีร์ ต้องแยกให้ออกว่าเป็นสวรรค์ชั้นไหน นอกจากนี้ พระเจ้ายังเปรียบสววรค์เหมือนผ้าคลุม ในพระธรรมสดุดี กล่าวว่า “พระเจ้าผู้ทรงคลุมพระองค์ด้วยแสงสว่างดุจดังฉลองพระองค์ ผู้ทรงขึงฟ้าสวรรค์ออกดังขึงม่าน ผู้ทรงวางคานของที่ประทับอันสูงของพระองค์ไว้ในน้ำ ผู้ทรงใช้เมฆเป็นราชรถ” (สดุดี 104:2-3) แปลความหมายว่า พระเจ้าคลุมพระองค์ด้วยแสงสว่าง และประทับอยู่เหนือน้ำโดยมีน้ำเป็นที่ตั้งที่ประทับ โดยใช้เมฆเป็นพาหนะไปมาของพระเจ้า สวรรค์เป็นแผ่นม่านคลุมอยู่ข้างบนเหมือนเต้นท์สวรรค์ที่ถูกขึงนี้จึงน่าจะเป็นจักรวาลที่เราเห็นอยู่ นี่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระเจ้ายังสามารถแหวกฟ้าสวรรค์ (heavens) หมายถึงจักรวาลและท้องฟ้าได้ นั่นคือ พระเจ้าซึ่งยิ่งใหญ่สามารถแหวกแผ่นจักรวาล และแผ่นฟ้าลงมาในโลก ภูเขาจะสั่นสะเทือน (อิสยาห์ 64:1) นอกจากนี้ “..และท้องฟ้าก็จะม้วนเหมือนหนังสือม้วน” (อิสยาห์ 34:4). แสดงว่า พระเจ้าต้องใหญ่กว่าจักรวาลและท้องฟ้าซึ่งเป็นเหมือนผ้าเต๊นท์ซึ่งแหวกได้และม้วนได้ ท้องฟ้า (สวรรค์ชั้นหนึ่ง)และจักรวาล (สวรรค์ชั้นสอง) เป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น มนุษย์จึงไม่ควรกราบไหว้สวรรค์ ดวงดาวต่างๆ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และอื่นๆในสวรรค์ แต่สวรรค์ที่พระเจ้า พระเยซูคริสต์ได้ตรัสกับคริสเตียนนั้นเป็นสวรรค์ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระเจ้า พระเยซูตรัสกับสาวกของพระองค์ว่า “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย หรือ จงวางใจในพระเจ้าท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย และท่านรู้จักทางที่เราจะไปนั้น” (ยอห์น 14:1-4) ดังนั้น เมื่อคริสเตียนจากโลกนี้ไป คริสเตียนไปอยู่กับพระเจ้าเลย และไปอยู่ในสวรรค์จนกว่าพระเยซูจะเสด็จมาร่วมกับชาวคริสเตียนและผู้เชื่อพระเจ้าในอดีตก่อนพระเยซูคริสต์เสด็จมาปกครองโลก 1000 ปี หลังจากนั้นโลกและท้องฟ้าจะถูกทำลายหมด แล้ว ชาวคริสเตียนและผู้เชื่อพระเจ้าจะไปอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ท้องฟ้าใหม่ในสวรรค์ชั้นสามซึ่งเป็นสถานที่ของพระเจ้า ในพระธรรมวิวรณ์ อัครสาวกยอห์นเขียนว่า “ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว ข้าพเจ้าได้เห็นวิสุทธนคร คือนครเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า นครนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า “ดูเถิด พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรงสถิตกับเขา เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว” พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งตรัสว่า “ดูเถิด เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่” และพระองค์ตรัสอีกว่า “จงเขียนไว้เถิด เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์ซื่อและสัตย์จริง” พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “สำเร็จแล้ว เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและอวสาน ผู้ใดกระหาย เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย ผู้ใดมีชัยชนะ ผู้นั้นจะได้รับสิ่งเหล่านี้เป็นมรดก และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา” (วิวรณ์ 21:1-7)
สรุปคือ สวรรค์ของคริสเตียนมีสามชั้น ชั้นที่หนึ่งคือท้องฟ้า ชั้นที่สองคือ จักรวาล และชั้นที่สามคือ พระนิเวศของพระเจ้าที่ผู้ที่เชื่อพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิมและผู้ที่เชื่อพระเยซูคริสต์ในพระคัมภีร์ใหม่ไปอาศัยอยู่ที่นั่นตลอดไปชั่วนิรันดร์