คำถามและคำตอบ
15 ความบาปคืออะไร
พวกเราคงได้ยินคนพูดบ่อยๆว่า คนคนนี้บาปหนาเพราะเขาไปทำร้ายผู้อื่น หรือคนคนนี้บาปน้อยเพราะเขาไปด่าว่าคนอื่น แต่ความบาปของคริสเตียนนั้นแตกต่างไปจากความบาปของมนุษย์โลก เพราะความบาปของคริสเตียน คือ การไม่เชื่อฟังพระเจ้า อาดัมและอีวาได้ทำบาปโดยไปรับประทาน ผลไม้ซึ่งพระเจ้าได้ห้ามไม่ให้รับประทาน การรับประทานผลไม้ ไม่ใช่ความบาป แต่การไม่เชื่อฟังพระเจ้าเป็นความบาป การไม่เชื่อฟังพระเจ้าเป็นได้ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ
1) การละเลยต่อกฎเกณฑ์ของพระเจ้า พระเจ้าตั้งกฎเกณฑ์ให้เราปฏิบัติ แต่เราละเลยหรือไม่สนใจ หรือทำเป็นไม่รู้ มีคริสเตียนบางคนไปตีกอล์ฟ ไม่ไปโบสถ์ในวันอาทิตย์ ในพระธรรมเอเฟซัส 4:18 “โดยที่ความคิดของเขามืดมนไป และเขาอยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า เพราะเหตุความไม่รู้เท่าถึงการซึ่งอยู่ในตัวเขาอันเนื่องจากใจที่แข็งกระด้างของเขา” ดังนั้นความบาปเกิดจากการละเลยต่อกฎเกณฑ์ของพระเจ้า
2) การปฏิเสธพระเจ้า พวกฟาริสีไม่เชื่อพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า หรือปฏิเสธพระเยซูเป็นพระคริสต์ก็เท่ากับพวกเขาได้ปฏิเสธพระเจ้า ในพระธรรม 1 ยอห์น 2:23 “ผู้ใดที่ปฏิเสธพระบุตร ผู้นั้นก็ไม่มีพระบิดา ผู้ใดที่รับพระบุตร ผู้นั้นก็มีพระบิดาด้วย ดังนั้น การปฏิเสธพระเยซูคริสต์จึงเป็นความบาป เพราะผู้นั้นได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ซึ่งได้เสด็จมาไถ่บาปของเขาให้ได้รับความรอด
3) การเป็นปฏิปักษ์ต่อพระเจ้า มีคนจำนวนมากไม่เชื่อพระเจ้า แล้วยังตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อพระเจ้า เช่น การสอนเทียมเท็จที่ผิดจากพระคัมภีร์ การสอนที่ว่าพระเยซูคริสต์ไม่ใช่พระเจ้า การไหว้รูปเคารพมาแทนการเชื่อพระเยซู และอื่นๆ สรุป คือ การไม่เชื่อฟังพระเจ้าในรูปแบบต่างๆล้วนเป็นบาปทั้งสิ้น ในพระธรรม 1 ยอห์น 3:4 “ผู้ที่กระทำบาปก็ประพฤติผิดธรรมบัญญัติ บาปเป็นสิ่งที่ผิดธรรมบัญญัติ ท่านทั้งหลายรู้แล้วว่า พระองค์ได้ทรงปรากฏเพื่อกำจัดบาปของเราให้หมดไป และ พระองค์ไม่ทรงมีบาปเลย ผู้ใดที่อยู่ในพระองค์ ผู้นั้นไม่กระทำบาป” การละทิ้งพระเจ้า หรือการละเลยพระคำของพระเจ้า คือความบาป ในพระธรรมโรม 6:23 “เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือ ความ ตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือ ชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”