คุณเลือกทางไหน
ความสุขฝ่ายจิตวิญญาณ
ความสุขฝ่ายจิตวิญญาณคือความสุขซึ่งมาจากพระเจ้า (Peace from God) ความสุขของพระเจ้าเป็นความสุขซึ่งแตกต่างจากความสุขของโลก ความสุขนี้ขึ้นกับการติดสนิทและเดินไปกับพระเจ้า ความสุขนี้ไม่ขึ้นกับสภาพแวดล้อมหรือตนเองซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ แต่ความสุขมาจากพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง เพราะไม่ขึ้นกับวันเวลาหรือสถานที่ ไม่ขึ้นกับสภาพร่างกายหรือจิตใจ เพราะพระเยซูคริสต์ตรัสว่า บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ โศกเศร้า ใจอ่อนโยน หิวกระหายความชอบธรรม ใจกรุณา ใจบริสุทธิ์ สร้างสันติ ถูกข่มเหง ผู้นั้นเป็นสุข เพราะเขาจะรับรางวัลจากพระเจ้า (มัทธิว 5:1-12) รางวัลของพระเจ้าคือสันติสุขของพระเจ้า (Peace of God) พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตก และอย่ากลัวเลย” (ยอห์น 14:27) สันติสุขของพระเจ้าเป็นความสุขที่ประกอบด้วยใจสงบ ใจยินดีและใจหวัง ใจสงบคือพระเยซูคริสต์ทรงประทับอยู่ในใจของเรา เราจะไม่หวาดกลัว เพราะ”พระคริสต์ทรงเป็นสารพัด และทรงดำรงอยู่ในสารพัด” (โคโลสี 3:11) ดังนั้น ถ้าเราติดสนิทกับพระเจ้า สันติสุขของพระเจ้าก็จะอยู่ในใจของเราด้วย พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นแขนง ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเรา และเราเข้าสนิทอยู่ในเขา ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย” (ยอห์น15:5) พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ให้ชีวิตแก่เรา เหมือนกับคนเป็นลม เพราะขาดเลือด พอได้รับเลือด เขาจะกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที เช่นเดียวกัน เมื่อมาเชื่อพระเยซูคริสต์ พระองค์จะมอบพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เรา ให้พระวิญญาณนำทางชึวิตแก่เรา ให้เราดำเนินชีวิตตามผลของพระวิญญาณ (กาลาเทีย 5:22-23) และให้เราเชื่อว่าพระเยซูคริสต์เดินอยู่กับเราทุกเวลา เมื่อนั้นแหละ เราจึงจะมีความสุขหรือสันติสุขที่แท้จริง อัครทูตเปาโลได้สอนเคล็ดลับของการดำเนินชีวิตอย่างมีสันติสุขว่า “เหตุฉะนั้นในฐานะที่เป็นพวกที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อม ใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน และถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงยกโทษให้กันและกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดยกโทษให้ท่านฉันใด ท่านจงกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน แล้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะความรักย่อมผูกพันทุกสิ่งไว้ให้ถึงซึ่งความสมบูรณ์ และจงให้สันติสุขของพระคริสต์ครองจิตใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านไว้ให้เป็นกายเดียวด้วย เพื่อสันติสุขนั้นและท่านจงมีใจกตัญญู จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์ จงสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดี เพลงนมัสการและเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า และเมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยกายก็ตาม จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้า และขอบพระคุณพระบิดาเจ้าโดยพระองค์นั้น” (โคโลสี 3:12-17) สรุปคือ ความสุขของพระเจ้าเป็นความสุขชั่วนิรันดร์ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา เป็นความสุขที่ประกอบด้วยความชื่นชมยินดี ความรักและความหวัง ขอให้เราแสวงหาความสุขที่แท้จริงที่มาจากพระเจ้าเถิด ในทุกๆวันที่เราดำเนินชีวิตในโลกนี้ ให้เราบอกกับตนเองว่า “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆแต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 4:6-7) จงตั้งมั่นในใจว่า “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์เป็นผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า (ฟิลิปปี 4:13) พระเจ้าต้องการมอบสันติสุขของพระเจ้าแก่เรา จนกว่า วันหนึ่งในอนาคตเมื่อ พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาอีกครั้ง และปกครองโลกร่วมกับ
คริสเตียนและผู้ที่เชื่อพระเจ้าทั้งหลาย เมื่อนั้น พระองค์จะนำสันติสุขให้แก่เรา (Peace from God) ในเวลานั้น เราจะมีสันติสุขตลอดไปเป็นนิตย์ ขอให้เราฝากชีวิตให้อยู่ในความดูแลของพระเจ้าทุกๆวัน ให้เราขอบพระคุณพระเจ้า แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะคุ้มครองจิตใจและความคิดของเราไว้ในพระเยซูคริสต์
หนังสือสารบัญ