คำถามและคำตอบ

58 คริสเตียนพึงปฏิบัติตนอย่างไรในโลกนี้

คริสเตียนคือบุคคลซึ่งเชื่อและติดตามพระเยซู คริสเตียนจึงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับพระเยซูคริสต์ แต่เมื่อเริ่มมาเป็นคริสเตียน จึงเปรียบเสมือนเด็กทารก ต้องการการเลี้ยงดู เพื่อให้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จนกระทั่งถึง ความไพบูลย์ของพระคริสต์ นั่นคือชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆแต่มั่นคง การก้าวไปข้างหน้ามี 7 ขั้น 1) คริสเตียนทุกคนต้องยอมรับว่า ตนเป็นคนอ่อนแอ ช่วยตนเองไม่ได้ (โรม 7:18) ซึ่งแตกต่างจากชีวิตก่อนมาเป็นคริสเตียน แต่ก่อนมีความเชื่อมั่นในตนเองคิดว่า สามารถควบคุมชีวิตของตนในโลกได้ แต่ข้อเท็จจริงนั้น มนุษย์ช่วยจิตวิญญาณของตนไม่ได้ เพราะจิตวิญญาณตกอยู่ในบาป ต้องอาศัยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ในการชำระความบาป ดังนั้นคริสเตียนทุกคนต้องยอมรับว่า มีแต่พระเยซูคริสต์ ซึ่งช่วยจิตวิญญาณของตนได้ 2) คริสเตียนต้องกล้าที่จะยอมรับความผิดบาปของตนต่อพระเจ้า ต่อตนเอง และต่อผู้อื่น (ยากอบ 5:16) การยอมรับความผิดบาปของตนเป็นผลให้ได้รับการให้อภัยจากพระเจ้า และทำให้สามารถได้รับการยอมรับจากพระเจ้าได้ ถ้ามนุษย์ไม่ยอมรับว่า ตนเป็นคนบาป ต้องการการให้อภัยจากพระเจ้า ไม่เช่นนั้น พระเยซูก็ไม่ต้องเสด็จมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอด 3) คริสเตียนต้องเชื่อว่า พระเจ้าเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจที่จะช่วยจิตวิญญาณของตนได้ (ฟิลิปปี 2:13) พระเจ้าเป็นพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงและสร้างมนุษย์ พระองค์มีอำนาจที่จะให้ชีวิตนิรันดร์แก่ผู้ที่เชื่อพระเยซูได้ ดังนั้น มนุษย์ไม่ต้องไปแสวงหาพระอื่นๆอีกต่อไป 4) คริสเตียนต้องตัดสินใจที่จะมอบชีวิตให้อยู่ในความดูแลของพระเจ้า (โรม 12:1) ต่อไปนี้คริสเตียนทุกคนเป็นลูกของพระเจ้า พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งอีกเลย 5) คริสเตียนต้องยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์มาควบคุมชีวิตของตน (ฮีบรู 4:12) เพราะซาตานต้องการจะเข้าไปควบคุมชีวิตของมนุษย์ ทำให้มนุษย์หลงผิด และทำบาปต่อพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์จะมอบยุทธภันฑ์ทั้งชุดไว้ต่อสู้ซาตาน อัครทูตเปาโลบรรยายถึงยุทธภันฑ์ทั้งชุดดังนี้ “สุดท้ายนี้ขอท่านจงมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์ จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้ เหตุฉะนั้นท่านจงมั่นคง เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้นท่านจะได้ดับลูกศรเพลิงของพญามารเสีย จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง (เอเฟซัส 6:10-20) สรุปคือ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดูแลรักษาให้คริสเตียนเป็นผู้บริสุทธิ์กระทำความดีต่อผู้อื่นขณะที่อยู่ในโลกนี้ 6) คริสเตียนต้องหมั่นอธิษฐานให้พระเจ้าเพิ่มพูนสติปัญญาฝ่ายจิตวิญญาณแก่ตน (โคโลสี 3:16) การอธิษฐานมีพลังที่ช่วยคริสเตียนจะสามารถต่อสู้กับซาตานได้ 7) คริสเตียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ คือ ให้รักพระเจ้าและรักผู้อื่น (มัทธิว 22:37,39) และให้ไปประกาศพระคำของพระเจ้าให้คนมาเชื่อพระเยซูคริสต์ ตามคำสั่งของพระเยซูคริสต์ก่อนที่พระองค์เสด็จกลับสู่สวรรค์ (มัทธิว 28:19) ถ้าคริสเตียนทุกคนปฏิบัติตนตาม 7 ขั้นตอนนี้ คริสเตียนคนนั้นจะดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างมีสันติสุข