คำถามและคำตอบ

69 ทำไมพระเยซูเลือกมาบังเกิดในปี ค.ศ. 1

เมื่ออาดัมและเอวาได้ทำบาปต่อพระเจ้า พระเจ้าได้ทรงสัญญาจะส่งพระบุตรมีพระนามในโลกว่า “พระเยซู” ให้เสด็จมาในโลกเพื่อไถ่บาปของมนุษย์เพื่อให้มนุษย์มีชีวิตนิรันดร์ และกลับไปอยู่กับพระเจ้าอีก พระเจ้าได้ตระเตรียมพระเยซูให้เสด็จมาในสายพันธุ์ที่บริสุทธิ์ที่พระเจ้ายอมรับได้ หลังจากนั้น ลูกหลานของอาดัมและเอวาก็รอคอยว่า เมื่อใดพระบุตรจะเสด็จมา รอแล้วรอเล่า พระบุตรก็ไม่ได้เสด็จมาสักที ต่อมา ลูกหลานของอาดัมและเอวาก็ลืมและไม่เชื่อพระเจ้าและทำบาปต่อพระเจ้า พระบุตรจะเสด็จมาในสายพันธุ์ของคนทำบาปไม่ได้ พระเจ้าจึงให้เกิดน้ำท่วมโลก มนุษย์ที่ทำชั่วและที่ไม่เชื่อพระเจ้าตายหมดเหลือแต่ครอบครัวของโนอาห์ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่บริสุทธิ์ในขณะนั้น ลูกหลานของโนอาห์ก็รอคอยว่าเมื่อใดพระบุตรจะเสด็จมา พระบุตรก็ไม่ได้เสด็จมา ต่อมา ลูกหลานของโนอาห์ก็ทำบาปต่อพระเจ้าอีกโดยตั้งตัวเป็นพระเจ้าหรือสร้างพระหรือเทพเจ้าให้คนมากราบไหว้ ต่อมา พระเจ้าก็ทรงคนที่ยังเชื่อพระเจ้าอยู่ พระเจ้าพบว่า อับราฮัมเป็นผู้เชื่อพระเจ้า พระองค์เรียกอับราฮัมออกมาจากมนุษย์คนอื่นๆ เพราะอับราฮัมสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงสัญญาให้อับราฮัมมีลูกหลาน และจะให้พระเยซูมาในสายพันธุ์ของอับราฮัม ต่อมา อับราฮัมมีลูกชื่ออิศฮัส อิศฮัสมีลูกสองคน คนโตชื่อ เอซาว คนเล็กชื่อยาโคบ ยาโคปเชื่อพระเจ้ามากกว่าเอซาว ยาโคบมีลูก 12 คน พระเจ้าเลือกลูกคนที่สี่ชื่อยูดาห์ซึ่งเป็นต้นตระกูลยิว มาเป็นสายของพระเยซู ยูดาห์นั้นเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์ดาวิด และต่อมา พระเยซูก็เกิดมาในสายพันธุ์ของยูดาห์และกษัตริย์ดาวิด พระเจ้าทรงตระเตรียมพระบุตรคือพระเยซูที่จะเสด็จมาในเวลาที่เหมาะสม เพื่อประกาศให้มนุษย์มาเชื่อพระเจ้า พระบุตรหรือพระเยซูได้เสด็จมาเมื่อ 2017 ที่ผ่านมา ทำไมพระเยซูต้องเสด็จมาในเวลานั้น ให้มาดูประวัติศาสตร์ในยุคนั้น ในอดีต มีอาณาจักรอยู่สี่อาณาจักรที่พระเจ้าได้เตรียมไว้ที่จะให้พระบุตรของพระเจ้าเสด็จมาในโลกเพื่อประกาศข่าวประเสริฐว่า พระเจ้าจะมาไถ่บาปให้มวลมนุษย์รอดและมีชีวิตนิรันดร์ อาณาจักรแรกได้แก่ อาณาจักรอัสซีเรียซึ่งปกครองตั้งแต่ปี 911 ก่อนคริสตศักราช จนถึง ปี 612 ก่อนคริสตศักราช ช่วงนั้น อาณาจักรอัสซีเรียขยายออกไปจากแถบเมโสโปเตเมีย เข้าไปสู่ตะวันออกกลาง มีการติคต่อค้าขาย แต่การเดินทางก็ยังลำบาก เพราะถนนหนทางสำหรับคนและม้าเดินยังมีน้อยมาก ต่อมาอาณาจักรอัสซีเรียเสื่อมลง อาณาจักรบาบิโลนขึ้นมาแทนในปี 626 ก่อนคริสตศักราช จนถึง ปี 539 ก่อนคริสตศักราช อาณาจักรบาบิโลนคลุมอาณาจักรเก่าอัสซีเรียและขยายออกไปมากขึ้น การติดต่อสื่อสารเร็วขึ้น เพราะหนทางต่างๆมีเพิ่มมากขึ้นเพื่อใช้ในการเคลื่อนกองทัพให้รวดเร็วขึ้น และถนนยังถูกใช้ในการติดต่อค้าขาย ต่อมาอาณาจักรบาบิโลนอาณาจักรบาบิโลนปกครองทั้งสิ้นตั้งแต่ปี 626 ถึง 539 ก่อนคริสตศักราช พระราชาไซรัส มหาราช เข้าครอบครองอาณาจักรบาบิโลน ในปี 539 อาณาจักรเปอร์เซียเกิดขึ้นในปี 539 ก่อนคริสตศักราช ด้วยการทำลายอาณาจักรบาบิโลน อาณาจักรเปอร์เซียขยายกว้างขึ้นไปอีกจากเปอร์เซีย แถบเมโสโปเตเมีย ตะวันออกกลาง จนถึงอาเซียน้อยเข้าไปในยุโรป มีการเดินทางยิ่งง่ายขึ้น เพราะมีการสร้างถนนต่างๆเพิ่มมากขึ้น แต่การประกาศแผ่นดินของพระเจ้าต้องอาศัยภาษาเดียวกันด้วย เพราะคนในชนเผ่าต่างๆชนหรือชาติต่างๆพูดภาษาต่างๆกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่สาวกของพระเยซูจะพูดได้หลายภาษา พระเจ้าจำต้องทำให้ชนเผ่าหรือชนชาติต่างๆพูดภาษาเดียวกัน อาณาจักรเปอร์เซียปกครองตั้งแต่ปี 539 ถึง 330 ก่อนคริสตศักราช พระเจ้าได้ให้เกิดอาณาจักรใหม่ขึ้นคืออาณาจักรกรีก ผู้สร้างอาณาจักรกรีกนี้คือ อาเล็กซานเดอร์ มหาราช ได้ยกกองทัพไปตีอาณาจักรเปอร์เซียจนล่มสลายไปในปี 331 ก่อนคริสตศักราช อาณาจักรกรีกจึงเกิดขึ้นในปี 330 ก่อนคริสตศักราช อาณาจักรกรีกปกครองตั้งแต่ดินแดนในยุโรป อาเซียน้อย ประเทศเปอร์เซียจนถึงประเทศอินเดียตอนเหนือ ภาษากรีกซึ่งเป็นภาษาวัฒนธรรมได้กลายเป็นที่นิยมพูดกันอย่างแพร่หลายในสมัยนั้น การติดต่อต่างๆจึงใช้ภาษากรีกเป็นภาษาสากลทั่วอาณาจักร ต่อมาอาณาจักรกรีกเสื่อมลงและถูกยึดครองโดยอาณาจักรใหม่ คืออาณาจักรโรมันในปี 147 ก่อนคริสตศักราช อาณาจักรกรีกปกครองตั้งแต่ปี 330 ถึง 147 ก่อนคริสตศักราช ถึงแม้อาณาจักรกรีกจะล่มสลายไป แต่ภาษากรีกยังเป็นที่นิยมใช้กันต่อไปโดยประชาชนของอาณาจักรโรมัน อาณาจักรโรมันขยายกว้างออกไปถึงดินแดนในทวีปอาฟริกาเหนือ หรือดินแดนรอบๆทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้กลายเป็นแหล่งคมนาคมทางน้ำในสมัยนั้น และทางบกก็มีถนนติดต่อทั่วอาณาจักรโรมัน ดังนั้น อาณาจักรโรมันจึงเป็นอาณาจักรสุดท้ายของโลกที่ปกครองพื้นมากที่สุดเป็นเวลาหลายร้อยปี เมืองใหญ่น้อยสามารถติดต่อกันอย่างกว้างขวาง โดยทางบก และ ทางน้ำ และภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางก็คือภาษากรีก ดังนั้นจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมและพร้อมแล้วสำหรับพระเยซูเสด็จมา เพราะทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วสำหรับการประกาศข่าวประเสริฐที่พระเยซูจะมอบให้สาวกของพระองค์ไปประกาศ ภายหลังจากที่พระเยซูมาประกาศอบรมสั่งสอนสาวกของพระองค์และมีพระบัญชาในสาวกของพระองค์ไปประกาศจนสุดปลายแผ่นดินโลก ก่อนที่พระองค์เสด็จกลับสู่สวรรค์ มีบางคนสงสัยว่า ถ้าเช่นนั้น ทำไมพระเยซูไม่รอจนมาบังเกิดในยุคปัจจุบันซึ่งง่ายต่อการประกาศ เพราะมีโทรศัพท์ มีโทรทัศน์ มีการคมนาคมสะดวก ด้วยเครื่องบิน และพาหนะที่รวดเร็วอื่นๆ แต่ถ้าพระเยซูไม่เสด็จมาโดยเร็วเมื่อ สองพันกว่าปีที่แล้ว คนจำนวนมากจะไม่มีโอกาสได้รับความรอด พระเยซูทรงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นพระเจ้าอีกภาคหนึ่ง ของตรีเอกานุภาคมาประทับอยู่ในใจของผู้เชื่อพระเยซูทั้งหลายเพื่อช่วยให้ผู้เชื่อดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ดีและไปรับใช้ประกาศข่าวประเสริฐ คำบัญชาสุดท้ายก่อนที่พระเยซูจะถูกรับกลับสู่สวรรค์ พระเยซูอยู่กับสาวกของพระองค์ “พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้วเหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”