คำถามและคำตอบ

53 สวรรค์เปรียบเหมือนขุมทรัพย์หมายความว่าอย่างไร

คนเราทุกคนทำงานเพื่อสะสมทรัพย์สมบัติเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันจนถึงวัยชรา มีสักกี่คนที่คิดจะสะสมทรัพย์สมบัติในสวรรค์ ในสังคมปัจจุบันที่เราถูกควบคุม โดยเศรษฐกิจ ข้าวของแพงหรือถูกขึ้นกับความต้องการมากน้อยขนาดไหนของเรา ภาษาอังกฤษเรียกว่า Demand and Supply ในการค้าขาย ถ้ามีสิ่งของชิ้นหนึ่งและ ชิ้นเดียวที่ทุกคนอยากได้ ของนั้นจากราคาถูกจะกลายเป็นราคาแพง เพราะมีคนจำนวนมากต้องการสิ่งของชิ้นนั้น แต่พระเจ้ามีสมบัติที่หาค่ามิได้คือแผ่นดินสวรรค์ที่อยากจะมอบให้แก่ทุกคน แต่แปลกมากที่ว่า มีคนน้อยที่อยากได้ พระเยซูได้กล่าวเป็นคำอุปมาว่า แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ซ่อนไว้ในทุ่งนา เมื่อมีผู้ได้พบแล้วก็กลับซ่อนเสียอีก และเพราะความปรีดีจึงไปขายสรรพสิ่งซึ่งเขามีอยู่แล้วไปซื้อนานั้น (มัทธิว 13:44) พระเยซูไม่ได้บอกว่า ชายคนนี้รวยหรือจน แต่เขาพบขุมทรัพย์แล้ว เขาก็ดีใจมาก แต่ขุมทรัพย์นั้นอยู่ในนาที่มีเจ้าของแล้ว เขาคงคิดหนักว่าจะทำอย่างไร ในที่สุด เขาตัดสินใจจะไปหาเงินเพื่อจะไปซื้อที่นานั้น เพราะเขารู้ว่า ขุมทรัพย์นี้มรค่าที่สุด ไม่มีอะไรมีคุณค่ามากกว่านี้ ในทำนองเดียวกัน ถ้าสวรรค์เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดที่เราอยากได้ แต่สวรรค์มีเจ้าของคือพระเจ้า เราอยากได้ เราจะต้องเอาสิ่งต่างๆที่เรามีอยู่ในโลกนี้ เช่น เงินในธนาคาร รถ และบ้านที่มีอยู่ทั้งหมด มาซื้อหรือมาแลกกับสวรรค์ที่แพงมาก ไม่มีสิ่งใดจะมาซื้อหรือแลกได้ แต่พระเจ้าอยากจะมอบสวรรค์ให้เปล่าๆแก่มนุษย์นั้นโดยไม่ต้องซื้อขาย แต่สวรรค์เป็นที่ๆบริสุทธิ์ สิ่งที่เป็นเนื้อหนัง เช่น เงินในธนาคาร รถ บ้าน และแม้แต่ร่างกายของมนุษย์มีส่วนในสวรรค์ไม่ได้ พระเจ้าจะมอบให้เราต่อเมื่อเราต้องทิ้งสิ่งที่เป็นของเนื้อหนัง เช่น สิ่งของ เงินทอง และอื่นๆและให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเราก่อน ด้วยการเชื่อฟังพระเจ้า ถ้าเราอยากได้แผ่นดินสวรรค์เราก็ต้องเชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าต้องการชำระความบาปของเราเสียก่อนตั้งแต่บาป ซึ่งติดตัวมาจากอาดัมและเอวาจนถึงบาปที่เรากระทำอยู่ทุกๆวันก่อนที่เราจะไปสวรรค์ได้ แท้ที่จริงพระเจ้าได้ช่วยมนุษย์ทุกคนให้มีโอกาสไปสวรรค์ไปอยู่กับพระองค์ โดยการส่งพระบุตรคือพระเยซูคริสต์ลงมาบังเกิดในโลกนี้และมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ด้วยการหลั่งโลหิตออกมาชำระบาปของมนุษย์ทุกคน แทนเลือดสัตว์ต่างๆที่มนุษย์นำมาถวายบูชาเพื่อปกปิดบาปของมนุษย์ ดังนั้น มนุษย์ทุกคนได้รับการชำระบาปกำเนิดที่มาจากอาดัมและเอวา แต่มีอีกบาปหนึ่งซึ่งเกิดจากการกระทำของเนื้อหนังคือ การทำบาปของมนุษย์ในแต่ละวันทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว เช่นความอิจฉาริษยา ความโกรธ ความโลภ จนถึงการทำร้ายจิตใจและร่างกายผู้อื่น บาปนี้เรียกว่า บาปจากการกระทำ มนุษย์จึงต้องสารภาพความผิดบาป ต่อพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์ผู้เสด็จมาล้างบาปของเรา และเชิญพระเยซูคริสต์เข้ามาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา เมื่อบาปของเราถูกล้างหมด เราก็กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ เราจึงมีโอกาสกลับสู่สวรรค์ได้ การพบพระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นผู้พาเรากลับสวรรค์จึงเป็นขุมทรัพย์ที่มีคุณค่าที่สุด ให้เราแสวงหาขุมทรัพย์แห่งชีวิตนี้เถิด