คำถามและคำตอบ

95 อะไรคือเคล็ดลับของคริสเตียนในการใช้ชีวิตที่พอเพียง

ในปัจจุบัน การติดต่อสื่อสร้างรวดเร็วขึ้น ชีวิตของเราถูกบังคับให้รีบเร่งตามให้ทันโลก เรากลายเป็นคนต้องการความก้าวหน้า ความสำเร็จ ความอยากได้ในสิ่งต่างๆที่อยู่ข้างหน้า เช่น โทรศัพท์มือถือ ราคาแพงมาก พอโทรศัพท์เครื่องใหม่ออกมา ก็รีบไปจองหรือซื้อ ทั้งๆที่โทรศัพท์เครื่องเก่ายังใช้ได้ดีอยู่ ความอยากได้ทำให้ต้องมีเงินทองมากๆเพื่อจะได้โทรศัพท์นั้นมาใช้ให้ได้ อีกตัวอย่างหนึ่ง พอมีโทรทัศน์เครื่องใหญ่ออกตลาดก็รีบไปซื้อมาเพื่อหาความสุขสบายแก่ตนเอง โดยไม่สนใจว่า ราคาแพงแค่ไหน เมื่ออยากได้ ก็ต้องทำงานหาเงินมากขึ้น จากทำงานหนึ่งแห่งก็ต้องทำเพิ่มเป็นสองแห่ง คนจำนวนมากเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ก็ไม่พอเพียง เพราะเรากลัวตามโลกไม่ทัน เราก็ทำมากขึ้น ต้องการมากขึ้น จนไม่มีเวลาพักผ่อน ทำให้เรากลายเป็นคนใฝ่สูงหาชื่อเสียงโดยไม่รู้ตัว หรือโลภอยากได้มากขึ้นเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว การไม่มีเวลาพักผ่อน มัวแต่ทำงาน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว เกิดความเครียด ไม่มีความสุข เบื่อชีวิต จนถึงกับฆ่าตัวตาย รได้ยินข่าวการฆ่าตัวตายของเศรษฐี ดาราภาพยนตร์ เป็นต้น ทำให้มีการตั้งคำถามว่า คนคนนี้นี้ประสบความสำเร็จในชีวิตแต่ทำไมฆ่าตัวตาย เปาโลจึงเตือนเราในพระธรรมกาลาเทีย บทที่ 5 ข้อ 19 ว่า นี่เป็นผลของเนื้อหนัง พระเจ้าต้องการให้เราดำเนินชีวิตตามผลของพระวิญญาณ นั่นคือให้คริสเตียนรู้จักพอเพียงในการดำเนินชีวิต ชีวิต เปาโลเมื่อยังไม่เชื่อพระเยซูคริสต์นั้นเป็นคนใฝ่สูง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านเดินทางไปจับคริสเตียนในเมืองต่างๆ ต่อมาเมื่อมาเป็นคริสเตียน ท่านก็ขยันหมั่นเพียรในการรับใช้พระเยซูคริสต์ แต่ท่านรู้จักพอเพียงในการดำเนินชีวิตของท่าน และท่านได้สอนเราให้รู้จักพอเพียง ท่านกล่าวในพระธรรมฟีลิปปี “ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุข และความขัดสน ” (ฟิลิปปี 4:12-13) อะไรคือเคล็ดลับของท่าน ทั้งๆที่ท่านติดคุก ไม่มีเงินใช้ ไม่มีอาหารดีๆรับประทาน แต่เปาโลรู้ว่า เคล็ดลับของชีวิตพอเพียง คือพระเยซูคริสต์ เปาโลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟิลิปปี 4:13) ไม่ว่า ท่านจะพบความยากลำบากอย่างไร ท่านมีพระเยซูเป็นผู้เสริมกำลังของท่าน เรามีชีวิตที่พอเพียงได้ ถ้าเราคิดอย่างเปาโล ชีวิตที่พอเพียงไม่ได้ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เพราะเปาโลสอนเราให้พอเพียงขณะที่ท่านอยู่ในคุก ถูกทำร้ายร่างกายเสื่อมโทรม แต่ท่านบอกเราให้ใช้ชีวิตพอเพียง หรือว่า เปาโลมีเงินใช้มากมาย มีความสุขแล้ว ท่านไม่ต้องการสิ่งใดๆหรือ ไม่ใช่แน่นอน ท่านพอเพียง เพราะท่านปรารถนาอย่างอื่นที่ดีกว่าความต้องการของเนื้อหนัง เพราะท่านเลือกทางชีวิตที่พระเยซูคริสต์ได้มอบให้แก่ท่าน ท่านพอเพียง เพราะท่านรู้ว่า พระเยซูคริสต์จะมอบสิ่งที่โลกไม่สามารถให้ท่าน คือ ความหวังที่จะไปอยู่กับพระองค์ในอนาคต นอกจากนี้ ขณะที่เราอยู่ในโลก ความพอเพียงมิใช่หมายความว่า เราไม่ปรารถนาสิ่งใด นั่นคือ เราปรารถนาให้พอดีกับสื่งที่เรามีอยู่ มีคาวบอยคนหนึ่งมาแข่งขี่ม้าในเมือง ผู้จัดการพาไปร้านใหญ่โตให้เลือกเสื้อผ้าสวยๆในราคาไม่จำกัดให้ใส่ เขาเลือกอยู่พักหนึ่งแล้วเดินลงไปข้างล่างของร้านที่ขายกางเกงยีนราคาถูก ผู้จัดการถามเขาว่า อยากให้ใส่เสื้อผ้าดีๆ คาวบอยคนนั้นตอบว่า เขาใส่แต่กางเกงยีนราคาย่อมเยาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เขาพอใจสิ่งที่มีอยู่ ความพอเพียงไม่ใช่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เปาโลบอกว่า ท่านเรียนรู้เคล็กลับของความพอเพียง นั่นแสดงว่า เปาโลต้องเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตที่พอเพียง เคล็ดลับของความพอเพียงได้แก่ 1. อย่าบ่นถึงความยากลำบากของตน เปาโลไม่เคยบ่นถึงความทุกช์ยากหรือความจนของท่าน เปาโลกล่าวว่า “เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์ ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก ในการถูกข่มเหง ในความอับจน เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น” (2 โครินธ์ 12:10) ท่านบอกว่า ท่านอยู่เพื่อพระคริสต์ไม่ใช่อยู่เพื่อกินเพื่อดื่ม ท่านรู้ว่า การบ่นทำให้เกิดความดิ้นรนอยากได้ ท่านมีอาชีพเย็บเต้นท์เพื่ออยู่ ไม่ใช่เย็บเต้นท์เพื่อความร่ำรวย พระเยซูตรัสว่า “จงพอใจในค่าจ้างของตน” (ลูกา 3:14) แม้แต่ท่านสุนทรภู่ ยังเขียนคำกลอนว่า “แม้มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน” แสดงว่า อย่าใช้จ่ายเกินกว่ามีอยู่ เปาโบกล่าวว่า “ท่านจงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่ เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า เราจะไม่ละท่าน หรือทอดทิ้งท่านเลย” (ฮีบรู 13:5) 2. อย่าอยู่ในโลกของความฝันซึ่งเป็นจริงได้ยาก บางคนบอกว่า ไม่ผิดที่จะฝันเผื่อว่าจะเป็นไปได้ เช่นฝันไปเที่ยวฮาวาย ฝันอยากมีรถขับสักคันหนึ่ง ฝันเหล่านี้ไม่เกินความสามารถที่ทำได้ แต่ถ้าฝันว่า จะไปเที่ยวดวงจันทร์ อยากซื้อเครื่องบินโดยสารสักลำหนึ่งซึ่งเกินกำลัง ความสามารถของเรา คนที่อาศัยอยู่บนถนนฝันจะอยู่บ้านหรูๆสักหลังหนึ่ง แต่ไม่ทำงานแล้วจะมีเงินที่ไหนไปซื้อ ฝันอยากมีหญ้าเขียวหลังบ้านแต่ไม่เคยรดน้ำ ให้เราอยู่ในโลกของความเป็นจริง การอยู่กับความจริงจะทำให้เราเป็นอิสระในทุกอย่าง มีชายคนหนึ่งมีเงินในกระเป๋า 20 บาท เพื่อนถามว่า พกเงินมาเท่าไหร่ ชายคนนั้นตอบว่า มี 200 บาท เพื่อนเลยบอกว่า ขอยืม 100 บาทได้ไหม ชายคนนั้นรู้สึกหงุดหงิด เพราะมีเงินในกระเป๋า 20 บาท จะบอกว่า มี 20 บาทก็อายเพื่อน จะบอกไม่ให้ยืมเพราะไม่มีก็จะผิดใจเพื่อน 3. อย่าเปรียบเทียบสภาพของเรากับคนอื่น คนซึ่งไม่มีความหวังของพระเจ้า จะพยายามที่จะมีทุกอย่างในโลกนี้ คริสเตียนมองชีวิตในโลกนี้เป็นการเตรียมตัวกลับบ้าน ด้วยเหตุนี้ คริสเตียนจะไม่เปรียบเทียบกับชาวโลก ชาวโลกต้องการสิ่งทุกอย่างเป็นของตน เขาไม่รู้จักพอเพียง เขาจะเอาทุกอย่างที่อยู่ขวางหน้าเขา แต่คริสเตียนต้องการทำทุกอย่างในโลกเพื่อให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เพราะคริสเตียนเชื่อว่า พระเจ้าจะมอบสิ่งจำเป็นที่เขาต้องการในโลกนี้ ชายคนหนึ้งดีใจที่ถูกลอตตอรี่หนึ่งล้านบ้าน แต่ใจหดหู้ทันทีเมื่อรู้ข่าวว่า เพื่อนข้างบ้านถูกลอตตอรี่สิบล้านบาท 4. อย่ามองอดีตของตนว่า จะมีหรือจน ความสุขหรือความทุกข์ในอดีต เพราะจะทำให้เราอยากได้สิ่งเราเคยมีเช่นเงินทองหรือความสุข เปาโลสอนเราว่า “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัล ซึ่งในพระเยซูคริสต์พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบน ให้เราไปรับ 15เราซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงคิดอย่างนั้น และถ้าท่านคิดอย่างอื่น พระเจ้าก็จะทรงโปรดให้เรื่องนั้นประจักษ์แก่ท่านด้วย แต่เราได้แค่ไหนแล้ว ก็ให้เราดำเนินตรงตามนั้นต่อไป (ฟีลิปปี 3:13-16) “เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” (โรม 8:28) 5. อย่ากังวลสำหรับวันพรุ่งนี้ พระเยซูตรัสว่า “เหตุฉะนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ากระวนกระวายถึงชีวิตของตนว่า จะเอาอะไรกิน หรือจะเอาอะไรดื่ม และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่า จะเอาอะไรนุ่งห่ม ชีวิตสำคัญยิ่งกว่าอาหารมิใช่หรือ และร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่มมิใช่หรือ จงดูนกในอากาศ มันมิได้หว่าน มิได้เกี่ยว มิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาของท่านทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้ ท่านทั้งหลายมิประเสริฐกว่านกหรือ มีใครในพวกท่านโดยความกระวนกระวาย อาจต่อชีวิตให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ ท่านกระวนกระวายถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม จงพิจารณาดอกไม้ที่ทุ่งนาว่า มันงอกงามเจริญขึ้นได้อย่างไร มันไม่ทำงาน มันไม่ปั่นด้าย แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่ากษัตริย์ซาโลมอนเมื่อบริบูรณ์ด้วยสง่าราศี ก็มิได้ทรงเครื่องงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง” (มัทธิว 6:25-29) ถ้าเราทำทุกอย่างจนสุดความสามารถแล้ว พระเจ้าจะทรงเติมส่วนที่เหลือแก่เรา คริสเตียนจึงต้องมีชีวิตที่พอเพียงเสมอ ว่าจะมีหรือจน ร่ำรวยหรือยากจน คริสเตียนเชื่อว่า พระเจ้าทรงควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้ ทุกๆอย่างที่เรากละทำเป็นการตระเตรียมเราไปสู่ที่ๆดีกว่าคือสวรรค์ของพระเจ้าของเรา ถึงเวลาแล้วใช่ไหมที่เราจะดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ด้วยสายตาที่มองเห็น ให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตให้อยู่อย่างพอเพียง เราจะมีสันติสุขในโลกนี้อย่างพอเพียง