คำถามและคำตอบ
94 เปาโลคือใครและมีความสำคัญอย่างไรต่อคริสเตียน
เปาโลเป็นอัครทูตของพระเยซูคริสต์ ท่านเกิดในปี ค.ศ.1 ที่เมืองทาร์ซัส (กิจการ 22:3) ทางชายฝั่งตอนใต้ของประเทศตุรกีในสมัยนี้ ท่านเป็นคนเชื้อชาติยิวในเผ่าเบนจามิน แต่ท่านเป็นชาวโรมัน เพราะเกิดในเมืองซึ่งปกครองโดยกรุงโรม มีชื่อภาษายิวว่า เซาโล เซาโลจึงได้รับการศึกษาศาสนายิวและขนบธรรมเนียมของยิวตั้งแต่เด็กๆ (กิจการ 26:4-8; ฟิลิปปี 3:5-6) เซาโลพูดภาษาอาราเมอิค (Aramaic) ซึ่งเป็นภาษาพูดของยิว และภาษากรีก เมื่อเป็นเด็ก เซาโลเรียนวิชาชีพทำเต้นท์ ต่อมา เซาโลได้เดินทางไปศึกษาวิชาศาสนายิวกับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น คือ กามาลิเอล (Camaliel) (กิจการ 22:3) ต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นฟาริสี ด้วยความเป็นคนที่เคร่งครัดต่อศาสนายิว และท่านได้ศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อของคริสเตียนด้วย เพราะท่านมีชีวิตอยู่ในขณะที่พระเยซูประกาศข่าวประเสริฐเรื่องความรอดและแผ่นดินของพระเจ้า ท่านจึงรู้จักคนซึ่งเชื่อและติดตามพระเยซู แต่ท่านไม่เชื่อพระเยซูและท่านยังเป็นผู้ต่อต้านบุคคลซึ่งเชื่อพระเยซูคริสต์ เพราะถือว่าเป็นความเชื่อนอกรีต ท่านเป็นคนหนึ่งซึ่งเห็นชอบและเป็นพยานกับการฆ่าผู้รับใช้พระเยซูชื่อ “สเทเฟน” ซึ่งมาประกาศให้คนยิวฟังว่า พระเยซูเป็นผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด ด้วย (กิจการ 8:1-3) และท่านได้เดินทางไปจับคริสเตียนตามที่ต่างๆ วันหนึ่ง ท่านได้เดินทางไปเมืองดามัสกัส เพื่อจะไปจับผู้เชื่อพระเยซูพากลับไปจำคุกในกรุงเยรูซาเล็ม ในพระธรรม กิจการ บทที่ 9 ได้บันทึกเหตุการณ์ที่เซาโลได้พบกับพระเยซูคริสต์บนถนนไปกรุงดามัสกัส
ฝ่ายเซาโลยังขู่คำราม กล่าวว่าจะฆ่าศิษย์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเสีย จึงไปหามหาปุโรหิตประจำการ 2 ขอหนังสือไปยังธรรมศาลาในเมืองดามัสกัส เพื่อว่าถ้าพบผู้ใดถือทางนั้นไม่ว่าชายหรือหญิง จะได้จับมัดพามายังกรุงเยรูซาเล็ม 3 เมื่อเซาโลเดินทางไปใกล้จะถึงเมืองดามัสกัส ในทันใดนั้น มีแสงสว่างส่องมาจากฟ้าล้อมตัวเขาไว้รอบ 4 เซาโลจึงล้มลงถึงดินและได้ยินพระสุรเสียงตรัสมาว่า “เซาโล เซาโลเอ๋ย เจ้าข่มเหงเราทำไม” 5 เซาโลจึงทูลถามว่า “พระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงเป็นผู้ใด” พระองค์ตรัสว่า “เราคือเยซู ซึ่งเจ้าข่มเหง 6 แต่เจ้าจงลุกขึ้นเข้าไปในเมือง และเจ้าจะต้องทำประการใดจะมีคนบอกให้รู้” 7 คนทั้งหลายที่เดินทางไปด้วยกันก็ยืนนิ่งพูดไม่ออก ได้ยินพระสุรเสียงนั้น แต่ไม่เห็นใคร 8 ฝ่ายเซาโลได้ลุกขึ้นจากพื้นดิน เมื่อลืมตาแล้วก็มองอะไรไม่เห็น เขาจึงจูงมือท่านไปยังเมืองดามัสกัส 9 ตาท่านก็มืดมัวไปถึงสามวัน และท่านมิได้กินหรือดื่มอะไรเลย 10 ในเมืองดามัสกัสมีศิษย์คนหนึ่งชื่ออานาเนีย องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับผู้นั้นโดยนิมิตว่า “อานาเนียเอ๋ย” อานาเนียจึงทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์อยู่ที่นี่” 11 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “จงลุกขึ้นไปที่ถนนที่เรียกว่าถนนตรง ถามหาชายคนหนึ่งชื่อเซาโลชาวเมืองทาร์ซัสอยู่ในตึกของยูดาส เพราะดูเถิด เขากำลังอธิษฐานอยู่ 12 และเขาได้เห็นคนหนึ่งชื่ออานาเนีย เข้ามาวางมือบนเขา เพื่อเขาจะเห็นได้อีก” 13 แต่อานาเนียทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้ยินหลายคนพูดถึงคนนั้นว่า เขาได้ทำร้ายวิสุทธิชนของพระองค์ ในกรุงเยรูซาเล็มมาก 14 และในที่นี่เขาได้อำนาจมาจากพวกมหาปุโรหิต ให้ผูกมัดคนทั้งปวงที่อธิษฐานออกพระนามของพระองค์” 15 ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับท่านว่า “จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้ สำหรับจะนำนามของเราไปยังประชาชาติ กษัตริย์และพวกอิสราเอล 16 เพราะว่าเราจะสำแดงให้เขาเห็นว่า เขาจะต้องทนทุกข์ลำบากมากเท่าใดเพราะนามของเรา” 17 แล้วอานาเนียก็ไป และเข้าไปในตึกวางมือบนเซาโล กล่าวว่า “พี่เซาโลเอ๋ย องค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระเยซูได้ทรงปรากฏแก่ท่านกลางทางที่ท่านมานั้น ได้ทรงใช้ข้าพเจ้ามา เพื่อท่านจะเห็นได้อีก และเพื่อท่านจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เต็มบริบูรณ์” 18 และในทันใดนั้นมีอะไรเหมือนเกล็ดตกจากตาของเซาโล แล้วก็เห็นได้อีก ท่านจึงลุกขึ้นรับบัพติศมา 19 พอรับประทานอาหารแล้วก็มีกำลังขึ้น
จนกระทั่งได้ไปพบพระเยซูคริสต์ระหว่างทางไปเมืองดามัสกัส (กิจการ 9:3-19) ท่านได้กลับใจมาเชื่อพระเยซูคริสต์ เมื่ออายุ 35 ปี ต่อจากนั้นท่านได้เป็นผู้นำข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ไปสู่ชาวต่างชาติท่านได้เดินทางไปประกาศข่าวประเสริฐตามที่ต่างๆ 3 ครั้ง
การเดินทางครั้งที่ 1 ในปีค.ศ. 46-48 การเดินทางเริ่มที่คริสต์จักรในเมืองอันทิโอกแคว้นซีเรียซึ่งเป็นเมืองขึ้นของกรุงโรมในสมัยนั้น (กิจการ 13-14) ท่านเดินทางไปเกาะไซปรัส (เมืองซาลามัส และ เมืองปาโฟส) แล้วเดินทางไปประกาศทางตอนใต้ของประเทศตุรกี ได้แก่ เมืองอันทิโอก ในแคว้นปิซีเดีย อิโคนิยูม ลิสตรา และเดอร์บี ผู้ร่วมงานในครั้งนั้น คือ บาร์นาบัส และมาระโก
การเดินทางครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 49-52 การเดินทางเริ่มที่คริสต์จักรในเมืองอันทิโอก แคว้นซีเรีย เดินทางไปประกาศที่เมืองฟิลิปปี แคว้นมาซิโดเนีย เธสะโลนิกา เบโรอา เอเธนส์ โครินธ์ แล้วกลับไปเมืองซีซารียา เมืองเยรูซาเล็ม และเมืองอันทิโอก ในแคว้นซีเรีย ผู้ร่วมงานในครั้งนี้ ได้แก่ สิลาส ลูกา และ ทิโมธี
การเดินทางครั้งที่ 3 ในปีค.ศ. 53-56 เริ่มที่คริสต์จักรเมืองเอเฟซัส และเดินทางไปยังคริสต์จักรต่างๆ ในแคว้นกาลาเทียและฟรีเจีย ในประเทศตุรกีปัจจุบัน (กิจการ18:22-20:6) ต่อจากนั้นท่านได้เดินทางออกจากคริสต์จักรเอเฟซัสไปที่ คริสต์จักรโครินธ์ ในแคว้นอาคายาในประเทศกรีกในปัจจุบัน ผู้ร่วมเดินทางได้แก่ ลูกา
ในที่สุด เปาโลได้เดินทางกลับไปยังเมืองเยรูซาเล็ม ครั้งสุดท้าย (กิจการ 21:17-26:32) และท่านได้ถูกจับและจำคุกในเมืองเยรูซาเล็ม ต่อมาย้ายไปขังคุกที่เมืองซีซารียา ในปี ค.ศ. 57-59 ในปีค.ศ.60-61 เปาโลถูกย้ายไปเป็นนักโทษที่กรุงโรม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงว่า ท่านได้ถูกประหารชีวิตในกรุงโรม
เปาโลจึงเป็นอัครทูตของพระเยซูคริสต์ ท่านได้เดินทางไปประกาศข่าวประเสริฐ และได้ตั้งคริสต์จักรขึ้นในเมืองต่างๆ ที่ท่านได้ไปประกาศ และในที่สุดชาวยิว ชาวต่างชาติได้มาเป็นคริสเตียน และเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกๆวันไปจนทั่วโลกในปัจจุบันนี้