คำถามและคำตอบ

48 ตายแล้วไปไหน

คนไทยมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า เมื่อคนตายลง ยมบาลจะมารับเขาไปสู่ยมโลก ไปใช้กรรมชั่วที่กระทำขณะที่อยู่ในโลก เขาจะถูกทรมานตามระดับความชั่วที่เขาได้กระทำ หลังจากที่เขาได้ใช้กรรมชั่วหมดแล้ว เขาจะไปอีกสถานที่หนึ่งซึ่งมีแต่ความสงบสุข หลังจากที่ใช้หนี้กรรม(ชั่วและดี)หมดแล้ว เขาจะ ถูกกำหนดให้ไปเกิดใหม่อีกครั้งตามความเชื่อเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิด เขาจะไปเกิดเป็นอะไรแล้วแต่บุญหรือกรรมที่ กระทำมาในชาติก่อน สรุปคือไม่ว่าคนทำดีหรือทำชั่ว ยมบาล ต้องมารับไปสู่ยมโลก ตัวอย่างเช่น นาย ก. เป็นคนร้ายไปฆ่า นาย ข. เป็นคนดี และนาย ก. ก็ถูกตำรวจยิงตาย ทั้งนาย ก. และนาย ข. ก็ต้องไปพบกันในยมโลก เพราะทั้งนาย ก.และ นาย ข. ต่างก็เคยทำบาปมาทั้งสิ้น เพียงแต่นาย ก.ชั่วกว่านาย ข. ตามมาตรฐานของโลก นอกจากนี้คนชั่วที่เชื่ออย่างนี้ เขาก็ไม่กลัวบาป เพราะถึงอย่างไรก็ต้องไปยมโลกอยู่ดี และในที่สุดเขาก็จะไปเกิดใหม่เป็นอะไรก็ได้ ความเชื่อแบบนี้มีข้อ สงสัย คือทุกวันนี้มนุษย์ใช้มาตรฐานทางโลกในการตัดสินว่า ใครเป็นคนดีหรือคนชั่ว เช่น ตำรวจที่ยิงนาย ก. ซึ่งเป็นผู้ร้ายตาย ตามกฎหมายเขาไม่ผิด และสังคมยังยกย่องตำรวจนั่นว่าเป็นคนดี แต่ตามกฎแห่งธรรมะไม่ว่าจะเป็นศาสนาไหน เขาทำผิดเพราะเขาได้ฆ่าคน ตามความเชื่อข้างต้นยมบาลต้องมารับ เขาไปยมโลกใช้กรรมที่เขาได้ฆ่าคน เพราะยมบาลมีหน้าที่ตัดสินแต่กรรมชั่ว เมื่อใช้กรรมชั่วหมดแล้ว ยมบาลก็นำไปปล่อยนอกยมโลก แล้วใครมารับต่อจากยมบาลเมื่อใช้กรรมดีหมดแล้ว ใครเล่าเป็นผู้ตัดสินว่าเขาจะไปเกิดเป็นอะไร นั่นแสดงว่าจะมีผู้กุมชะตาของมนุษย์ หรือสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ผู้นั้นคือใคร ถ้าไม่ใช่พระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกตลอดจนสรรพสิ่งทั้งปวง นอกจากนี้ ท่านรู้ว่าถึงท่านจะทำความดีตามมาตรฐานโลก ท่านก็ยังทำบาปมากกว่าทำความดี ตราบใดที่ท่านยังอยู่ในเนื้อหนัง ความโลภ โกรธ หลง กิเลสตัณหา ล้วนเป็นบาปทั้งสิ้น และท่านทำอยู่ทุกวัน ทุกวันนี้ท่านได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เพียงใด ท่านช่วยคนอดอยาก ทำบุญทำทานทุกวันหรือไม่ สรุป คือชาติหน้าของท่านต้องไปเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าตาม มาตรฐานของโลกและของธรรมะแน่นอน ในความเชื่อของคริสเตียน พระเยซูคริสต์ซึ่งได้ลงมาจากสวรรค์ได้ตรัสกับท่านว่า “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดา เรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหน ท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย และท่านรู้จักทางที่เราจะไปนั้น” (ยอห์น 14:1-4) พี่น้องที่รักเมื่อท่านมาเชื่อพระเยซูคริสต์ ท่านไม่ถูกตัดสินตามมาตรฐานของโลกหรือของศาสนาต่างๆอีกแล้ว แต่ท่านจะถูกตัดสินตามมาตรฐานของพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์ พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว” (มัทธิว 28:18) ในวันสุดท้าย อัครสาวกยอห์นได้บันทึกในพระธรรมวิวรณ์ 20:11-12 ว่า “ข้าพเจ้าได้เห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาวและเห็นท่าน (พระเยซู คริสต์) ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น เมื่อพระองค์ทรงปรากฎ แผ่นดินโลกและท้องฟ้าก็หายไป และไม่มีที่อยู่สำหรับแผ่นดินโลกและท้องฟ้าเลย ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้วทั้งผู้ใหญ่ และผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้นและหนังสือต่างๆก็เปิดออก หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือ หนังสือชีวิต และผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหมดก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น และตามที่เขาได้กระทำ” พี่น้องที่รัก ในขณะนี้พระเจ้ายังให้โอกาสแก่ท่าน “เพราะว่า พระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ส่วนผู้ที่มิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขา มิได้วางใจในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า” (ยอห์น 3:16-18) ดังนั้นโอกาสของท่านอยู่ที่เวลานี้หรือวันนี้ อย่าผลัดวันถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาเมื่อใด โอกาสก็จะหมดไป อย่าลืมว่าถ้าท่านต้องจากโลกนี้ไปในเวลานี้ ท่านอยากจะให้ยมบาลมารับท่านไปนรกหรือ พระเยซูคริสต์มารับท่านไปสวรรค์ ขอพระเจ้าโปรดช่วยท่านให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ท่าน