คำถามและคำตอบ
83 พระเจ้าของคริสเตียนมีองค์เดียวหรือหลายองค์
ในพระคัมภีร์ของชนชาติยิวเริ่มต้นดังนี้ “ในปฐมกาล พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน” (ปฐมกาล 1:1) พระเจ้า (Elohim) คำนี้เป็นพหูพจน์ ทำให้เกิดความสงสัยว่า พระเจ้ามีหลายพระองค์หรือ ข้อเท็จจริงคือพระเจ้าเป็นพระองค์เดียวมีตัวตน แต่มีลักษณะหลายภาคในองค์เดียวซึ่งประกอบขึ้นเป็นพระเจ้า จากการบันทึกในพระคัมภีร์เดิม พอสรุปได้ว่า พระเจ้ามีสามพระลักษณะหรือพระภาค พระเจ้ามีลักษณะของบุคคลและวิญญาณ พระเจ้าองค์เดียวในลักษณะของสามภาคหรือสามพระองค์ พระเจ้าเรียกภาคหนึ่งว่า พระบิดาซึ่งทรงพระนามว่าพระยาเวห์ เพราะเมื่อโมเสสเขียนพระธรรมปฐมกาลนั้น โมเสสเขียนพระนามพระเจ้าว่า พระยาเวห์ (YHWH) แต่พวกยิวเกรงกลัวพระเจ้า แทนที่จะกล่าวพระนามของพระเจ้าว่า พระยาเวห์ พวกเขากลับเรียกพระเจ้าว่า พระเยโฮวาห์ พระคัมภีร์เดิมยังกล่าวถึงพระเจ้าอีกภาคหรือองค์หนึ่งเรียกว่า พระบุตร ดาเนียลเรียกพระบุตรว่า “บุตรมนุษย์” ดาเนียลได้เห็นพระเจ้าสองพระองค์ในนิมิต ดาเนียลได้บรรยายถึงลักษณะของพระยาเวห์ ในดาเนียลบทที่ 7 ข้อ 9 “ขณะที่ข้าพเจ้าดูอยู่มีหลายบัลลังก์ ถูกล้มลง และผู้หนึ่งผู้เจริญด้วยวัยวุฒิมาประทับ ฉลองพระองค์ขาวอย่างหิมะ พระเกศาที่พระเศียรของพระองค์เหมือนขนแกะบริสุทธิ์ พระบัลลังก์ของพระองค์เป็นเปลวเพลิง กงจักรของบัลลังก์นั้นเป็นไฟลุก” และในข้อ13 บรรยายต่อไปว่า “ข้าพเจ้าเห็นในนิมิตกลางคืน และดูเถิด มีท่านผู้หนึ่งเหมือนบุตรมนุษย์มาพร้อมกับบรรดาเมฆในท้องฟ้า และท่านมาหาผู้เจริญด้วยวัยวุฒินั้น เขานำท่านมาเฝ้าต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ ราชอำนาจ สง่าราศี กับราชอาณาจักร ก็ได้มอบให้แก่ท่าน เพื่อบรรดาชนชาติ ประชาชาติทั้งปวงและภาษาทั้งหลายจะปรนนิบัติท่าน ราชอาณาจักรของท่านเป็นราชอาณาจักรนิรันดร์ซึ่งจะไม่สิ้นสุดไป และอาณาจักรของท่านเป็นอาณาจักรซึ่งจะไม่ถูกทำลายเลย” ดังนั้น ในพระธรรมดาเนียล พระยาเวห์มีพระบุตรที่ดาเนียลเรียกว่า “บุตรมนุษย์” แสดงว่า พระยาเวห์เป็นพระบิดาของพระบุตร พระเจ้าอีโลฮิมจึงประกอบด้วยหลายภาค ในขณะนี้ มีภาคหนึ่งเป็นพระบิดา และอีกภาคหนึ่งเป็นพระบุตร ในพระคัมภีร์ก็มีการกล่าวถึงพระลักษณะของพระบุตร ซึ่งบรรยายโดยอัครสาวกยอห์นในพระธรรมวิวรณ์ ดังนี้ “และในท่ามกลางคันประทีปทั้งเจ็ดคันนั้น มีผู้หนึ่งเหมือนกับบุตรมนุษย์ ทรงฉลองพระองค์กรอมพระบาท และทรงคาดผ้ารัดประคดทองคำที่พระอุระ พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวดุจขนแกะสีขาว และขาวดุจหิมะ และพระเนตรของพระองค์ดุจเปลวเพลิง พระบาทของพระองค์ดุจทองสัมฤทธิ์ เกลี้ยงเหมือนกับว่าได้หลอมให้บริสุทธิ์แล้วพระสุรเสียงของพระองค์ดุจเสียงน้ำมากหลาย พระหัตถ์ของพระองค์ทรงถือดวงดาวเจ็ดดวงและมีพระแสงสองคมออกมาจากพระโอษฐ์ และพระพักตร์ของพระองค์ดุจดังดวงอาทิตย์ที่ฉายแสงกล้า” (วิวรณ์1:13-16) จะเห็นว่าลักษณะของพระบุตรคล้ายคลึงกับลักษณะของพระบิดาที่บรรยาย ในพระธรรมดาเนียล ข้อแตกต่างกันคือพระเจ้าพระบิดา ลงมาสนทนากับมนุษย์ แต่ให้มองเห็นไม่ได้ เพราะถ้ามนุษย์คนใดมองเห็นพระองค์ มนุษย์คนนั้นจะต้องตาย แต่พระบุตรลงมาสนทนาและลงมาในโลกและมีรูปร่างหน้าตาที่มองเห็นได้ ในพระคัมภีร์เดิมจึงได้กล่าวถึงพระบุตรเสด็จมาในโลกเป็นครั้งคราว แต่ในพระคัมภีร์ยังพบว่า มีพระเจ้าอีกองค์หนึ่งหรืออีกภาคหนึ่งเรียกว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระธรรมปฐมกาลบันทึกว่า “แผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำ (ปฐมกาล 1:2) แสดงว่า อีกภาคหนึ่งหรืออีกองค์หนึ่งของพระเจ้าอีโลฮิมคือ พระวิญญาณบริสุทธิ์ปกอยู่เหนือน้ำ แสดงว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่มีรูปร่างแน่นอน และเปลี่ยนรูปในลักษณะต่างๆ พระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยดูแลสิ่งต่างๆที่สร้างขึ้น สรุปคือ พระเจ้ามีสามพระองค์หรือสามพระภาค คือพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ รวมเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว คือพระเจ้าอีโลฮิม (Elohim) พระเจ้าสามพระภาคนี้มีปรากฎชัดเจนขึ้นในพระคัมภีร์ ใหม่ อีกตอนหนึ่งที่แสดงถึงพระเจ้ามี 3 พระภาคอยู่พร้อมกันคือเมื่อพระบุตรเสด็จลงมาเป็นมนุษย์ และเรียกพระนามว่า พระเยซู วันหนึ่ง เมื่อพระเยซูทรงรับบัพติสมาโดยยอห์น บัพติสโต มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น “ครั้นพระองค์ทรงรับบัพติสมาแล้ว ในทันใดนั้นก็เสด็จขึ้นจากน้ำ และท้องฟ้าก็แหวกออก และพระองค์ได้ทรงเห็น พระวิญญาณของพระเจ้าดุจนกพิราบลงมาสถิตอยู่บนพระองค์ และนี่แนะมีพระสุรเสียงตรัสจากฟ้าสวรรค์ว่า ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก” (มัทธิว 3:17) เราในที่นี้คือพระบิดาในสวรรค์ตรัสกับพระบุตรคือพระเยซู สำหรับในพระคัมภีร์ใหม่ และในปัจจุบันนี้ เราเรียกพระเจ้าว่า พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร คือพระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นนามเรียกพระองค์ในโลกนี้ และพระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าทั้งสามองค์เป็นพระภาคเดียวกันคือพระเจ้าอีโลฮิม (Elohim) หรือตรีเอกานุภาค นั่นเองพระเจ้าทั้งสามพระภาคทำงานร่วมกันในการสร้างสรรพสิ่งต่างๆ พระเจ้าสร้างสรรพสิ่งด้วยการตรัส “พระเจ้าตรัสว่าจงเกิดความสว่าง ความสว่างก็เกิดขึ้น...(ปฐมกาล 1:3) นั่นคือพระเจ้าทรงสร้างสิ่งต่างๆจนกระทั่งสร้างมนุษย์ด้วยคำตรัสคือ พระวาทะอัครสาวกยอห์นกล่าวว่า “ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า (พระบิดา) พระเจ้า(พระบิดา)ทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้นไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิตและชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์” (ยอห์น 1:1-4) พระวาทะคือพระบุตร หรือพระเยซูคริสต์ ดังนั้นคำว่า พระเจ้า ซึ่งเป็นพหูพจน์นั้น หมายถึงพระเจ้าองค์เดียว แต่มี 3 พระภาคหรือพระลีกษณะ คือ พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร คือพระเยซูคริสต์ และพระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าทั้ง 3 พระภาคทรงรักมนุษย์และต้องการช่วยมนุษย์ให้ได้รับความรอด โดยที่พระบิดาทรงส่งพระบุตรคือพระเยซูคริสต์มาในโลกเพื่อไถ่บาปให้แก่มวลมนุษย์ และทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้สถิตอยู่ในใจของผู้เชื่อทั้งหลายเพื่อนำมนุษย์ไปสู่ความจริงทั้งมวล ดังนั้น คริสเตียนทั้งหลายจึงต้องเชื่อพระเจ้าเป็นพระองค์เดียวแต่มีสามพระภาคหรือเรียกอีกว่าสามพระองค์ก็ได้