คำถามและคำตอบ

52 คริสเตียนมีทูตสวรรค์ประจำตัวจริงหรือ

ทูตสวรรค์ประจำตัวเป็นทูตสวรรค์ซึ่งพระเจ้าทรงตั้งให้มาดูแลผู้ซึ่งเชื่อพระเจ้า หรือ คริสเตียน มีตัวอย่างในพระคัมภีร์ ตัวอย่างที่หนึ่ง คือ เมื่อพระเยซูได้ตรัสถึงทูตสวรรค์ประจำตัวของเด็กเล็กหรือผู้เล็กน้อยว่า “จงระวังให้ดี อย่าดูหมิ่นผู้เล็กน้อยเหล่านี้สักคนหนึ่ง ด้วยเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า ทูตสวรรค์ประจำตัวของเขาเฝ้าอยู่เสมอ ต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์” (มัทธิว 18:10) แสดงว่า เด็กทารกจนถึงเด็กเล็กที่ไร้เดียงสาซึ่งยังไม่รู้จักบาปมีทูตสวรรค์ประจำตัวทุกคน พระเจ้าได้มอบทูตสวรรค์มาดูแลเด็กเหล่านี้ จนกว่า เด็กเหล่านี้โตขึ้นแล้วรู้สำนึกผิดชอบ เริ่มรู้จักบาป พวกเขาไม่รู้จักพระเจ้าหรือปฏิเสธพระเจ้าหรือไม่เชื่อพระเจ้า ทูตสวรรค์ซึ่งเป็นทูตสวรรค์ของพระเจ้าก็จะจากพวกเขาไป ทูตสวรรค์ของพระเจ้าไม่สามารถดูแลพวกเขาต่อไป ตัวอย่างที่สอง คือ ลูกาได้เล่าถึงเหตุการณ์ซึ่งทูตสวรรค์ได้มาช่วยเปโตร ออกจากคุก และเปโตรได้เดินทางมาถึงตึกของมารีย์ มารดาของมาระโก ขณะที่พวกเขากำลังอธิษฐานอยู่ เปโตรได้มาเคาะประตู หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ โรดา มาฟังดูและจำได้ว่าเป็นเสียงของเปโตร และได้ไปบอกกับเขาทั้งหลาย เขาทั้งหลายจึงว่า “เป็นเทวทูตประจำตัวเปโตร” (กิจการ 12:15) แสดงว่า เขาทั้งหลายเชื่อว่า เปโตรมีทูตสวรรค์ประจำตัว แสดงว่า ผู้รับใช้ของพระเจ้าทุกคนที่รับใช้พระเจ้า เช่น ไปประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า พระเจ้าได้เตรียมทูตสวรรค์ให้พร้อมที่จะช่วยผู้รับใช้ของพระเจ้าในยามฉุกเฉิน ตัวอย่างที่สาม คือ พระธรรมสดุดี ได้กล่าวหนุนใจว่า “เพราะพระองค์จะรับสั่งเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ในเรื่องท่าน ให้ระแวดระวังท่านในทางทั้งปวงของท่าน” (สดุดี 91:11) แสดงว่า ไม่เพียงแต่เด็กเล็กๆ หรือผู้รับใช้ของพระเจ้า พระเจ้ามอบทูตสวรรค์ให้ดูแลผู้ที่เชื่อพระเจ้าทุกคน หรือ คริสเตียนทุกคน ทูตสวรรค์ร่วมทำงานกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในใจของคริสเตียนทุกคน แต่ถ้าคริสเตียนคนนั้นทิ้งพระเจ้า หรือดับพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือปฏิเสธ ไม่เชื่อพระเยซูคริสต์อีกต่อไป ทูตสวรรค์ก็จะออกจากผู้นั้นไป จากตัวอย่างข้างต้นแสดงว่า คริสเตียนทั้งหลายต่างก็มีทูตสวรรค์ประจำตัว ซึ่งพระเจ้าทรงประทานให้มาดูแลปกปักษ์รักษาให้ปลอดภัย แต่มีบางคนสงสัยว่า ถ้ามีทูตสวรรค์ประจำตัวดูแลอยู่ เหตุใดผู้เชื่อหรือ คริสเตียนยังถูกทดลอง ยังพบความยากลำบาก หรือเจ็บป่วย ความจริงก็คือ เราทั้งหลายเป็นคนบาป ความบาปได้เกาะอยู่ในพันธุกรรมของคนคนนั้น ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ จึงต้องตาบต่อบาป ความบาปทำให้เกิด แก่ เจ็บ ตาย เมื่อ เราทั้งหลายได้อาศัยอยู่ในโลกของความบาป การเกิดแก่เจ็บตายจึงเป็นสภาพที่ทุกคนต้องประสบ แต่ชีวิตนิรันดร์ของจิตวิญญาณที่พระเยซูคริสต์เสด็จมามอบให้แก่เรา เมื่อเราต้องจากโลกนี้ไป การมาเชื่อพระเจ้าไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่เจ็บป่วย หรือ ไม่แก่ หรือไม่ตาย แต่เราอยู่อย่างมีความหวังว่า โลกนี้เป็นที่อยู่ชั่วคราวแต่สวรรค์คือสถานที่อยู่ถาวรที่พระเจ้าจะทรงประทานให้ การดำเนินชีวิตของคริสเตียนอยู่ในความดูแลของพระเจ้า พระเจ้ามีจุดประสงค์ที่ดีสำหรับผู้เชื่อพระเจ้า หรือคริสเตียนทั้งหลาย ซึ่งเชื่อและวางใจในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า การผจญความยากลำบาก หรือปัญหาต่างๆของผู้เชื่อพระเจ้าหรือคริสเตียนเป็นการเสริมสร้างความเชื่อให้มั่นคงยิ่งๆขึ้น ยากอบได้หนุนใจเราทั้งหลายว่า “ดูก่อน พี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่า เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย” (ยากอบ 1:2-4) แต่สิ่งที่เราทั้งหลายมั่นใจได้ก็คือ พระวิญญาณบริสุทธิ์ และทูตสวรรค์ประจำตัวของเราจะสถิตอยู่กับเราตลอดชีวิตของเรา เราทั้งหลายพึงรู้ว่า ท่ามกลางความยากลำบากนั้น พระเจ้าทรงให้ทูตสวรรค์ประจำตัวจะนำพาเราให้พบกับสิ่งที่ดีที่สุดที่พระเจ้าทรงประทานแก่เราตามน้ำพระทัยของพระองค์ ถึงเราจะพบกับความยากลำบากในโลกนี้ ขอให้เราอย่าหวั่นไหว แต่จงตั้งมั่นคงในความเชื่อต่อองค์พระเยซูคริสต์เจ้าตลอดไป