คำถามและคำตอบ
30 พระเจ้าอยู่ที่ไหนในยามที่เรายากลำบาก
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2004 ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่ชายฝั่งของเกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซีย ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เป็นเหตุให้คนเสียชีวิตมากกว่า 1 แสน 5 หมื่นคน มีคนคนหนึ่งได้ตั้งคำถามว่า “พระเจ้าอยู่ที่ไหน ถ้าพระเจ้าทรงรักมนุษย์จริง ทำไมพระเจ้าทรงอนุญาตให้เหตุการณ์ร้ายแรงนี้เกิดขึ้น คำตอบก็คือ พระเจ้าทรงอยู่ที่นี่กับเรา และพระองค์ทรงรักเราไม่เปลี่ยนแปลง แต่การที่พระเจ้าไม่ได้หยุดคลื่นยักษ์สึนามิ เป็นสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจ แต่พระคัมภีร์ได้เปิดเผยให้เราได้ทราบถึงความจริงแห่งชีวิตของมนุษย์ในโลกนี้ เมื่อพระเจ้าสร้างมนุษย์คู่แรก พระเจ้าได้ทรงให้มนุษย์อาศัยอยู่ในสวนอีเดน พระเจ้าทรงประทานผลไม้จากต้นไม้แห่งชีวิตให้รับประทาน เพื่อว่ามนุษย์จะมีชีวิตชั่วนิรันดร์โดยไม่ตาย และลูกหลานซึ่งเกิดมาจากอาดัมและอีวา ก็จะมีชีวิตชั่วนิรันดร์ ดังนั้นมนุษย์มีแต่เกิด แต่ไม่เจ็บ แก่หรือตาย แต่เมื่ออาดัมและอีวาได้ทำบาปต่อพระเจ้า ความบาปทำให้มนุษย์ต้องออกจากสวนอีเดน ทำให้ไม่มีโอกาสรับประทานผลไม้จากต้นไม้แห่งชีวิตเป็นผลให้ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เกิดความเจ็บป่วย ความแก่ และในที่สุดความตาย ดังนั้นความตายจึงเป็นปรากฎการณ์ของความบาปซึ่งติดตัวมาของมนุษย์ และมนุษย์หลีกเลี่ยงความตายไม่ได้ การที่คลื่นยักษ์สึนามิคร่าชีวิตมากมาย จึงกล่าวโทษพระเจ้าไม่ได้ เพราะความบาปซึ่งติดอยู่ในชีวิตของมนุษย์ได้กำหนดชีวิตของแต่ละคนว่า จะเกิดและเจ็บป่วยอย่างไร จะมีอายุยืนยาวเท่าใดก่อนจะตาย พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างสรรพสิ่ง พระองค์ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ดาวิดได้กล่าวสดุดีต่อพระเจ้าว่า “พระเนตรของพระองค์ทรงเห็นส่วนประกอบของข้าพระองค์ วันทั้งหลายทุกๆวันที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้นก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์ เมื่อครั้นยังไม่เกิดวันนั้นเลย” (สดุดี 139:16) นั่นแสดงว่า พระองค์ทรงดูและเราตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ร่างกายและจิตใจนั้นเกิดจากผงคลีดินและต้องเปื่อยเน่ากลับไปเป็นดิน ส่วนจิตวิญญาณเป็นลมปราณของพระเจ้า ซึ่งจะยังดำรงอยู่เมื่อมนุษย์ตายไป พระเจ้าทรงต้องการให้มนุษย์ได้รับความรอด คือมีชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์กับพระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ พระเยซูคริสต์จึงได้เสด็จมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อให้โลหิตของพระองค์มาชำระความบาป ซึ่งติดตัวมาของเราให้หมดสิ้นไป “และพระองค์ทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา และไม่ใช่แต่บาปของเราพวกเดียว แต่ของมนุษย์ทั้งปวงในโลกด้วย” (1 ยอห์น 2:2) ถึงแม้บาปที่ติดตัวมาจะได้รับการชำระจนหมดสิ้นทุกคน แต่ความบาปซึ่งสร้างขึ้นใหม่จากเนื้อหนังเป็นเหตุให้เราต้องตายเช่นกัน ดังนั้น เราจึงต้องสารภาพความผิดบาปต่อพระเยซูคริสต์และเชื่อพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา แล้วจิตวิญญาณของเราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ ส่วนร่างกายและจิตใจซึ่งเน่าเปื่อยไป พระองค์จะทรงประทานกายวิญญาณซึ่งไม่ตายอีกแก่มนุษย์ทุกคนซึ่งเชื่อพระองค์ (1 โครินธ์ 15:35-52)
ดังนั้นสำหรับคริสเตียน การตายของร่างกาย คือ การหลับ (1 เธสะโลนิกา 4:13-16) เพราะจิตวิญญาณจะถูกรับไปอยู่กับพระเยซูคริสต์ตลอดไปเป็นนิตย์ ความจริงก็คือ มนุษย์อยู่ในโลกเพียงชั่วคราวเท่านั้น พระเจ้ามีพระประสงค์สำหรับมนุษย์ทุกคนซึ่งเชื่อพระองค์ พระองค์จะทรงให้เรากลับสู่สวรรค์หรืออยู่ในโลกนานเท่าใดก็เป็นพระประสงค์ของพระองค์ เพราะพระองค์เป็นผู้สร้างและเป็นเจ้าของชีวิตของเรา ขอให้เราเชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์ เหตุการณ์ของคลื่นยักษ์สึนามิจึงเป็นเครื่องเตือนใจแก่มนุษย์ทุกคนให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะเราไม่รู้วันเวลาว่า เราจะจากโลกนี้ไปเมื่อใด แต่ให้เรามั่นใจว่าเมื่อเราจากโลกนี้ไป เราจะไปอยู่กับพระองค์ชั่วนิรันดร์
หนังสือสารบัญ