คำถามและคำตอบ

87 ชีวิตคืออะไร

“ชีวิตของท่านเป็นเช่นใดเล่า ท่านก็เป็นเช่นหมอกที่ปรากฎอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป (ยากอบ 4:14) อาจารย์ยากอบได้กล่าวไว้เมื่อ 2000 ปีที่แล้ว ก็ยังเป็นความจริงทีเดียว ทุกๆวัน มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2010 มีแผ่นดินไหวใหญ่ที่ประเทศเฮติ มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย ทำให้เห็นว่าชีวิตนี้ไม่แน่นอน เราไม่สามารถรู้ได้ว่า วินาทีต่อจากนี้ไปจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา คนหนุ่มสาวซึ่งแข็งแรงมีความหวังในอนาคตมากกว่าผู้สูงอายุ แต่ถึงกระนั้น พระเยซูทรงเล่าถึงเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งมีไร่นาเกิดผลบริบูรณ์ เขาคิดจะรื้อยุงฉางของเขาเพื่อสร้างยุ้งฉางที่ใหญ่กว่า เพื่อเขาจะรวบรวมข้าวและสมบัติทั้งหมดไว้ที่นั่น พอหลายปีต่อไป เขาจะอยู่สบาย กิน ดื่มและรื่นเริง แต่พระเยซูตรัสว่า “โอ คนโง่ ในคืนนี้ชีวิตของเจ้าจะต้องเรียกเอาไปจากเจ้า แล้วของซึ่งเจ้าได้รวบรวมไว้นั้นจะเป็นของใครเล่า” (ลูกา 12:13-21) คนซึ่งไม่เชื่อพระเจ้าจะตั้งคำถามว่า แล้วฉันเกิดมาเพื่ออะไร เมื่อเกิดมา พ่อแม่เลี้ยงดูให้โตขึ้นแล้วไปโรงเรียน เพื่อวันหนึ่งจะมีงาน มีอาชีพที่ดี มีเงินทองใช้จ่าย มีบ้านอยู่ มีรถขับ เมื่อมีเงินก็ใช้จ่ายหาความสำราญเหมือนอย่างเศรษฐีคนนี้ แล้วชีวิตก็จบลงพียงแค่นี้หรือ จะเห็นว่า ชีวิตของคนไม่มีพระเจ้า เป็นชีวิตที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง เพราะไม่มีความหวัง บางคนบอกว่า โลกนี้คือละคร ชีวิตทุกชีวิตเป็นตัวละครเล่นไปตามบทละครตามชะตากรรมที่กำหนดไว้ จนในที่สุด ชีวิตของแต่ละคนก็จบลงเหมือนกัน แต่พระคัมภีร์ได้บอกให้เราว่า พระเจ้าสร้างมนุษย์เพื่ออะไร แท้ที่จริง พระเจ้าสร้างเราให้อยู่สวนเอเดนเพื่อรับใช้พระองค์ ไม่ใช่มาอยู่ในโลกซึ่งซาตานครอบครองอยู่ แต่เมื่อเรามาอยู่ในโลก ชีวิตของเราต้องเลือกระหว่างเนื้อหนัง ซาตานหรือพระเจ้านอกจากร่างกายและจิตใจ ยังมีจิตวิญญาณ จิตวิญญาณนั้นไม่ตาย และเมื่อจิตวิญญาณออกจากร่างกายนี้ไป จะไปอยู่ที่ไหน พระคัมภีร์บอกเราว่าพระเจ้าต้องการให้เรากลับไปอยู่กับพระองค์ ทำให้เรารู้ว่า ชีวิตในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เราต้องดูแลรักษาชีวิตของเราในโลกนี้ให้อยู่อย่างมีสันติสุข เราจะทำอย่างไรถึงจะให้ชีวิตมีสันติสุขและเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า 1. ชีวิตคือโรงเรียน เราเข้ามาอยู่ในโลกนี้เพื่อเรียนรู้ถึงอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรเป็นบาป เราต้องพบกับคนดีคนชั่ว เราจะประพฤติตนอย่างไรในสังคมของโลกนี้ เราจะเป็นคนดีในสายพระเนตรของพระเจ้าอย่างไร โรงเรียนในโลกนี้สอนเราให้รู้จักเอาตัวรอด เราเป็นผู้ชนะ เราต้องมีทุกสิ่งที่อำนวยให้ชีวิตมีความสุขสบายแต่ไม่ได้สอนเราให้เป็นคนดีของพระเจ้า โรงเรียนของพระเจ้าคือโรงเรียนที่สอนคริสเตียนให้เดินตามพระคัมภีร์ของพระเจ้า ให้เราประพฤติตนตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ อาจาย์เปาโลสอนเราในพระธรรมกาลาเทียว่า ให้เรามีผลของพระวิญญาณ “ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้นคือ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปราณี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน” (กาลาเทีย 5:22-23) ให้เราสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดในการต่อสู้กับซาตานและเนื้อหนังของเรา ทุกๆวัน เราเข้าโรงเรียนของพระเจ้าด้วยการพากเพียรพยายาม ฝึกฝนอบรม จะเห็นว่า โรงเรียนนี้ต้องเรียนไปตลอดชีวิตของเราในโลกนี้ 2. ชีวิตคือการต่อสู้ พระคัมภีร์สอนเราว่า ชีวิตในโลกเป็นชีวิตที่ต้องต่อสู้ เราจะพบกับความยากลำบาก ความยากจน ความหิว ปัญหาต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราท้อถอยและปล่อยชีวิตให้ไปตามบุญตามกรรม เราจะมีคำถามครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมฉันต้องลำบากอย่างนี้ ทำไมฉันจึงยังหางานทำไม่ได้ทำไมโลกนี้จึงไม่ยุติธรรมกับเรา ทำไมพระเจ้าอนุญาตให้เราต้องเจ็บป่วย ทำไมครอบครัวต้องแตกแยกกัน ทำไมๆๆ.... พระเจ้าบอกกับเราว่า เวลายากลำบากให้เราแสวงหาพระเจ้า เวลาเจ็บป่วยให้เราเชื่อและวางใจในพระเจ้า เวลามีความสุขให้เราสรรเสริญพระเจ้า เวลาที่ใจสงบให้เรานมัสการพระเจ้า และทุกๆเวลาของชีวิตของเราให้เราขอบพระคุณพระเจ้า เราจึงสามารถที่จะต่อสู้กับเนื้อหนังและซาตานได้ 3. ชีวิตคือการตระเตรียม ชีวิตไม่ได้สิ้นสุดที่ความตาย เพราะศูนย์กลางของชีวิตคือจิตวิญญาณไม่ใช่ร่างกายหรือจิตใจซึ่งมีวันที่ต้องสิ้นสุดลง เมื่อจิตวิญญาณไม่ตาย เรามีความหวัง แต่เราต้องรู้ว่าเมื่อจิตวิญญาณออกจากร่างนี้ไป เราจะไปไหน ถ้าเราจะไปสวรรค์ของพระเยซูคริสต์ เราต้องเตรียมตัว เวลาที่เราเตรียมตัวมาอาศัยในประเทศอเมริกา เราต้องมีวีซ่า ใบเขียว ก่อนที่รัฐบาลจะให้วีซ่าและใบเขียว เราต้องผ่านการตรวจสอบว่า เราเป็นคนที่ประวัติดี ไม่ทำผิดกฎหมาย ถ้าใครมีประวัติไม่ดี ต่อให้มีเงินเท่าใดก็เข้าประเทศไม่ได้ ยกเว้น เขาได้รับการยกเว้นหรือยกโทษจากรัฐบาลอเมริกันเช่นเดียวกัน เราต้องมีประวัติดีที่พระเจ้ายอมรับได้ หรือบุคคลซึ่งได้สารภาพความผิดบาปกับพระเยซูคริสต์ พระเยซูได้เอาเลือดของพระองค์ชำระความบาปของเรา พระเจ้าจึงยกความบาปและให้อภัยแก่เรา เราจึงมีสิทธิ์ไปสวรรค์ ดังนั้น เราต้องเตรียมตัวด้วยการดำเนินชีวิตที่พระเยซูคริสต์ทรงสั่งสอนเราและเชื่อฟังพระเยซูคริสต์ พี่น้องที่รัก ชีวิตคริสเตียนจึงไม่ใช่เพียงอยู่ไปวันๆ ตายแล้วก็แล้วไป เราต้องเป็นนักเรียนนักศึกษาที่จะเผชิญกับการทดลองต่างๆ ปัญหาต่างๆ และ รักษาร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์สะอาด เราจึงมีชีวิตที่สามารถผจญทุกอย่างได้ อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟิลิปปี 4:13) ดังนั้น ขอให้คริสเตียนทุกคนดำเนินชีวิตด้วยสติปัญญาของพระเจ้า ขอพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยกับเราตลอดไป