คำถามและคำตอบ
65 มนุษย์หาทางไปสวรรค์อย่างไร
ทุกคนที่เชื่อว่า สวรรค์มีจริง จะหาทางไปสวรรค์ให้ได้ จากความเชื่อของมนุษย์ในโลก มนุษย์เลือกทางไปสวรรค์ต่างๆกัน มีคนคนหนึ่งเดินไปตามทางที่ไปสวรรค์ เขาเดินมาถึงทางแยกสามทาง แต่ละทางมีคนเฝ้าอยู่ที่ทางนั้น
เขาเดินเข้าไปหาคนเฝ้าทางที่หนึ่ง คนเฝ้าบอกว่า ทางนี้อาจเป็นหนทางไปสวรรค์ได้ เพราะมีคนจำนวนมากเดินเข้าไปทางนี้ ทางนี้เป็นทางกว้าง แต่มีทั้งทางเรียบ ทางคดเคี้ยว ทางขรุขระ มีเหวลึก มีต้นไม้ที่มีหนาม มีสัตว์ร้ายนานาชนิด คนเฝ้าคนนี้บอกไม่ได้ว่าทางไหนคดเคี้ยว ขรุขระ ตรงไหนมีเหวลึก มีต้นไม้มีหนาม มีสัตว์ร้ายอยู่ตรงบริเวณไหน เพราะตัวเขาเองไม่เคยไปในทางนี้ คนที่จะไปทางนี้ต้องช่วยตัวเอง “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คนเฝ้าไม่มีหลักประกันว่า เขาจะไปถึงสวรรค์หรือไม่ คนเฝ้าคนที่หนึ่งนี้คือคนที่ไม่มีศาสนา ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า ข้อแนะนำของเขาจึงไม่มีประโยขน์อะไร
คนคนนี้เดินไปหาคนเฝ้าทางที่สอง คนเฝ้าทางที่สองเอาหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาเขียนขึ้นมามอบให้คนนั้นอ่าน ในหนังสือเล่มนั้นมีแผนที่แสดงถึงหนทางที่กว้างมีทั้งทางเรียบ ทางคดเคี้ยว ทางขรุขระ มีเหวลึก มีต้นไม้ที่มีหนาม มีที่อยู่สัตว์ร้ายนานาชนิด คนเฝ้ายังแนะนำให้เตรียมอาหารและน้ำดื่ม ออกกำลังกายให้แข็งแรงก่อนเดินทาง แต่แผนที่และข้อแนะนำต่างๆเป็นความเข้าใจและคาดคะเนของคนเฝ้าว่า ถ้าเชื่อหนังสือเล่มนี้ ก็อาจไปถึงสวรรค์ได้เช่นกัน แต่คนเฝ้าทางที่สองนี้ก็ไม่เคยเดินทางเข้าไปเอง ได้แต่จินตนาการว่า ถ้าเดินตามคำแนะนำของหนังสือนี้ ก็อาจเดินไปถึงสวรรค์ได้ แต่คนเขียนหนังสือเล่มนี้ก็ไม่มีหลักประกันเช่นกันว่า ที่เขียนมานั้นเป็นความจริง คนเฝ้าคนที่สองนี้ได้แก่ศาสดาที่ให้คำสั่งสอนเพื่อให้คนเป็นคนดี โดยหวังว่า ความดีจะช่วยเขาไปสวรรค์ได้
ในที่สุด คนคนนี้เดินมาหาคนเฝ้าคนที่สาม คนเฝ้าคนที่สามบอกว่า ทางที่สามนี้เป็นทางไปสู่สวรรค์แน่นอน แต่คนนั้นต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนและปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการเดินทาง เพราะทางนี้เป็นทางแคบ เดินลำบาก ทางนี้มีทั้งทางเรียบ ทางคดเคี้ยว ทางขรุขระ มีเหวลึก มีต้นไม้ที่มีหนาม มีที่อยู่สัตว์ร้ายนานาชนิด คนคนนี้สงสัยและถามคนเฝ้านี้ว่า ทำไมเขาต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แล้วคนเฝ้ารู้ได้อย่างไรว่า ถ้าเขาเชื่อฟังและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดแล้วจะไปถึงสวรรค์จริง เพราะคนเฝ้าคนที่หนึ่งและที่สองไม่ให้หลักประกันว่า เขาจะไปถึงสวรรค์ด้วยทั้งสองทางนั้น คนเฝ้าคนที่สามบอกว่า เขาไม่เหมือนคนเฝ้าทางที่หนึ่งและที่สอง เพราะเขารู้จักทางนี้อย่างดีว่า ทางตรงไหนเรียบ ทางตรงไหนคดเคี้ยว หรือขรุขระ และบริเวณไหนมีเหวลึก มีต้นไม้ที่มีหนาม มีที่อยู่สัตว์ร้ายนานาชนิด เพราะเขาเคยอยู่ในสวรรค์มาแล้ว และเดินลงมาจากสวรรค์และผ่านทางต่างๆเหล่านั้นอย่างช่ำชอง จึงไม่มีทางหลงหรือเดินผิดทางเป็นอันขาด เขาต้องการให้คนไปสวรรค์ที่แท้จริงนี้ เขาจึงมาเป็นคนเฝ้าทางที่สามนี้ เพื่อมาแนะนำให้คนที่เชื่อเขาให้เดินอย่างไม่ประมาทตามคำแนะนำของเขา ถ้าคนคนนั้นยอมเชื่อและเดินตามคำสอนของเขา คนนั้นตัดสินใจจะเชื่อและเดินเข้าไปทางที่สามอย่างมั่นใจตามคำสั่งสอนนั้น แต่คนเฝ้าคนนี้มีความรักและเมตตาสงสารคนที่ไปสวรรค์นี้ เพราะถึงแม้เขาจะรู้ทางแต่เขาเป็นมนุษย์อาจจะเหนื่อย และเดินพลาดได้ คนเฝ้าคนนี้จึงกล่าวแก่คนนั้นว่า เขาจะเดินไปด้วยกับเขาและดูแลเขาตลอดทางที่เดินไป จนเข้าไปในสวรรค์และจะอยู่กับเขาชั่วนิรันดร์ คนเฝ้าคนที่สามนี้คือใคร ใครเล่าจะมีลักษณะแบบคนเฝ้าคนนี้ ลักษณะของคนเฝ้าคนนี้คือลักษณะของพระเยซูคริสต์ในพระคัมภีร์พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดา
ได้นอกจากจะมาทางเรา” (ยอห์น14:6) พระเยซูเป็นพระเจ้าลงมาจากสวรรค์ เพื่อมาช่วยมวลมนุษย์ให้ได้รับความรอด “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16) เพียงแต่ให้ท่านเชื่อพระเยซูคริสต์ แล้วท่านจะรอดและมีชีวิตนิรันดร์ ดังนั้น ทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสู่สวรรค์ได้ โดยทางพระเยซูคริสต์ และพระองค์จะพาผู้ที่เชื่อพระองค์ไปอยู่สวรรค์กับพระองค์ชั่วนิรันดร์