คำถามและคำตอบ
37 ความดีช่วยท่านได้จริงหรือ
ความดี คือ การกระทำให้ผู้อื่นเป็นสุข จะเป็นด้วย กิริยา วาจา และใจ เช่นการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการกระทำ ให้เงินช่วยเหลือ ออกแรงช่วยทำงาน การพูดจาไพเราะอ่อนหวาน หนุนใจผู้อื่น หรือ การมีใจที่ดีสงสารผู้อื่น เป็นต้น คนจำนวนมากคิดว่า การกระทำความดีจะช่วยหนุนให้เขาทั้งหลายมีชีวิตที่ดีกว่าในโลกหน้า โดยเฉพาะด้วยความเชื่อที่ว่า ความดี และความชั่วหักล้างกันไม่ได้ ในขณะที่ความชั่วเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เขาทั้งหลายก็พยายามสร้างความดีให้ปรากฏมากที่สุด เพื่อว่าในโลกหน้า เขาทั้งหลายจะมีโอกาสพบความสุขมากกว่าความทุกข์ ดังนั้น เมื่อเขาตายลง วิญญาณของเขาออกจากร่างไป วิญญาณได้นำกรรมชั่วและกรรมดีติดไปด้วย มีสถานที่ 2 แห่งที่วิญญาณต้องไปอยู่คือ นรก และสวรรค์ ถ้าวิญญาณของเขาเลือกได้ เขาคงเลือกไปสวรรค์มากกว่าไปนรก แต่วิญญาณต้องไปนรก เพราะกรรมชั่วของเขา แต่กรรมชั่วเป็นการกระทำ ไม่ใช่ผู้ตัดสิน ตัวอย่าง คนคนหนึ่ง ทำผิดด้วยการไปฆ่าผู้อื่น เขาเสียใจที่ทำผิด แต่เขาจะเดินเข้าไปในคุก เพื่อใช้กรรมชั่วของเขาหรือ คำตอบที่แท้จริง คือ ตำรวจไปจับเขาเข้าไปในคุก เช่นเดียวกัน กรรมชั่วไม่ได้พาวิญญาณของเขาไปนรก ยมบาลต่างหากไปจับวิญญาณของเขาไปใช้กรรมในนรก ยมบาลเป็นผู้ตัดสินว่า วิญญาณของเขาจะรับโทษจากกรรมชั่วของเขามากน้อยเพียงใด เมื่อชดใช้กรรมชั่วโดยเรียบร้อยแล้ว เขาจะถูกปล่อยออกจากนรก เช่นเดียวกัน ความดีก็พาเขาไปสวรรค์ไม่ได้ เพราะความดีไม่มีอำนาจหน้าที่มาพาวิญญาณของเขาไปสวรรค์ นอกจากเจ้าของสวรรค์มาพาไป เจ้าของสวรรค์ก็คือ พระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน (ปฐมกาล 1:1) ดังนั้นมนุษย์ทั้งหลายจึงมีทางเลือกว่าจะนับถือ ผี หรือยมบาล ซึ่งเป็นเจ้าของนรก หรือรูปเคารพซึ่งเป็นเจ้าของที่ในโลก หรือนับถือพระเจ้าซึ่งวเป็นเจ้าของสวรรค์
สรุปคือ คนใดซึ่งนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด วิญญาณของเขาจะไปอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น สำหรับคริสเตียนซึ่งนับถือ พระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นพระเจ้า ก็จะไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่ม่เราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหน ท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย และท่านรู้จักทางที่เราจะไปนั้น” (ยอห์น 14:1-4) “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา” (ยอห์น 14:6) ดังนั้นพระเยซูคริสต์ทรงสั่งให้คริสเตียนทั้งหลายไปประกาศข่าวประเสริฐ พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:18-20)
พี่น้องที่รัก ความดีช่วยท่านไม่ได้ พระเยซูคริสต์เท่านั้นซึ่งจะช่วยท่านได้ จงเชื่อเถิด แล้วพระองค์จะทรงมอบแผ่นดินสวรรค์แก่ท่านตามที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับผู้เชื่อทั้งหลาย