คุณเลือกทางไหน
สถานที่อยู่ของมนุษย์เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว
เมื่อมนุษย์ซึ่งเชื่อพระเจ้าตายไป แต่คริสเตียนเรียกผู้ที่ตายว่า หลับไป จิตวิญญาณจะออกจากร่างนี้ทันที เขาจะพบพระเยซูคริสต์ทันที และจะได้รับกายวิญญาณ (Spiritual body) ทันที พระเยซูคริสต์จะพาเขาไปอยู่ในพระนิเวศน์ของพระเจ้า และที่นั่นเขาจะมีกายสง่าราศรี (Glorious body) เมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้า และเขาจะอยู่กับพระเยซูคริสต์ตลอดไปเป็นนิตย์ อย่าลืมว่า เวลาบนสวรรค์ 1 วันเท่ากับ 1000 ปีในโลก (สดุดี 90:4) เวลาจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไปในสวรรค์ เขาจะรออยู่ในสวรรค์จนกว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จมาในท้องฟ้าสวรรค์ชั้นหนึ่ง มนุษย์ที่อยู่ในสวรรค์จะตามลงมา และจะมาเข้าสู่ร่างกายใหม่ในที่ๆเขาตายไป กายนี้เรียกว่า กายฟื้นคืนชีพหรือกายที่เป็นอยู่ตลอดไป (Resurrected body) ซึ่งเป็นกายแบบเดียวกับพระเยซูคริสต์ภายหลังที่พระองค์ได้ฟื้นคืนพระชนม์แล้วหรือหลังจากสิ้นพระชนม์ไปแล้วเป็นเวลา 3 วัน กายฟื้นคืนชีพนี้เดินหรือบินไปไหนก็ได้ในพริบตาเดียว เดินผ่านกำแพงได้ รับประทานอาหารได้ เหมือนพระเยซูคริสต์ แล้วผู้เชื่อพระเจ้าทุกคนจะเดินทางกลับสู่สวรรค์ชั่วคราวเป็นเวลา 7 ปี เพราะเป็นช่วงเวลาที่โลกเข้าสู่มหากลียุคที่พระคริสต์เทียมและซาตานจะปกครองโลกและได้รับชัยชนะ แล้วพระเยซูคริสต์จะเสด็จมาเป็นครั้งที่สองตามที่ได้ทรงสัญญาไว้ภายหลัง 7 ปีของมหากลียุค พร้อมกลีฑาทัพผู้เชื่อพระเจ้าทั้งหลายที่อยู่ในสวรรค์ตามลงมาด้วย พระเยซูจะรบกับพระคริสต์เทียมและ ซาตานเป็นครั้งสุดท้ายและได้รับชัยชนะ พระคริสต์เทียมและผู้เผยพระวจนะเทียมจะถูกทิ้งลงในบึงไฟและกำมะถัน (เกเฮนนา) ส่วนลูซิเฟอร์และซาตานทั้งหลายจะถูกขังเอาไว้ในขุมนรก (ทาร์ทารัส) เป็นเวลา1000 ปีและพระเยซูคริสต์จะปกครองร่วมกับผู้เชื่อพระเจ้าทั้งหลายหรือคริสเตียนทั้งหลายและจะอยู่ในนครเยรูซาเล็มเป็นเวลา 1000 ปีเช่นกัน หลังจากนั้นพระเจ้าจะอนุญาตให้ซาตานออกมาจากขุมนรก (ทาร์ทารัส) มาหลอกลวงมนุษย์ซึ่งเหลือในโลกซึ่งอาศัยอยู่รอบนอกของนครเยรูซาเล็มเพื่อให้โอกาสให้มนุษย์กลับใจอีกครั้ง ถ้ายังไม่เชื่อพระเยซูคริสต์ ทั้งซาตานและมนุษย์ซึ่งไม่กลับใจจะถูกทิ้งลงในบึงไฟ (เกเฮนนา) ตลอดไปเป็นนิตย์ หลังจากนั้น โลกนี้ตลอดจนท้องฟ้าจะถูกทำลายหมด แล้วนครเยรูซาเล็มใหม่และท้องฟ้าใหม่จะเลื่อนลงมาจากสวรรค์ แล้วพระเยซูคริสต์จะพาผู้เชื่อพระเจ้าทั้งหลายไปอยู่กับพระองค์ในนครเยรูซาเล็มใหม่ซึ่งเป็นบ้านถาวรของคริสเตียน พระคัมภีร์ได้บรรยายนครเยรูซาเล็มใหม่ดังนี้ เมื่อคริสเตียนจากโลกนี้ไป คริสเตียนจะไปอาศัยอยู่ในนครเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งพระเยซูคริสต์ได้ตระเตรียมไว้ให้ อัครสาวกยอห์นได้อธิบายในพระธรรมวิวรณ์ “ข้าพเจ้าได้เห็นท้องฟ้าใหม่ และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะท้องฟ้าเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้น หายไปหมดสิ้นแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว ข้าพเจ้าได้เห็น วิสุทธินคร คือ นครเยรูซาเล็มใหม่เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์ และจากพระเจ้า” (วิวรณ์ 21:1-2) นครนี้สวยงามที่สุดเพราะประกอบด้วยพระสิริของพระเจ้าใสสว่างดุจแก้วมณีอันหาค่ามิได้ (วิวรณ์ 21:11) นครนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้วเหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี นครที่คริสเตียนจะไปอยู่เป็นนครที่ถูกสร้างใหม่ จุดกำเนิดของนครนี้อยู่ในสวรรค์ เพราะว่า นครนี้เป็นนครที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์ นครนี้สร้างเป็นรูปลูกบาศก์ กว้างยาวสูงด้านละ 2400 กิโลเมตร เพราะ “นครนี้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวเท่ากัน และท่านเอาไม้วัด นครนั้นได้สองพันกว่ากิโลเมตร กว้างยาวและสูงเท่า กัน” (วิวรณ์ 21:16) ถ้าแต่ละชั้นสูง 20 ฟุต แต่ละชั้น จะมีพื้นที่ประมาณ 2,895,016 ตารางกิโลเมตร และมีชั้น ทั้งหมด 396,000 ชั้น ถ้าแบ่งเป็นห้องๆก็จะมีห้องมากมาย เพียงพอสำหรับผู้เชื่อทุกคนตั้งแต่สมัยเริ่มแรกจนถึงสมัยที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาครั้งที่สองและมารับคริสเตียนไปอยู่ในนครเยรูซาเล็มใหม่นี้ นครนี้มีกำแพงล้อมรอบอยู่สูง 144 ศอก อัครสาวกยอห์นบรรยายต่อไปว่า
“และกำแพงนครนั้นมี ฐานศิลา 12 ฐาน และที่ฐานศิลานั้นจารึกชื่ออัครทูต 12 คนของพระเมษโปดก (พระเยซูคริสต์)” (วิวรณ์ 21:14) “ฐานศิลาที่กำแพงตั้งอยู่นั้น แต่ละฐานประดับด้วยเพชรนิลจินดาทุกชนิด ตั้งแต่ฐานที่ หนึ่งจนถึงฐานที่สิบสองตามลำดับ คือ แก้วมณีโชติ ไพฑูรย์ โมรา มรกต โกเมน ทับทิม บุษราคัม เพทาย บุษราคัมน้ำอ่อน หยก นิล และพลอยสีม่วง กำแพงประกอบด้วยประตู 12 ประตู ทิศละ 3 ประตู ทำด้วยไข่มุกสิบสองเม็ด ประตูละเม็ด และถนนในนครนั้นเป็นทองคำบริสุทธิ์ใสราวกับแก้ว” (วิวรณ์ 21:17-21) “นครนั้นไม่ต้องการแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เพราะว่าพระสิริของพระเจ้าเป็นแสงสว่างของนครนั้น และพระเมษโปดก (พระเยซูคริสต์) ทรงเป็นดวงประ
ทีปของนครนั้น” (วิวรณ์ 21:23) “ประตูนครทุกประตูจะไม่ปิดเลยในเวลากลางวันและจะไม่มีเวลากลางคืนในนครนั้นเลย” (วิวรณ์ 21:25) มีแม่น้ำที่มีน้ำแห่งชีวิตใสเหมือนแก้วไหลมาจากพระที่นั่งของพระเจ้า และ พระที่นั่งของพระเมษโปดก (พระเยซูคริสต์) ไหลไปตามกลางถนนในนครนั้นและริมแม่น้ำทั้งสองฟากมีต้นไม้แห่งชีวิตซึ่งออกผลสิบสองชนิด ออกผลทุกๆเดือนและใบของต้นไม้นั้นสำหรับรักษาบรรดาประชาชาติให้หาย” (วิวรณ์ 22:1-2) นี่คือบ้านถาวรของผู้ที่เชื่อพระเจ้าตลอดไป