คำถามและคำตอบ

93 คริสเตียนดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างไร

ในปฐมกาล พระเจ้าสร้างอาดัมและเอวาขึ้นมารับใช้พระเจ้าในสวนเอเดน พระเจ้าต้องการให้อาดัมและเอวาเชื่อฟังเพื่อเขาจะดำเนินชีวิตในสวนเอเดนอย่างราบรื่นตลอดชั่วนิรันดร์ เมื่ออาดัมและเอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้าหรือไม่เชื่อฟังตามพระประสงค์ของพระเจ้า ร่างกายของเขาต้องตาย (ปฐมกาล 2:16-17) พระเจ้ามีพระประสงค์ที่จะให้มนุษย์เชื่อฟัง แม้แต่พระเยซูขณะที่อาศัยอยู่ในโลกก็ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ตัวอย่าง เมื่อพระเยซูถูกมารทดลอง พระเยซูอ้างถึงการเชื่อฟังพระเจ้า พระเยซูตรัสกับมารว่า “มนุษย์จะดำเนินชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” (มัทธิว 4:4) อีกตัวอย่างหนึ่ง วันหนึ่ง สาวกได้ดำเนินไปกับพระเยซู สาวกเชิญให้พระเยซูรับประทานอาหาร “ แต่พระเยซูตรัสกับเขาว่า “อาหารของเราคือการกระทำตามพระทัยของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามาและทำให้งานของพระองค์สำเร็จ (ยอห์น 4:34) อีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่อพระเยซูทรงอธิษฐานที่สวนเกทเสมนี “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปขากข้าพระองค์ แต่อย่างไรก็ดีอย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” (ลูกา 22:42) แม้แต่พระเยซูขณะที่อาศัยอยู่ในโลก พระองค์ยังต้องปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า การดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้ามีความสำคัญต่อชีวิตคริสเตียน เพราะเมื่อคริสเตียนมาเชื่อพระเยซูคริสต์ คริสเตียนได้เป็นลูกของพระเจ้า ลูกที่ดีต้องเชื่อพระเจ้าและทำตาม ดังนั้น เราต้องเปลี่ยนแปลงจากลูกของเนื้อหนัง มาเป็นลูกพระเจ้าด้วยการกลับใจเสียใหม่ นี่คือก้าวแรกของการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า นั่นคือการกลับใจเสียใหม่ จากร่างกายเก่าที่เป็นบาปมาเป็นร่างกายใหม่ที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ จากชีวิตเก่ามาเป็นชีวิตใหม่ จากความคิดเก่าๆมาเป็นความคิดใหม่ๆ จากคนที่เชื่อและพี่งตนเองมาเชื่อและพึ่งพระเจ้า ก้าวที่สองคือการทำตาม พระเยซูเลือกสาวกสิบสองคนมาอบรมสั่งสอนเพื่อให้พวกเขาทำตาม คริสเตียนซึ่งมาเชื่อพระเยซูก็ต้องทำตามคำสั่งสอนของพระองค์ การทำตามรวมถึงการออกไปประกาศประเสริฐ (มัทธิว 28:18-20) พระเยซูมีพระประสงค์ให้คริสเตียนทำตามพระองค์ เช่น พระองค์ไปนมัสการพระเจ้าในโบสถ์ พระองค์ทรงอธิษฐานสม่ำเสมอ นี่คือพระประสงค์ของพระเจ้าให้เราทำตามและรับใช้พระองค์ขณะที่เราอาศัยอยู่ในโลกนี้ ก้าวที่สามคือการเจริญเติบโตในความเชื่อ หลายๆครั้งคริสเตียนท้อถอยหรือล้มลงในความเชื่อพระเจ้าของเรา ตัวอย่าง เวลาที่เราอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยในการงาน ความเจ็บป่วย โรคเรื้อรังซึ่งรักษาไม่หาย เราได้เห็นพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเรา แต่หลายๆครั้ง การอธิษฐาน ไม่ได้ช่วยให้คนตกงานได้ทำงานในทันที หรือคนป่วยไม่หายโรคตามคำขอหรือบางคนที่เชื่อพระเจ้ามาจากเราไปทั้งๆที่เราร่วมใจกันอธิษฐาน ตัวอย่าง เมื่อพระกุมารของดาวิตประชวรหนัก ดาวิดก็ทรงอ้อนวอนค่อพระเจ้า เพื่อพระกุมารนั้น และดาวิดทรงอดพระกระยาหารและบรรทมบนพื้นดินคืนยังรุ่ง พอวันที่เจ็ดพระกุมารนั้นก็สิ้นพระชนม์ พอดาวิดทราบข่าวจากข้าราชการของพระองค์ พระองค์ทรงลุกขึ้นจากพื้นดิน ชะระพระกายชโลมพระองค์ และทรงเปลี่ยนฉลแงพระองค์ ทรงดำเนินเข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า และทรงนมัสการแล้วเสด็จไปสู่พระราชวังของพระองค์รับสั่งให้นำพระกระยาหารมา เขาก็จัดพระกระยาหารให้พระองค์เสวย ข้าราชการสงสัยว่า ทำไมกษัตริย์ทรงทำเช่นนี้ พระองค์รับสั่งว่า เมื่อเด็กนั้นทีชีวิตอยู่ เราอดอาหารและร้องไห้ เราเราว่า “ใครจะทราบได้ว่าพระเจ้าจะทรงพระเมตตาเราโปรดให้เด็กนั้นมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่เมื่อเขาสิ้นชีวิตแล้ว เราจะอดอาหารทำไม เราจะทำเด็กให้ฟื้นขึ้นมาอีกได้หรือ มีแต่เราจะตายทางเด็กนั้นไป เขาจะกลับมาหาเราเราหาทิได้” (2 ซามูเอล 12:15-23) เพราะกษัตริย์ดาวิดทรงทราบว่า นี่คือพระประสงค์ของพระเจ้า พระเจ้ามีพระประสงค์ที่ดีต่อเด็กคนนั้น พระเจ้าได้รับเด็กนั้นกลับบ้าน กษัตริย์ดาวิดต้องดำเนินชีวิตต่อไป เพราะพระเจ้ามีพระประสงค์ที่ดีต่อกษัตริย์ดาวิด และประทานบุตรชาย ซาโลมอนมาเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป พี่น้องที่รัก การที่เราอธิษฐาน เราอธิษฐานตามความต้องการของเรา เพราะเราเชื่อพระเจ้าของเรามีอำนาจ พระองค์ทำทุกอย่างได้ ถ้าเราขอพระเจ้าให้ทำตามความประสงค์ของเราเหมือนกับกษัตริย์ดาวิด พระเจ้ามีพระประสงค์ของพระองค์เพื่อให้คริสเตียนทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุดตามน้ำพระทัยของพระองค์ เราต้องถามตนเองว่า เราเชื่อพระเจ้ามากเพียงใด มากพอที่จะจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้า