คำถามและคำตอบ

36 คริสเตียนดำเนินชีวิตอย่างไร

ความจริง 4 ประการซึ่งเวียนว่ายอยู่ในวัฏจักรของชีวิตได้แก่ 1) การทนทุกข์ทรมาน โรคภัยไข้เจ็บซึ่งเข้ามาเยือนเป็นระยะๆ 2) ความเศร้าโศก การสูญเสียคนรักหรือสิ่งที่รักไป 3) ความผิดหวัง การเสียใจกับการไม่สมหวัง 4) การถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม การข่มเหงร่างกายและจิตใจ ความจริง 4 ประการนี้เกิดขึ้นกับทุกๆคนตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มีผู้แสวงหาทางหลุดพ้นความจริง 4 ประการ เช่นการหาทางดับทุกข์ การหลบหนีไปอยู่ในสถานที่สงบ หรือการบวชในศาสนาต่างๆ สำหรับคริสเตียนนั้น พระคัมภีร์สอนให้เรากล้าและพร้อมที่จะเผชิญกับความจริง 4 ประการนี้ตราบใดที่เรายังดำเนินชีวิตอยู่ในโลกฝ่ายเนื้อหนัง พระเยซูคริสต์ต้องการตรัสกับเราว่า ไม่ว่าเราจะทนทุกข์ทรมาน เศร้าโศก ผิดหวัง หรือถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม เราก็เป็นสุข เพราะเราจะได้รับพระพรจากพระองค์ ดังนั้นชีวิตคริสเตียนจึงมีชีวิตอยู่กับการนับพระพร เมื่อเรามองย้อนหลังกลับไปในอดีต ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ให้เราอย่ามองความทุกข์ที่บั่นทอนสันติสุขที่พระเจ้าได้ทรงมอบให้แก่เรามากมาย อาจารย์เปาโลได้พบกับความทุกข์ยากต่างๆ แต่ท่านยังกล่าวว่า “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่า ข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือ ลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัลในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบนให้เราไปรับ” (ฟิลิปปี 3:13-14) อาจารย์เปาโลได้นำประสบการณ์ของท่านมาสอนคริสเตียนให้ดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความสว่างของโลก ดังนั้นคริสเตียนจึงควรดำเนินชีวิตอย่างลูกของพระเยซูคริสต์ อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “เหตุฉะนั้น ท่านจงเลียนแบบอย่างพระเจ้าให้สมกับเป็นบุตรที่รัก” (เอเฟซัส 5:1) อาจารย์เปาโลได้แนะนำให้คริสเตียนดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่างซึ่งประกอบด้วย 3 อย่างด้วยกัน 1) จงดำเนินชีวิตในความรัก เหมือนดังที่พระคริสต์ได้ทรงรักท่านเราทั้งหลาย และทรงประทานพระองค์เองเพื่อเราให้เป็นเครื่องถวายและเครื่องบูชาอันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า (เอเฟซัส 5:2) เมื่อเรามีความรัก เราก็รู้จักเสียสละและให้อภัยด้วย 2) จงดำเนินชีวิตที่ประกอบด้วยความดีและความชอบธรรม อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่างด้วยว่าผลของความสว่าง คือ ความดีทุกอย่างและความชอบธรรมทั้งมวลและความจริงทั้งสิ้น” (เอเฟซัส 5:8) นั่นคือจงทำดีทุกอย่างต่อผู้อื่น จงรักษาพระธรรมทั้งมวลของพระเจ้า และผจญกับความจริงทั้งสิ้นได้ 3) จงดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา อาจารย์เปาโลแนะว่า “เหตุฉะนั้น ท่านจงระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา (เอเฟซัส 5:15) เมื่อเรามีปัญญาของพระเจ้า เราก็สามารถเผชิญกับความจริงของชีวิต เราจะคิดก่อนทำ และเราจะชนะอุปสรรคต่างๆได้ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เราทุกคนซึ่งดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่างตลอดไป