คำถามและคำตอบ

56 คาอินคือใคร

เมื่ออาดัมและเอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้าแต่ไปเชื่อฟังซาตาน เขาทั้งสองถูกไล่ออกจากสวนเอเดนมาอยู่ในแผ่นดินข้างนอกสวนในโลก พระเจ้าทรงตรัสว่า “พงศ์พันธุ์ของหญิงจะทำให้หัวเจ้าแหละ” (ปฐมกาล 3:15) แสดงว่า วันหนึ่งพระมาซีฮาห์จะเสด็จมาในพงศ์พันธุ์ของหญิงนี้ ดังนั้น ในพระธรรมปฐมกาลบันทึกว่า “ชายนั้นสมสู่อยู่กับเอวาภรรยาของตน นางก็ตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชื่อคาอิน นางจึงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงโปรดให้ฉันได้ผู้ชายคนหนึ่ง” แสดงว่า ทั้งอาดัมและเอวาหวังจะมีลูกชายที่พระเจ้าส่งมา เพื่อนำมนุษย์กลับไปสวนเอเดนอีก ต่อมานางก็ให้กำเนิดน้องชายของเขาชื่อ อาแบล อาแบลเป็นคนเลี้ยงแกะ ส่วนคาอินเป็นคนทำไร่ไถนา อยู่มาวันหนึ่งคาอินนำพืชผลที่เกิดจากไร่นามาถวายพระเจ้า ส่วนอาแบลก็นำแกะหัวปีจากฝูงและไขมันของแกะมาถวาย พระเจ้าทรงพอพระทัยอาแบลและเครื่องบูชาของเขา แต่คาอินกับเครื่องบูชาของเขานั้น พระองค์ไม่พอพระทัย คาอินก็โกรธแค้นนัก หน้าบูดบึ้งอยู่ พระเจ้าจึงตรัสถามคาอินว่า “เจ้าโกรธเคืองหน้าบูดบึ้งอยู่ทำไม ถ้าเจ้าทำดี เราก็จะพอใจรับเจ้ามิใช่หรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้” (ปฐมกาล 4:1-7) สรุปคือ คาอินเป็นผู้ชายคนแรกที่เกิดในโลก เขาเป็นชาวนา ปลูกพืชผลในไร่ของเขา ส่วนอาแบลเป็นคนเลี้ยงสัตว์ ในขณะนั้น อาดัมและเอวาคงมีลูกสาวด้วย แต่พระคัมภีร์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกสาวเหล่านั้น นอกจากคาอินและอาแบล คาอินไม่พอใจพระเจ้าที่พอพระทัยสัตวบูชาของอาแบล เพราะพระเจ้าได้ฆ่าสัตว์ ตัวแรกมาปกปิดความบาปของอาดัมและเอวาเมื่อพวกเขาได้ทำบาปต่อพระเจ้า พระเจ้าได้ทำตัวอย่างให้มนุษย์ปฏิบัติตาม คือถ้าต้องการถวายบูชาแด่พระเจ้า ให้ใช้สัตว์มาถวายบูชา ดังนั้น การถวายสัตวบูชา ถือว่า เป็นการเชื่อฟังพระเจ้า แต่คาอินไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า พระเจ้าจึงไม่พอพระทัยการถวายของคาอิน แท้ที่จริง ในสมัยของโมเสส พระเจ้าได้สั่งให้โมเสสและอาโรนทำการถวายธัญญบูชา ให้เป็นกลิ่นที่พอพระทัยพระเจ้า (เลวีนิติ 2:1-16) แต่ไม่ใช่การไถ่บาป ดังนั้น ถ้าเป็นคำสั่งของพระเจ้าก็ต้องปฏิบัติ พระเจ้าต้องการดูใจของคนคนนั้นว่า เชื่อฟังพระเจ้าหรือไม่ เหตุการณ์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า อาแบลเชื่อฟังพระเจ้า แต่คาอินไม่เชื่อฟัง แทนที่จะกลับใจมาเชื่อฟังพระเจ้า แต่คาอินกลับอิจฉาน้องชาย ที่พระเจ้าทรงพอพระทัย เขาคิดหาทางจะฆ่าอาแบล ความบาปแรกของคาอินคือ ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ความบาปที่สองคือ อิจฉาอาแบล ความบาปที่สามคือ โกรธพระเจ้า และอาแบลในพระธรรมปฐมกาลบันทึกต่อไปว่า“ฝ่ายคาอินก็พูดชวนอาแบล น้องชายของตนว่า “เราไปนากันเถอะ” เมื่ออยู่ที่นาด้วยกัน คาอินก็โถมเข้าฆ่าอาแบล น้องชายของตนเสีย ความบาปที่คือ ฆ่าคน พระเจ้าตรัสถามคาอินว่า “อาแบลน้องชายของเจ้าอยู่ที่ไหน” คาอินจึงทูลว่า “ข้าพระองค์ไม่ทราบ ข้าพระองค์หรือเป็นผู้ดูแลน้อง” บาปที่ห้าคือ โกหกพระเจ้า บาปที่หก บิดบังพระเจ้า พระองค์ตรัสว่า “เจ้าทำอะไรไป โลหิตของน้องเจ้าส่งเสียงร้องฟ้องขึ้นมาจากดิน บัดนี้เจ้าจะต้องถูกสาปจากที่ดิน ที่ได้อ้าปากรับโลหิตน้องจากมือเจ้า ต่อไปเมื่อเจ้าทำนาจะไม่เกิดผลมาก เจ้าจะต้องหลบหนีและพเนจรไปในโลก” ฝ่ายคาอินทูลพระเจ้าว่า “โทษของข้าพระองค์หนักเหลือที่ข้าพระองค์จะทนได้ บาปที่เจ็ด เย่อหยิ่ง ดูเถิด วันนี้พระองค์ทรงขับไล่ข้าพระองค์ออกจากที่ดินพ้น จากพระพักตร์พระองค์ไป ข้าพระองค์จะต้องหลบหนีและพเนจรไปในโลก ใครพบข้าพระองค์ก็จะฆ่าข้าพระองค์เสีย” พระเจ้าตรัสแก่คาอินว่า “ไม่ได้ ผู้ใดฆ่าคาอิน จะมีโทษเจ็ดเท่า” แล้วพระเจ้าทรงทำเครื่องหมายไว้ที่ตัวคาอิน เพื่อว่าเมื่อใครพบจะได้ไม่ฆ่า คาอินออกไปพ้นพระพักตร์พระเจ้าไปอยู่เมืองโนด (แปลว่า พเนจร) ทิศตะวันออกของเอเดน” (ปฐมกาล 4:8-16) แต่ทำไมพระเจ้าไม่ลงโทษคาอินแต่ยังช่วยเขา ไม่ให้ถูกฆ่า แท้ที่จริง พระเจ้าได้ให้โอกาสแก่คาอินกลับใจ เผื่อว่า พระมาซีฮาห์จะมาบังเกิดในสายพันธ์ของเขา นอกจากนี้ยังเป็นการลงโทษคาอินอย่างรุนแรง ให้เขาและครอบครัวต้องประสบความยากลำบาก พระธรรมปฐมกาลยังบันทึกต่อไปถึงเชื้อสายของคาอิน “คาอินสมสู่อยู่กับภรรยาของตน นางก็ตั้งครรภ์ และให้กำเนิดบุตรชายชื่อเอโนค คาอินสร้างเมืองขึ้นเมืองหนึ่ง เรียกชื่อเมืองนั้นว่า เอโนค ตามชื่อบุตรของตน เอโนคมีบุตรชื่ออิราด อิราดมีบุตรชื่อเมหุยาเอล เมหุยาเอลมีบุตรชื่อเมธูชาเอล และเมธูชาเอลมีบุตรชื่อลาเมค ส่วนลาเมคได้ภรรยาสองคน คนหนึ่งชื่ออาดาห์ คนหนึ่งชื่อศิลลาห์ นางอาดาห์มีบุตรชื่อยาบาล เขาเป็นต้นตระกูลของคนที่อาศัยในเต็นท์และเลี้ยงสัตว์ น้องชายของเขาชื่อยูบาล เขาเป็นต้นตระกูลของคนที่มี ฝีมือดีดพิณเขาคู่และเป่าปี่ นางศิลลาห์มีบุตรชายด้วย ชื่อทูบัลคาอินเป็นช่างทำเครื่องมือทองสัมฤทธิ์และเหล็กต่างๆ ทูบัลคาอินมีน้องสาวชื่อนาอามาห์ ลาเมคพูดกับภรรยาของตนว่า “อาดาห์และศิลลาห์จงฟังเสียงของเรา ภรรยาลาเมคเอ๋ย จงสดับฟังถ้อยคำของเรา เราฆ่าชายคนหนึ่ง เพราะทำให้เราบาดเจ็บหนุ่มคนหนึ่ง เพราะตีเรา หากทำแก่คาอิน ต้องมีโทษเจ็ดเท่าแล้ว เมื่อทำแก่ลาเมคก็ต้องมีโทษเจ็ดสิบเจ็ดเท่า” (ปฐมกาล 4:17-23) ตั้งแต่อาดัมและเอวาเป็นต้นมาจนถึงก่อนลาเมค พระเจ้าได้สร้างให้อาดัมและเอวาเป็นสามีภรรยาคู่เดียว (monogamy) ทุกคนต่างเป็นสามีภรรยาเพียงคู่เดียว จนถึงลาเมคคนนี้ได้ทำบาปต่อพระเจ้าด้วยการมีภรรยาสองคน (polygamy) นอกจากนี้ ลาเมคทำตัวไม่กลัวบาป เขาเย่อหยิ่ง จองหอง อวดตัว เชื่อมั่นในตนเองด้วยการประกาศความยิ่งใหญ่ของตน เขาฆ่าคน ก็ไม่ถูกลงโทษ ถ้าใครลงโทษเขาต้องมีโทษถึงเจ็ดสิบเจ็ดเท่ามากกว่าที่พระเจ้ายกโทษให้คาอิน สายพันธุ์ของคาอินเป็นสายพันธุ์แรกของเชื้อบาปในโลก สายพันธุ์เรียกว่า บุตรของมนุษย์ หรือบุตรฝ่ายเนื้อหนัง ต่อมา ลูกหลานของคาอินที่เกิดมามากมาย มีสายอาชีพต่างๆกัน ได้แก่ กลุ่มหนึ่งทำอาชีพเกษตรกร เช่นทำนา ปลูกพืชผักต่างๆ กลุ่มหนึ่งทำอาชีพด้านบันเทิง เช่น นักร้อง นักดนตรี และอีกกลุ่มหนึ่งทำอาชีพช่างกล นักประดิษฐ์ นักค้นคว้า นักสร้างสรรค์ ถึงแม้จะเกิดมามีอาชีพต่างๆ แต่สายนี้เป็นสายของคนบาป อาชีพที่สายพันธุ์นี้ทำล้วนเป็นบาป เช่น เป็นเกษตรกร ก็ปลูกสิ่งที่เป็นอันตราย เช่น สารพิษต่างๆ ฝิ่น กัญชา ซึ่งเป็นสิ่งเสพย์ติด คนที่ทำด้านบันเทิง ก็ร้องเพลงที่ทำร้ายผู้อื่น ทำอนาจารต่างๆ แต่งตัวยั่วยุกามรมณ์ คนที่เป็นช่างกลก็สร้างอาวุธร้ายแรง สายพันธุ์คาอินจึงเป็นสายพันธุ์มนุษย์ฝ่ายเนื้อหนัง ต่อมา สายพันธุ์คาอินได้ผสมปะปน และไปแต่งงาน กับสายพันธุ์ของเสท ลูกชายอีกคนหนึ่งที่เกิดมาภายหลัง เป็นสายพันธุ์ซึ่งเชื่อฟังพระเจ้า หรือเรียกว่า สายพันธุ์ฝ่ายพระเจ้าหรือลูกหลานของพระเจ้า พระธรรมปฐมกาลเล่าว่า “มนุษย์เริ่มทวีมากขึ้นบนแผ่นดินและมีบุตรหญิง บุตรชายของพระเจ้าเห็นว่าบุตรหญิงของมนุษย์งามดี ก็เลือกละรับไว้เป็นภรรยา พระเจ้าจึงตรัสว่า “วิญญาณของเราจะไม่สถิตอยู่ในมนุษย์ตลอดกาล เพราะมนุษย์เป็นแต่เนื้อหนัง อายุของเขาจะไม่เกินร้อยยี่สิบปี” ในคราวนั้น มีคนเนฟิลคือ พวกมนุษย์ยักษ์ อยู่บนแผ่นดิน เมื่อบุตรพระเจ้าได้สมสู่อยู่กับบุตรหญิง ของมนุษย์และมีบุตร พวกนี้เป็นคนแกล้วกล้าในโบราณกาล เป็นคนมีชื่อเสียง พระเจ้าทรงเห็นว่าความชั่วช้าของมนุษย์มีมากบนแผ่นดิน และทรงเห็นว่าเค้าความคิดในใจของเขาล้วนเป็นเรื่อง ร้ายเสมอไป หรือมีคนชั่วมากกว่าคนดี พระเจ้าจึงเสียพระทัยที่ได้สร้าง มนุษย์ไว้บนแผ่นดินและโทมนัส พระเจ้าจึงตรัสว่า “เราจะกวาดล้างมนุษย์ที่ เราได้สร้างมานี้ไปเสียจากแผ่นดิน ทั้งมนุษย์สัตว์กับบรรดาสัตว์เลื้อยคลาน และนกในอากาศด้วย เพราะว่าเราเสียใจที่ได้สร้างมา” (ปฐมกาล 6:1-7) สรุปคือ สายพันธุ์ของคาอินจึงเป็นจุดเริ่มต้นของสายพันธุ์ของความบาปตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงปัจจุบัน