คำถามและคำตอบ

57 จริงหรือที่พระเยซูเป็นทางเดียวไปสู่ชีวิตนิรันดร์

คนยิวมักเปรียบเทียบชีวิตเหมือนกับวิถีทางเดิน ตั้งแต่ปฐมกาล มนุษย์ดำเนินไปกับพระเจ้าไปตามทางของพระเจ้า หมายความว่า มนุษย์ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้า มนุษย์คนแรกที่พระคัมภีร์ได้บันทึกว่า เดินไปกับพระเจ้าคือเอโนค เอโนคได้ดำเนินไปกับพระเจ้าถึงสามร้อยปี จนถึงอายุสามร้อยหกสิบห้าปี เอโนคดำเนินกับพระเจ้า แล้วหายหน้าไป เพราะพระเจ้าทรงรับเขาไป (ปฐมกาล 5:23-24) ต่อมา มาถึงสมัยของโนอาห์ โนอาห์ดำเนินกับพระเจ้า (ปฐมกาล 6:9) พระเจ้าได้สงวนเขาและครอบครัวให้รอดตายจากน้ำท่วมโลก ต่อมา พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ดำเนินไปกับพระเจ้าสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา (ปฐมกาล 12:1-4) ซึ่งในเวลาต่อมา ลูกหลานของอับราฮัมได้กลายเป็นชนชาติของพระเจ้า ต่อมา เมื่อพระเจ้าให้โมเสสไปพาชนชาติอิสราเอลออกจากการเป็นทาสที่อียิปต์ ชนชาติอิสราเอลดำเนินไปกับพระเจ้า (อพยพ 3) พระเจ้าทรงต้องการให้ผู้เชื่อทั้งหลายดำเนินชีวิตไปตามทางของพระเจ้า ไม่ว่า ทางนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ต้องเป็นทางของพระเจ้า พระเจ้าได้ตรัสกับชนขาติอิสราเอลว่า “และถ้าเจ้าจะดำเนินตามทางของเรา รักษากฎเกณฑ์ของเรา และบัญญัติของเราดังดาวิดบิดาของเจ้าได้ดำเนินนั้น เราก็จะให้วันเวลาของเจ้ายืนยาว” (1 พงศ์กษัตริย์ 3:14) การเดินกับพระเจ้า เราต้องเดินด้วยความระมัดระวัง พระเจ้าได้ตรัสกับโมเสสให้บอกกับชาวอิสราเอล ว่า “ท่านทั้งหลายอย่าหันไป ทางขวามือหรือทางซ้ายเลย ท่านจะดำเนินตามวิถีทางทั้งสิ้นซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของ ท่านได้ทรงบัญชาท่านไว้ เพื่อท่านจะมีชีวิตอยู่และเพื่อท่านจะ ไปดีมาดี และมีชีวิตยืนนานอยู่ในแผ่นดินซึ่งท่านจะยึดครอง นั้น” (เฉลยธรรมบัญญัติ 5:32,33) พระเจ้าต้องการให้เราเดินอยู่ในทางของพระเจ้าด้วยความระมัดระวัง อย่าหันขวาหรือหันซ้าย ทางนั้นเป็นทางที่พระเจ้าทรงวางไว้ให้เราเดิน ถ้าเราเดินในทางของพระเจ้าอย่างเคร่งครัด พระเจ้าทรงสัญญาว่า เราจะไปดีมาดี มีชีวิตที่ยืนยาว นอกจากนี้ พระเจ้ายังทรงช่วยเราเวลาที่เราเดินตามทางของพระเจ้า พระเจ้าได้ตรัสกับอิสยาห์ ให้ไปบอกกับชาวอิสราเอลว่า “และเมื่อเจ้าหันไปทางขวาหรือ หันไปทางซ้าย หูของเจ้าจะได้ยินพระวจนะข้างหลังเจ้าว่า “นี่เป็นหนทาง จงเดินในทางนี้” (อิสยาห์ 30:21) จะเห็นว่า พระเจ้าต้องการให้เรามุ่งหน้าสู่ทางของพระองค์ เวลาเดินในมางนั้น ถ้ามีปัญหา พระเจ้าทรงขอให้เราเงี่ยหูคอยฟังคำแนะนำจากพระเจ้า มีทางหลายๆทางที่มนุษย์เดินไป ตั้งแต่ทางที่มีแต่ความตื่นเต้น สนุกสนาน ทางที่ขรุขระ แต่ทางของ พระเจ้าเป็นทางที่บริสุทธิ์ ในพระธรรมอิสยาห์ 35:8 กล่าวถึงทางของพระเจ้าว่า “และจะมีทางหลวงที่นั่น และเขาจะเรียกทางนั้นว่า วิสุทธิมรรค คนไม่สะอาดจะไม่เดินทางนั้น” นั่นคือการที่เราจะเข้าสู่ทางของพระเจ้านั้นเราต้องเป็นคนบริสุทธิ์ แต่เราเป็นคนบาปและเสื่อม ต่อพระสิริของพระเจ้า แม้แต่กษัตริย์ดาวิดก็แสวงหาทางนั้น “ข้าแต่พระเจ้า ขอสอนมรรคาของพระองค์แก่ข้าพระ องค์” (สดุดี 27:11) เพราะทางนั้นเป็นทางแห่งความรอด และเป็นทางแห่งชีวิตนิรันดร์ พระเจ้ารู้ว่า มนุษย์เดินด้วยตนเองไม่ได้ เพราะทางของพระเจ้าเป็นทางแคบ ข้างๆทางมีเหว คูน้ำ และสิ่งอันตรายที่อยู่ข้างทางนั้น ในที่สุดพระเจ้าต้องการให้มนุษย์ได้รับความรอด จึงได้ส่งพระบุตรลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยให้เราเดินทางของพระเจ้าได้ แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะพระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เราเป็นทางนั้น” (ยอห์น 14:6) หมายความว่าอย่างไร ตัวอย่าง สมมติว่า เราไปเมืองต่างถิ่นซึ่งไม่รู้จักและต้องถามทาง และมีคนหนึ่งมาบอกว่า ให้เราเดินไปทางขวา 1 ไมล์ แล้วเลี้ยว ซ้ายไปครึ่งไมล์ และเลี้ยวขวาอีก 1 ไมล์ จะเห็นสะพาน แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครึ่งไมล์ ก็จะพบเมืองนั้น โอกาสที่เราจะหลงทางมีมาก ถ้ามีอีกคนหนึ่งมาบอกว่า “มาเราจะพาท่านไปเมืองนั้น” แสดงว่าคนๆนั้นรู้ทางนั้นเราก็จะไม่หลงทาง พระเยซู คริสต์ก็เป็นเช่นนั้น พระองค์ไม่ได้ชี้ทางหรือแนะนำทาง แต่พระองค์จะจูงมือเราและนำเราไปทางนั้น เพราะพระองค์เป๋นทางนั้น พระองค์จะช่วยชำระ เราให้บริสุทธิ์และพระองค์จะเสริมกำลังแก่เรา ขณะที่เรา เดินไปกับพระองค์ แต่พระองค์ไม่ได้บอกทางนั้นของพระเจ้าแก่เรา แต่ พระองค์ทรงเป็นทางนั้นไปสู่แผ่นดินของพระเจ้า เพียงแต่ให้ เราเชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดและเป็นพระผู้เป็นเจ้าของเรา เราจะเดินไปกับพระเยซูคริสต์ในทางนั้นเหมือนกับเอโนค โนอาห์ อับราฮัม โมเสส และกษัตริย์ดาวิดซึ่งเดินไปกับพระเจ้า เราจะเดินทางนั้นอย่างปลอดภัย เพราะเยซูทรงเป็นทางนั้น