คำถามและคำตอบ

66 การฟื้นขึ้นจากความตายของพระเยซูมีความสำคัญอย่างไร

การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์มีความสำคัญมากต่อความเชื่อ (Faith) ของเรา นั่นคือพระเยซูคริสต์ต้องตายและต้องฟื้นจากความตาย มิฉะนั้น เราจะกลับสู่สวรรค์ไม่ได้ให้เรามาดุเหตุการณ์ตั้งแต่ปฐมกาล พระเจ้าสร้างมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ผงคลีดินที่พระเจ้าใช้นี้สะอาดบริสุทธิ์ แล้วพระเจ้าก็สร้างตามพระฉายาของพระองค์ เป็นรูปร่างขึ้นมาแล้ว พระเจ้าก็เป่าลมปราณของพระองค์นั่นคือจิตวิญญาณของเราซึ่งไม่มีวันตาย ทำให้มนุษย์มีชีวิตขึ้นมา มนุษย์จึงเป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดทั้งร่างกาย (Body) จิตใจ (Mind) และจิตวิญญาณ (Spirit) การที่ร่างกายและจิตใจจะบริสุทธิ์และไม่ตาย มนุษย์ต้องรับประทานผลจากต้นไม้แห่งชีวิตในสวนเอเดนจึงไม่ตาย แต่พอมนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้าคือการทำบาปต่อพระเจ้าด้วยการไปเชื่อฟังซาตานรับประทานผลแห่งความรู้สึกผิดชอบร่างกายและจิตใจจึงไม่บริสุทธิ์และต้องเปื่อยเน่าตายไปแต่จิตวิญญาณซึ่งเป็นลมปรานของพระเจ้าไม่ตาย พระเจ้าหาทางช่วยมนุษย์ให้ไม่ต้องตายด้วยการฆ่าสัตว์ตัวแรกเอาเลือดมาคลุมร่างกายซึ่งต้องตายเอาไว้ เพื่อรักษาจิตวิญญาณของมนุษย์ที่เชื่อพระเจ้าให้ได้รับความรอด แต่ความบาปทำให้ร่างกายของมนุษย์ที่เชื่อพระเจ้าและไม่เชื่อพระเจ้าต้องตายเป็นผงคลีดิน ส่วนจิตวิญญาณของมนุษย์ที่เชื่อพระเจ้าและไม่เชื่อพระเจ้าซึ่งไม่ตายต้องมีที่อยู่ พระเจ้าจึงต้องสร้างแดนมรณา (Hades) ให้จิตวิญญาณไปอยู่ เราไม่รู้ว่าจิตวิญญาณของคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าจะอยู่อย่างไร มีอะไรมาสวมใส่จิตวิญญาณเหมือนร่างกายหรือไม่ แต่คนที่เชื่อพระเจ้า เรารู้ว่า พวกเขาจะมีกายใหม่ที่เรียกว่า กายวิญญาณ (Spiritual body) ตัวอย่าง ได้แก่เศรษฐีกับลาซารัสซึ่งพระเยซูทรงเล่าให้ฟัง (ลูกา 16:19-31) เมื่อทั้งสองตายลง จิตวิญญาณทั้งสองไปอยู่ในแดนมรณา ส่วนลาซารัสนั้น พวกทูตสวรรค์ได้นำเขาไปใว้ที่อกของอับราฮัม เขาทั้งสองมองเห็นกันได้โดยมีเหวใหญ่ตั้งขวางอยู่ แสดงว่าทั้งคู่ต้องมีรูปร่างหน้าตา แต่เศรษฐีจะมีร่างกายอย่างไร พระคัมภีร์ไม่ได้บอกเรา แต่ พระคัมภีร์บอกว่า คนที่เชื่อพระเจ้าจะรับร่างกายใหม่ซึ่งสวมจิตวิญญาณของเราไว้คือกายวิญญาณ (Spiritual body) ในพระธรรม 1 โครินธ์ 15:42-49 เมื่อพระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ในพระคัมภีร์ไดบอกเราว่า พระองค์เสด็จไปแดนมรณาไปประกาศให้ผู้ที่ตายไปแล้วว่า คำพยากรณ์ต่างๆเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระมาซีฮาได้สำเร็จแล้ว พระองค์ได้เสด็จมาไถ่บาปของมวลมนุษย์ที่ไม้กางเขน ผู้ที่เชื่อพระเจ้าในอดีตก่อนพระเยซูคริสต์เสด็จมาจะไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ที่พระเยซูคริสต์ได้ตระเตรียมไว้ แล้วผู้เชื่อทั้งหลายที่อยู่ในแดนมรณาก็ถูกรับไปอยู่ในสวรรต์ หลัง 3 วัน 3 คืนแล้ว พระเยซูคริสต์ได้ฟื้นขึ้นจากความตายด้วยร่างกายใหม่คือกายฟื้นพระชนม์ (Resurrected body) ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาแบบมนุษย์ตามพระฉายาของพระเจ้า แตกต่างกันที่ว่า ร่างกายมนุษย์มาจากอาดัม แต่ร่างกายคืนพระชนม์นี้มาจากสวรรค์คือมาจากพระเยซูคริสต์ คนที่จะรับร่างกายนึ้ต้องเชื่อพระเยซูคริสต์และเชื่อพระโลหิตของพระองค์ว่าล้างความผิดบาปของเราได้ ให้อ่านพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 15:51-54 ดังนั้นถ้าพระเยซูคริสต์ไม่เสด็จมาและตายบนไม่กางเขนแล้วฟื้นคืนพระชนม์ เราจึงจะมีร่างกายฟื้นพระชนม์ (Resurrected body) ในขณะนี้ เมื่อเราจากโลกนี้ไป เราจะไปปรากฎต่อพระพักตร์ของพระเยซูคริสต์ในลักษณะของกายวิญญาณที่เราจะไปอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์ได้ แต่กายคืนพระชนม์นี้ ต้องรอวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จมากลางอากาศกับคริสเตียนทั้งหลายซึ่งได้ไปอยู่ในสวรรค์แล้วจะต้องกลับไปในที่ๆเขาล่วงหลับไปหรือตายไป แล้วจะเป็นขึ้นมาก่อนในสภาพของกายฟื้นพระชนม์อย่างพระเยซูคริสต์ ส่วนคนที่ไม่ตายจะรับร่างใหม่คือกายฟื้นพระชนม์ แล้วรับขึ้นไปอยู่กลางอากาศกับพระองค์แล้วกลับสู่สวรรค์กับพระองค์ ให้เราอ่าน 1 เธสะโลนิกา 4:13-16 เรารู้แน่นอนว่า คนที่เชื่อพระเจ้าซึ่งตายไป พวกเขาจะอยู่ในลักษณะของกายวิญญาณ จนกว่าพวกเขาจะต้องลงมาสู่ที่พวกเขาตายมาก่อนเพื่อรับร่างกายใหม่แบบพระเยซูคริสต์คือกายฟื้นพระชนม์ เราจึงจะมีร่างกายสวรรค์อย่างสมบูรณ์ สุดท้ายนี้ เรายังมีข้อยืนยันว่า พระเยซูฟื้นคนพระชนม์จากคำบอกเล่าของอัครทูตเปาโลในพระธรรม 1 โครินธ์ 15:3-8 ว่าพระเยซูได้ทรงปรากฎแก่สาวกของพระองค์ ในพระธรรม1 โครินธ์ 15:17-19 “และถ้าพระคริสต์มิได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์ ท่านก็ตกอยู่ในความบาปของตน และคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ก็พินาศไปด้วย ถ้าในชีวิตนี้ พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง”