คำถามและคำตอบ
88 คริสเตียนอยู่ “ในพระคริสต์” ได้อย่างไร
มีประโยคในพระคัมภีร์ซึ่งแสดงถีงความสัมพันธ์ระหว่างคริสเตียนกับพระเยซูคริสต์ ได้แก่ประโยคที่ว่า โดยพระเยซูคริสต์ ของพระเยซูคริสต์ และ ในพระคริสต์
เมื่อเราเชื่อพระเยซูคริสต์และรับบัพติศมาในพระบิดา พระบตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จเข้ามาประทับอยู่ในใจของเราและสำแดงพระเยซูคริสต์ในใจของเรา เราจึงเป็นของพระเยซูคริสต์ ถึงแม้พระเยซูคริสต์จะอยู่ในใจของเรา เราก็ยังเป็นเจ้าของร่างกายของเราเอง ยกตัวอย่างคือ บ่าวเป็นของเจ้านาย แต่บ่าวอาจไม่เชื่อฟังเจ้านายได้ เมื่อพระเยซูคริสต์มาประทับอยู่ในใจของคริสเตียน คริสเตียนคนนั้นยังมีเนื้อหนังอยู่และยังมีอิสระที่จะเลือกทำตามเนื้อหนังได้ จะเห็นว่าคริสเตียนยังทำผิดบาปได้เพราะไม่เขื่อฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในใจ สรุปคือ คริสเตียนเป็นของพระคริสต์ แต่มีอิสระในการเลีอกว่า จะเชื่อฟังพระเจ้าหรือไม่“ในพระเยซูคริสต์” แตกต่างจาก “พระเยซูคริสต์ในเรา” เพราะในพระเยซูคริสต์เราไม่ใช่ตัวเราเองอีกต่อไป เราอยู่ในพระเยซูคริสต์ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเรา
ในพระธรรมเอเฟซัสบทที่หนึ่ง อัครทูตเปาโลได้กล่าวถึงความสำคัญของการท่คริสเตียนอยู่ในพระเยซูคริสต์
เพราะพระเจ้าทรงสร้างเราตั้งแต่ก่อนสร้างโลก (ข้อ 4)
พระเจ้าทรงไถ่บาปของเรา (ข้อ 7)
พระเจ้าทรงเปิดเผยความล้ำลึกให้แก่เรา (ข้อ 9)
พระเจ้าทรวรวบรวมในสวรรค์และในโลก (ข้อ 10)
พระเจ้าทรงนำให้เราปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า (ข้อ 11)
พระเจ้าทรงให้เรามีความหวังใจ (ข้อ 12)
พระเจ้าทรงมอบความรอดแกเราตลอดชั่วนิรันดร์ (ข้อ 13)
พระเจ้าทรงผนึกตรามอยพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เรา (ข้อ 13)
พระเจ้าทรงให้เราวางใจในพระองค์ (ข้อ 15)
ถ้าเราอยู่ในพระคริสต์ เราจะหนีพระองค์ไม่ได้อีกต่อไป พระองค์จะทรงดูแลเราชีวิตของเราได้มอบให้กับพระเยซูคริสต์แล้วเพราะเรายอมจำนนต่อพระเยซูคริสต์ ยอมให้พระยูคริสต์เข้ามาควบคุมชีวิตของเรา เราอยู่ในพระคริสต์ พระองค์ทรงดูแลเราตั้งแต่เรารับเชื่อพระองค์ ดังนั้น อะไรที่เกิดขึ้นกับเราไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีจุดประสงค์ ไม่ใช่แล้วแต่บุญแต่กรรม เราต้องมองไกลออกไปให้คิดว่า ชีวิตมิได้จบลงในโฃกนึ้ แต่มีสวรรค์ที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสัญญากับผู้ที่เชื่อพระองค์ว่า เราจะไปอยู่ที่นั่รชั่วนิรันดร์ เราต้องคิดว่า เราคือตัวละครตัวหนึ่งซึ่งแสดงอยู่ในโลกนี้ โดยมีพระเจ้าทรงเป็นผู้กำกับการแสดง เราต้องแสดงตามบทบาทที่พระเจ้าทรงมอบให้ทำอย่างเคร่งครัด พระองค์ทรงรู้ว่า ทุกๆวันที่เรายังมีชีวิตอยู่ในเนื้อหนัง เรายังต้องพบกับวิกฤตการณ์ของชีวิตต่างๆมากมาย แต่พระองค์จะดูแลตัวละครนี้ให้รอดพ้นอันตรายทุกอย่างที่เข้ามาเผชิญกับเรา เราจะมีกำลังกายและใจที่จะต่อสู้ “ถ้าเรามีชีวิตอยู่ก็มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและถ้าเราตายก็ตายเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เหตุฉะนั้นไม่ว่าเรามีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ตาม เราก็เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (โรม14:8) เพราะเราคิดแล้วว่า “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังแก่ช้าพเจ้า” (ฟิลิปปี 4:13) การคิดและการประพฤติเช่นนี้ได้ แสดงว่า เราได้อยู่ในพระคริสต์แล้ว ต่อจากนี้ไป เราจะไม่หวั่นไหว มีความหวัง และความมั่นใจ ในการดำเนินชีวิตของเราในโลกนี้