คำถามและคำตอบ
35 พิธีมหาสนิทคืออะไร
พิธีมหาสนิทเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระเยซูคริสต์ได้ทรงสั่งให้คริสเตียนทั้งหลายกระทำ เพราะพิธีนี้เป็นการสรุปภารกิจทั้งสิ้นของพระเยซูคริสต์ตั้งแต่เริ่มต้นของการทรงสร้างมนุษย์จนถึงวาระสุดท้ายของมนุษย์ นั่นคือ ภารกิจของพระเยซูคริสต์เสด็จมาในการช่วยกู้มวลมนุษย์จากบาป ซึ่งนำไปสู่ความตายจนถึงความรอดซึ่งนำไปสู่ชีวิตนิรันดร์ พิธีมหาสนิท จึงเป็นพิธีซึ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคริสเตียน อาจารย์เปาโลได้เล่าถึงพิธีมหาสนิทในพระธรรม 1 โครินธ์ 11: 23-26 พระธรรมตอนนี้มีคำซึ่งสำคัญมากอยู่ 7 คำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระเยซูคริสต์และความรอดของเรา
คำที่หนึ่ง คือ ขอบพระคุณ
เมื่ออาดัมและเอวาได้กระทำบาปต่อพระเจ้า บาปได้มาเกาะจับร่างกายของคนทั้งสอง แต่พระองค์ทรงรักและเมตตามนุษย์ซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นมา พระองค์ได้ฆ่าสัตว์ซึ่งไม่มีมลทิน พระคัมภีร์เขียนว่า “พระเจ้าทรงทำเสื้อด้วยหนังสัตว์ให้อาดัมกับเอวาสวมปกปิดกาย” (ปฐมกาล 3:21) นั่นคือ กายที่มีเลือดของสัตว์ซึ่งปราศจากมลทินหรือบาปมาปกปิดความบาปของมนุษย์ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการถวายสัตวบูชาเพื่อไถ่ความบาป หลังจากนั้น พระเจ้าทรงมีแผนการที่จะส่งพระบุตร คือ พระเยซูคริสต์มาชำระความบาปของมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ได้รับความรอด ในพระคัมภีร์เดิม 39 เล่มจึงเป็นการตระเตรียมพระเยซูคริสต์ให้มาบังเกิดในโลกนี้ พระคัมภีร์เดิมได้ทำนายถึงเหตุการณ์ต่างๆซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลก เช่น ทำนายถึงการประสูติ การดำเนินชีวิต การสิ้นพระชนม์ ตลอดจนการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ และยังมีการแสดงตัวอย่างของชีวิตพระเยซูในโลกนี้ เช่น เรื่องราวของโมเสสกับการช่วยกู้ชนชาติอิสราเอลออกจากการเป็นทาสที่ประเทศอียิปต์ และนำเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน เป็นตัวอย่างของการช่วยกู้มวลมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ ดังนั้นในพิธีมหาสนิท สิ่งแรกที่คริสเตียนต้องกระทำคือ ขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงมีพระคุณต่อเรา
คำที่สอง คือ ขนมปัง
ขนมปัง ต้องเป็นขนมปังที่ไม่มีเชื้อปราศจากมลทิน ขนมปังเล็งถึงพระกายของพระเยซูคริสต์ ซึ่งมาแทนกายของสัตว์ซึ่งปกปิดร่างของอาดัมกับเอวา
ในปฐมกาล พระกายของพระเยซูคริสต์ได้ปกปิดความบาปของมนุษย์เอาไว้ ในข้อที่ 24 กล่าวว่า “ครั้นขอบพระคุณแล้ว จึงทรงหัก แล้วตรัสว่า นี่เป็นกายของเราซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา” พระกายของพระเยซูคริสต์ต้องหักออก หรือฉีกออกเป็นส่วนๆ เพื่อมาปกปิดความบาปของมนุษย์ทั้งหลาย ให้เราคิดดูว่า เนื้อที่ถูกฉีกนั้นเจ็บปวดเพียงใด วิธีการฉีกเนื้อของทหารโรมัน ก็คือ เอาหวายเฆี่ยนร่างกายของพระเยซู จนหนังหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ เนื้อแต่ละชิ้นที่หลุดออกเอามาคลุมกายของมนุษย์ทั้งหลายซึ่งเป็นคนบาป ถึงจะเจ็บปวดแสนสาหัสอย่างไร พระองค์ทรงยอมทุกสิ่งเพื่อพระเจ้าพระบิดาซึ่งเป็นองค์บริสุทธิ์จะไม่เห็นความบาปของเรา มากยิ่งกว่านั้น พระเยซูคริสต์ทรงให้เรารับประทานพระกายของพระองค์ การรับประทานพระกายของพระเยซูคริสต์ก็เพื่อให้กาของพระเยซูมาสร้างแทนกายของมนุษย์ กายของมนุษย์จึงกลายเป็นกายใหม่ของพระเยซู ต่อแต่นี้ไป กายของมนุษย์ได้กลายเป็นกายซึ่งไม่มีบาปอีกต่อไป แต่ก่อนที่พระเยซูคริสต์เสด็จมา กายของสัตว์เพียงแค่ปกคลุมความบาปของมนุษย์ไว้ แต่มนุษย์กลับสู่สวรรค์ไม่ได้ เพราะความบาปเพียงแค่ถูกปกคลุมเท่านั้น อาจารย์เปาโลกล่าวว่า เนื้อและเลือดจะมีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ และสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยจะมีส่วนในสิ่งซึ่งไม่รู้จักเน่าเปื่อยก็ไม่ได้ (1 โครินธ์ 15:50) แต่เมื่อพระเยซูคริสต์ได้ให้รับประทานพระกายของพระองค์ด้วย กายของมนุษย์จึงได้กลายเป็นกายใหม่ นั่นหมายความว่า เมื่อเราจากโลกนี้ไป เราจะได้รับกายใหม่ (Spiritual body) คือ กาpวิญญาณ กายวิญญาณของเราจึงเป็นกายซึ่งจะเข้าไปสู่แผ่นดินสวรรค์ได้
คำที่สาม คือ น้ำองุ่น
น้ำองุ่น เล็งถึงพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ซึ่งหลั่งออกมาชำระความบาปของเราแทนเลือดของสัตว์ที่นำมาถวายบูชาในยุคพระคัมภีร์เดิมก่อนพระบุตรหรือพระเยซูคริสต์จะเสด็จมา โดยธรรมชาติเลือดเป็นแหล่งชีวิต ถ้าไม่มีเลือดเราก็ตาย เลือดของเราเป็นเลือดของความบาป พระเยซูคริสต์ต้องการให้เรารับประทานพระโลหิตของพระองค์ เพราะเป็นเลือดที่บริสุทธิ์ พระเยซูต้องการไถ่เลือดของพระองค์เข้าแทนเลือดแห่งความบาปของเรา เราจึงมีชีวิตใหม่และเป็นชีวิตนิรันดร์ พระเยซูตรัสว่า “ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเราก็มีชีวิตนิรันดร์” และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย เพราะว่าเนื้อของเราเป็นอาหารแท้ และโลหิตของเราก็เป็นของดื่มแท้ ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา ผู้นั้นก็อยู่กับเราและเราอยู่กับเขา พระบิดาผู้ทรงดำรงพระชนม์ได้ทรงใช้เรามา และเรามีชีวิต เพราะพระบิดานั้นฉันใด ผู้ที่กินเรา ผู้นั้นก็จะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น นี่แหละเป็นอาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์ ไม่เหมือนกับอาหารที่พวกบรรพบุรุษได้กินและสิ้นชีวิต ผู้ที่กินอาหารนี้จะมีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 6:54-58)
คำที่สี่ คือ ถ้วย
ในข้อ25 “เมื่อรับประทานแล้วพระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกันตรัสว่า ‘ถ้วยนี้ คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา’” พันธสัญญาใหม่แปลว่า สัญญาที่พระเจ้าทำกับเราใหม่ มาทดแทนพันธสัญญาเก่าซึ่งพระเจ้าได้ทรงทำไว้กับอับราฮัมและชนชาติอิสราเอล เพื่อให้มนุษย์ได้รับความรอด พันธสัญญาเก่าได้แก่
1) ทำพิธีสุหนัต
2) ถวายสัตวบูชาไถ่บาป
3) ปฏิบัติตามพระบัญญัติต่างๆที่พระเจ้าทรงสั่งไว้
ก่อนที่พระเยซูคริสต์เสด็จมา คนยิว ต้องปฏิบัติสามอย่างข้างต้นจึงจะได้รับความรอด ส่วนพันธสัญญาใหม่ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ คือ พระเยซูคริสต์มาสิ้นพระชนม์ เอาโลหิตของพระเยซูคริสต์มาล้างบาปของมวลมนุษย์แทนพิธีและกฎต่างๆตามพันธสัญญาเก่า ดังนั่น ถ้าเรายอมรับพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ เราก็จะรอด พระเยซูตรัสว่า “ถ้วยนี้ คือพันธสัญญาใหม่โดยโลหิตของเรา” (1 โครินธ์ 11:26) ความหมายของถ้วยก็คือ ถ้วยนี้ใส่น้ำองุ่น คือพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ซึ่งบริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน สมมติว่า เลือดของเราเป็นพิษจากความบาปของเรา เรียกว่า เลือดบาป เรามาขอให้พระเยซูคริสต์ชำระเลือดบาปของเรา พระองค์เทพระโลหิตของพระองค์จากถ้วยนี้เข้าไปในเส้นเลือดของเรา และถ่ายเลือดบาปของเราออกจากร่างกายของเรา ขณะนี้ร่างกายของเรา รับพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ซึ่งบริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน เราจึงได้รับความรอดโดยพระโลหิตของพระองค์ นี่คือความหมายที่แท้จริงของพิธีมหาสนิท