คำถามและคำตอบ
51 รูปเคารพคืออะไร
รูปเคารพแปลว่า รูปภาพหรือรูปปั้นหรือรูปในจินตนาการ ที่บุคคลหนึ่งให้ความเคารพ แต่คนส่วนใหญ่ให้นิยามรูปเคารพเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนกราบไหว้กัน เช่นเทวรูปต่างๆซึ่งคนนับถือตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบัน เทวรูปตนแรกคือ นิมโรดเป็นลูกของคูช หลานของฮาม เหลนของโนอาห์ ในปฐมกาลเขียนว่า “คูชมีบุตรชื่อนิมโรด นิมโรดเริ่มเป็นคนแกล้วกล้าบนแผ่นดิน (หมายความว่า เขาประกาศศักดิ์ดาของเขาต่อหน้าคนในสมัยนั้น) นิมโรดเป็นพรานใหญ่ยิ่งต่อพระพักตร์พระเจ่า เพราะฉะนั้น จึงมีคำสุภาษิตว่า .เหมือนกับนิมโรดพรานใหญ่ยิ่งต่อพระพักตร์พระเจ่า” (ปฐมกาล 10:8-9) ความสามารถและความยิ่งใหญ่ของนิมโรดบันทึกไว้ในปฐมกาล 10:10-12 เขาสร้างเมืองสามเมืองในแผ่นแดน ชินาร์ อัส ได้แก่เมืองสำคัญเรียกว่า เมืองบาบิโลน และไปสร้างเมืองต่อในแผ่นดินอัสซีเรีย มีเมืองสี่เมือง แต่เมืองสำคัญคือ เมืองนีเนเวห์ แสดงว่า นิมโรด เป็นใหญ่ท้าทายพระเจ้า คนสร้างรูปเคารพของนิมโรดมากราบไหว้แทนพระเจ้า ในเวลาต่อมา นิมโรดคนนี้กับพลเมืองของเขาสร้างหอเบลให้สูงเทียมฟ้า ท้าทายพระเจ้า พระคัมภีร์บันทึกว่า “คนทั้งหลายทั่วโลกพูดภาษาเดียวกัน และมีศัพท์สำเนียงเดียวกัน เมื่อพากันอพยพไปทิศตะวันออก ก็พบทุ่งราบในแดนเมืองชินาร์ จึงตั้งหลักแหล่งอยู่ที่นั่น แล้วต่างคนต่างก็พูดกันว่า “มาเถิด เราจงทำอิฐ เผาให้สุกแข็ง” เขาจึงมีอิฐใช้ต่างหิน และมียางมะตอยใช้ต่างปูนสอ เขาทั้งหลายจึงว่า “มาเถิด เราจงสร้างเมืองขึ้นและก่อหอให้ยอดเทียมฟ้า ให้เราทำชื่อเสียงไว้ มิฉะนั้นเราจะต้องกระจัดกระจายไปทั่วพื้นแผ่นดิน” พระเจ้าเสด็จลงมาทอดพระเนตรเมือง และหอที่มนุษย์ก่อสร้างขึ้นนั้น 6แล้วพระเจ้าตรัสว่า “ดูเถิด คนเหล่านี้เป็นชนชาติเดียว มีภาษาเดียว นี่เป็นเพียงเบื้องต้นของสิ่งที่เขาจะทำ และเขาตั้งใจจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น มาเถิดเราจงลงไป ทำให้ภาษาของเขาวุ่นวายต่างกันไป อย่าให้เขาพูดเข้าใจกันได้” พระเจ้าจึงทรงทำให้เขา กระจัดกระจายจากที่นั่นไปทั่วพื้นแผ่นดิน คนเหล่านั้นก็เลิกสร้างเมืองนั้น เหตุฉะนี้จึงเรียกเมืองนั้นว่า บาเบลคล้ายคำ “บาลัล” ในภาษาฮีบรู แปลว่า วุ่นวาย เพราะว่าที่นั่นพระเจ้า ทรงทำให้ภาษาของเขาวุ่นวายไป และพระเจ้าทรงทำให้พวกเขากระจัดกระจาย ไปทั่วพื้นแผ่นดิน พระเจ้า (อีโลฮิม) จึงต้องลงมา พวกเขาถูกกระจัดกระจายไป ทั่วแผ่นดินซึ่งแยกออกจากกัน ต้องแยกย้ายครอบครัวออกจากกันและไปอยู่ในที่ต่างๆ หรือในทวีปต่างๆ ต่อๆมา คนมีอำนาจในแผ่นดินต่างทำตัวยิ่งใหญ่ให้คนนับถือ ปั้นรูปมาให้คนกราบไหว้ พอคนคนนี้ตายไป เขาก็ถูกยกย่องให้เป็นพระต่างๆและปั้นรูปของเขาเหล่านั้นมากราบไหว้ ต่อมา มนุษย์เป็นจำนวนมากยังนับถือรูปในความจินตนาการของเขา เช่นสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า เช่น ดวงดาวต่างๆ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระดาวจระเข้ โดยยกย่องให้เป็นศักดิ์สิทธิ์ คนบางกลุ่มก็กราบไหว้สิ่งต่างๆในแผ่นดินหรือใต้แผ่นดิน เช่น จะเห็นได้จากการ ที่มีการกราบไหว้พระแห่งภูเขาไฟ พระแม่คงคา พระแห่งต้นไม้ ตลอดจนยกย่องสัตว์ต่างๆ ปั้นรูปมากราบไหว้สัตว์ เช่น พระโค (วัว) พระลิง พระช้าง และอื่นๆ เป็นต้น พระดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาตามที่เห็นและตามจินตนาการของมนุษย์ ในสดุดี บทที่ 115:4-8 เขียนว่า “รูปเคารพของเหล่านั้นเป็นเงินและทองคำเป็นหัตถกรรมของมนุษย์ รูปเหล่านั้นมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่ดูไม่ได้มีหู แต่ฟังไม่ได้ยิน มีจมูก แต่ดมไม่ได้ มีมือ แต่คลำไม่ได้ มีเท้า แต่เดินไม่ได้รูปเหล่านั้นทำเสียงในคอไม่ได้ ผู้ที่ทำรูปเหล่านั้นจะเป็นเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปเหล่านั้นก็เช่นกัน”
มีรูปเคารพอีกประเภทหนึ่ง รูปตนเอง คือทำตนเองให้เป็นรูปเคารพให้แก่ตนเอง ตนเองต้องเป็นหนึ่งเสมอ บางคนบูชาตนเองด้วยการสร้างภาพให้คนนับถือ ให้คนเกรงกลัว ให้คนรัก ทำตนเองให้โดดเด่น คนคนนี้จะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว สนใจตนเอง เมื่อสร้างภาพตนเองให้คนรักหรือนับถือไม่ได้ ผลตามมาคือ กลายเป็นคนซึมเศร้า ถ้าเป็นมาก อาจทำร้ายตนเองและผู้อื่นได้
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นรูปเคารพที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่มีพระผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งซึ่งไม่ได้ถูกสร้างโดยมนุษย์ที่เราเรียกว่า “พระเจ้า” พระองค์อยู่นอกกาลเวลาและสถานที่ พระเจ้าองค์นี้เป็นผู้ทรงสร้างสิ่งสารพัดทั้งหลายรวมทั้งมนุษย์ด้วย เราจึงควรกราบไหว้พระผู้สร้างคือ พระเจ้า ไม่ใช่ไปกราบไหว้สิ่งที่ถูกสร้าง คริสเตียนจึงกราบไหว้พระเจ้าได้แก่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นถูกสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงรวมทั้งมนุษย์
แม้แต่คริสเตียนบางกลุ่มยังทำรูปเคารพมากราบไหว้ เมื่อในอดีตภายหลังจากที่พระเยซูคริสต์ได้เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ คริสเตียนใหม่จำนวนหนึ่งยังติดนิสัยดั้งเดิมในการกราบไหว้เทวรูปเช่น ชาวโครินธ์ พวกเขาจึงนับถือทั้งพระเยซูคริสต์และเทวรูปต่างๆด้วย นอกจากนั้น ก็มีพระทางศาสนาในอดีตปั้นรูปพระเยซู พระแม่มารีย์ พระนักบุญต่างๆ ขึ้นมากราบไหว้กัน อัครทูตเปาโลจึงได้เขียนจดหมายตักเตือนพี่น้องคริสเตียนในสมัยนั้น ดังที่พบในหนังสือ 1 โครินธ์ บทที่ 10 ข้อ 14 ว่า “ดูก่อนท่านที่รัก เหตุฉะนั้น ท่านจงหลีกเลี่ยงเสียจากการนับถือรูปเคารพ” ดังนั้น การที่เรามีรูปพระเยซู รูปไม้ กางเขนไว้ที่บ้านหรือติดตัวไว้เป็นที่ระลึกถึงก็ไม่ผิดอะไร แต่อย่าเอาไว้กราบไหว้ก็จะกลายเป็นความบาปไป แม้แต่รูปพระเยซูก็เกิดจากการจินตนาการของมนุษย์ เพราะไม่มีใครทราบว่าพระเยซูคริสต์มีหน้าตาอย่างไร พี่น้องที่รัก พระเยซูคริสต์ชึ่งเป็นพระเจ้าเสด็จมาในโลกมนุษย์เพื่อบอกให้มนุษย์มารู้จักและเชื่อพระเจ้าที่เที่ยงแท้ พระเจ้าของเราอยู่ทุกหนทุกแห่ง และมีพระชนม์อยู่ชั่วนิรันดร์กาล ขอให้เรามากราบไหว้พระผู้สร้างคือพระเจ้าที่เที่ยงแท้พระองค์เดียว แต่อย่าไปกราบไหว้พระหรือวัตถุที่ถูกสร้างเลย เพราะไม่มีประโยชน์อันใดเลย ขอพระเจ้าอวยพระพรแก่ทุกท่าน